ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ในยุคที่เศรษฐกิจซึม ปัจจัยลบรอบตัว แต่แนวคิดของ สยามนิสสันแม่สอด ที่เพิ่งคว้ารางวัล "“Best of the Best Dealer 2025” น่าสนใจ
ตลาดรถยนต์ นอกจากจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ภาวะหนี้ครัวเรือน และปัจจัยลบอื่น ๆ รอบตัว แล้ว ยังได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของรถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี จากจีน ที่ทำราคาได้ดี ในยุคที่น้ำมันปิโตรเลียมมีราคาสูง และผันผวน
เห็นได้จากนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐที่ร่วมมือกับอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมันทำให้ความต้องการอีวีเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ล่าสุดครึ่งปีแรกมียอดจดทะเบียนมากกว่า 1 แสนคัน เติบโตเกือบ 90% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว
สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้หลายแบรนด์ได้รับผลกระทบ ต้องประคองตัวให้รอดพ้นไปได้ แต่ขณะเดียวกันในมุมของตัวแทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์ก็เปลี่ยนแปลงไม่น้อยในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการเปลียนแบรนด์ แน่นอนส่วนใหญ่เปลี่ยนไปทำตลาดรถจีน รวมถึงการเลิกทำธุรกิจ
แต่ผู้จำหน่ายบางรายก็มีมุมมองต่อการทำธุรกิจที่น่าสนใจในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้
เช่น สยามนิสสันแม่สอด ที่ล่าสุดสาขาสำนักงานใหญ่ เพิ่งคว้ารางวัล “Best of the Best Dealer 2025” จากนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย
เฉลิมวัฒน์ ตรีรัตน์วัฒนา รองประธานบริหารอาวุโส สยามนิสสันแม่สอด ระบุว่าสถานการณ์สิ่งสำคัญคือการปรับตัว รับกับยอดจำหน่ายที่ลดลง โดยการปรับตัวมีทั้งรูปแบบธุรกิจ รูปแบบการทำงาน รวมถึงทีมงาน พนักงาน
ทั้งนี้แนวทางที่เน้นในการดำเนินธุรกิจของบริษัทคือ การให้ความสำคัญกับ “คน” ดังนั้นหัวใจหลักคือการดูแลพนักงาน ทั้งด้านการทำงาน และทางด้านจิตใจ โดยบริษัทมีนักจิตวิทยา ที่เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถปรึกษาได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวตน ซึ่งพบว่าได้ผลที่ดี พนักงานมีความพร้อมในการทำงาน
ด้านรูปแบบการทำงาน ก็เปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนในการนำเสนอรูปแบบทำงาน หรือ ความต้องการอะไรใหม่ ๆ ซึ่งที่ผ่านมาหลาย ๆ โครงการเกิดขึ้นจากพนักงาน
“เราให้ความสำคัญกับพนักงานก่อน และเมื่อลูกค้ามีความสุขกับการทำงาน มีแนวคิดใหม่ ๆ และมีสุขภาพจิตที่ดี การเข้าถึงลูกค้าก็จะได้ผลดีขึ้น”
เฉลิมวัฒน์กล่าวว่า แนวทางนี้ช่วยได้มากในสถานการณ์ยากลำบากของธุรกิจ เพราะพนักงานจะมีส่วนในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และที่สำคัญคือการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่ยังคงอยู่กับบริษัทต่อไป
ทั้งนี้ในช่วงที่ยอดขายรถอยู่ในภาวะซบเซา มองว่าการบริการหลังการขายยังเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงบริษัทได้ และการเอาใจใส่ของพนักงานก็เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้ายังคงมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
“การที่ลูกค้ายังคงมาใช้บริการในอัตราที่น่าพอใจ ขณะที่ภาพรวมการเข้าศูนย์บริการทั่วไปลดลง เพราะการที่พนักงานดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และนโยบายของบริษัทที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง และหากมีปัญหาต้องแก้ให้จบ”
นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่บริษัทเป็นแนวทางหลัก คือ การสื่อสาร ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ลูกค้าจะต้องได้รับทราบข้อมูล มีการติดต่อสื่อสารกันต่อเนื่อง
“สิ่งสำคัญของมนุษย์คือการสื่อสาร ซึ่งที่ผ่านมาเราเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่องทางการสื่อสาร”
ขณะที่การปรับตัวในส่วนของบริษัทก็คือ การเพิ่มบริการหรือสินค้าใหม่ ๆ เช่น ประกันภัย ยาง ฯลฯ โดยมีข้อได้เปรียบคือการมีสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องมือที่พร้อม
รวมถึงการขยายงานซ่อมสี และตัวถัง ซึ่งล่าสุดเปิดบริการเพิ่มอีก 1 แห่ง เป็น 4 แห่ง
เฉลิมวัฒน์กล่าวว่า หากมอบภาพรวมขององค์กร ปัจจุบันอยู่ในระดับน่าพอใจ ซึ่งหากตัดด้านการขายออกไป ถือว่าธุรกิจมีความแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตามในด้านการขาย มองว่าอยู่ในช่วงการรอเวลาที่เหมาะสมของนิสสัน ซึ่งที่ผ่านมาจากการพูดคุยกับบริษัทแม่ ทั้งในไทย และนิสสัน มอเตอร์ ญี่ปุ่น มีความมั่นใจในอนาคตของแบรนด์
สำหรับสยามนิสสันแม่สอดดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปี ปัจจุบันเปิดบริการ 5 สาขา ดูแลตลาดพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง คือ แม่สอด ตาก นครสวรรค์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ โดยมีสำนักงานใหญ่ คือสาขาแม่สอดที่เพิ่งคว้ารางวัล “Best of the Best Dealer 2025”
การที่เปิดกิจการหลายสาขา เป็นเพราะมองตั้งแต่ต้นว่า การจะขยายตลาดให้ได้ ก็คือการขยายสาขา เปิดพื้นที่ใหม่ ๆ แต่มีหลักการสำคัญอย่างหนึ่งคือ ทุกสาขาจะเชื่อมต่อกันด้วยการเดินทางในระยะเวลาไม่เกิน 1-2 ชม. เพื่อความสะดวกในการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะ
ด้านบริการหลังการขาย และการช่วยเหลือลูกค้าที่มีปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ได้รับความพึงใจจากลูกค้าในระดับที่สูง
สำหรับรางวัล “Best of the Best Dealer 2025” ถือเป็นรางวัลสูงสุดสำหรับผู้จำหน่ายของนิสสัน ที่มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่มีผลงานโดดเด่นในตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่สำคัญ ประกอบด้วย ยอดขาย การบริการหลังการขาย ความพึงพอใจของลูกค้า และความเป็นเลิศในการดำเนินงาน
เฉลิมวัฒน์ กล่าวถึงการได้รับรางวัลนี้ว่า แม้ในปีที่ผ่านมา ธุรกิจจะต้องเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการดำเนินธุรกิจาแต่ก็นับเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความทรงจำของความร่วมมือ ความมุ่งมั่น และการเติบโต
ส่วนทิศทางในอนาคต บริษัทมีความเชื่อมั่นอย่างมากต่อนโยบายธุรกิจใหม่ที่มีความยืดหยุ่นของนิสสัน จะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด และนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน


