วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน 2569

Login
Login

ยูดี ทรัคส์ ชี้ยุครัดเข็มขัด ตลาดรถบรรทุก ยูโร 5 ดันตลาดโต แชร์ 13%

ยูดี ทรัคส์ ประเมินตลาดรถบรรทุกฟื้นตัว ตั้งเป้ายอดขายเพิ่ม 10% ยก “เควสเตอร์” หัวหอกดันตลาด จับคู่เกียร์ ESCOT ตอบโจทย์ความประหยัดขนส่ง

ตลาดรถบรรทุกเป็นตลาดสำคัญและยังเป็นหนึ่งในดัชนี้ชี้วัดเศรษฐกิจ เพราะเกี่ยวเนื่องกับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เคยอยู่ในภาวะซบเซาในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 เนื่องจากภาคธุรกิจหยุดชะงัก ความต้องการรถเพื่อการพาณิชย์ชะลอตัว หรือบางองค์กรหยุดซื้อ

ในช่วงเวลาดังกล่าวยังส่งผลให้มีรถบรรทุกเข้าสู่ตลาดมือสองจำนวนมาก ซึ่งส่งผลต่อตลาดมือหนึ่งไม่น้อย อย่างไรก็ตามตลาดค่อย ๆ คลี่คลาย ปรับตัวดีขึ้น และล่าสุดรถมือสองส่วนเกินระบายหมดแล้ว 

นางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถบรรทุกยังสะดุดอีกช่วงคือ การบังคับใช้มาตรฐานไอเสีย ยูโร 5

แต่ปัจจุบันลูกค้าเห็นประโยชน์ของมาตรฐานนี้ที่ทำให้ประหยัดในระยะยาว โดยในส่วนของยูดี ประหยัดกว่ารุ่น ยูโร 3 เดิม ประมาณ 8% ซึ่งทำให้ลูกค้าตอบรับดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดสงครามที่มีผลต่อราคาพลังงาน

โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ UD Quester MY2026 ที่ลูกค้าตอบรับอย่างดี ในรุ่นครื่องยนต์ 8 ลิตร กำลังสูงสุดถึง 350 แรงม้า ทำงานร่วมกับระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติ ESCOT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ที่มีชื่อเสียงด้านการประหยัดพลังงาน 

“ระบบเกียร์ ESCOT จะคำนวณและปรับเปลี่ยนเกียร์ในจังหวะที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ ซึ่งไม่ใช่แค่ช่วยลดการสูญเสียเชื้อเพลิงจากการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่แม่นยำ แต่ยังช่วยลดความเหนื่อยล้าของพนักงานขับรถ ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้และเทคโนโลยีมาตรฐาน ยูโร 5 และระบบบำบัดไอเสีย SCR ที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

นางสาววิลาวัลย์กล่าวว่า วิกฤตราคาพลังงานโลกปีนี้ และราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ลูกค้าและผู้ประกอบการฟลีทรถขนส่งให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการลงทุน การประหยัดเชื้อเพลิง และการรักษาสภาพคล่องทางธุรกิจมากกว่าที่เคย"

ยูดี ทรัคส์ ชี้ยุครัดเข็มขัด ตลาดรถบรรทุก ยูโร 5 ดันตลาดโต แชร์ 13%

ทั้งนี้ตลาดที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น ทำให้ยอดขายของ ยูดี เติบโต โดยล่าสุดสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 7% ในปีที่ผ่านมาเป็น 13%

ปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้ยูดี เติบโต คือ ความประหยัด การมีเครือข่ายที่คครอบคลุม 23 แห่ง ทั่วประเทศ และกำลังจะเพิ่มเป็น 26% ในปีนี้ และยังมีโปรแกรมช่วยลูกค้าบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่าย ทำให้รู้ต้นทุนแบบฟิกซ์คอสต์ ช่วยให้การบริการธุรกิจทำได้ดีขึ้น มีผลกำไรชัดเจน 

“เราให้ความสำคัญกับการยกระดับงานบริการหลังการขาย โดยมีแผนพัฒนาศูนย์บริการสู่การเป็น Uptime Center นำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลการใช้งานรถเข้ามาช่วยวิเคราะห์และติดตามสภาพรถแบบเชิงรุก เพื่อแจ้งเตือนลูกค้าล่วงหน้าก่อนเกิดปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน เพราะหัวใจสำคัญของรถบรรทุกคือ ล้อต้องหมุนจึงจะหาเงินได้"

นางสาววิลาวัลย์กล่าวว่าเป้าหมายของยูดี ไม่ใช่เพียงการซ่อมรถเมื่อเกิดความเสียหาย แต่คือการช่วยป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น ลดเวลาหยุดรถ (Downtime) เพิ่มความพร้อมในการใช้งาน (Uptime) และช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนการบำรุงรักษา