ฮอนด้า ปรับโฉม “Honda City” เติมความสด เพิ่มออปชั่น กดราคา 50,000 บาท เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ทั้งตลาดรถเล็ก บี-เซ็กเมนต์ และ EV เตรียมปรับ CI โชว์รูม
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว Honda City รุ่นปรับโฉม ที่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดหลายอย่างเห็นได้ชัด พร้อมขยับโครงสร้างระดับราคาใหม่ เพิ่มแรงจูงใจลูกค้ามากขึ้น ลด gap รถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV)
ช่วงเวลาที่ผ่านมารถแบรนด์รถญี่ปุ่นได้รับผลกระทบไม่น้อย ทั้งจากสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวม ความเข้มงวดของไฟแนนซ์ รวมถึงการเข้ามาของรถพลังงานไฟฟ้าหรือ อีวี (EV) จากจีนอย่างต่อเนื่อง พร้อมอาวุธสำคัญคือระดับราคา ทำให้ยอดขายแบรนด์เดิมติดลบหลายราย รวมถึงฮอนด้า
ซึ่งผู้บริหารฮอนด้า “โคจิ อิวานามิ” ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ก็ยอมรับก่อนหน้านี้ว่าสู้อีวี จีน ไม่ได้ ในหลายด้าน ทั้ง ดีไซน์ ออปชั่น และราคา
ซึ่งเมื่อคำพูดนี้ออกมาจากนายใหญ่ ทำให้มีการนำเสนอและตีความกันไปหลายอย่าง แน่นอนรวมถึงความเห็นว่าฮอนด้าหลายไพ่ ยอมแพ้
แต่อีกด้านหนึ่ง หลายคนบอกว่านี่เป็นการยอมรับจุดด้อยของตัวเอง เพื่อที่จะแก้ปัญหาได้ถูกจุด และที่สำคัญ การสื่อสารออกไปเช่นนี้ เป็นการกระตุ้น ซึ่งก็คงไม่พ้นเป็นการกระตุ้นภายใน ทั้งบริษัทเอง และตัวแทนจำหน่ายที่จะต้องหันมาต่อสู้อย่างจริงจัง
และล่าสุด ฮอนด้า ขยับตัวด้วยการเสริมประสิทธิภาพของอาวุธเดิมซึ่งก่อนหน้านี้มีประสิทธิภาพไม่น้อย แต่เมื่อคู่แข่งมีอาวุธที่หนักหน่วง อาวุธเดิมจึงต้ัองยกระดับอีกครั้ง
นั่นคือ “ฮอนด้า ซิตี้” (Honda City) ที่เป็นรุ่นขายหลัก ด้วยจุดเด่นคือสมรรถนะในการขับขี่ และความประหยัดจากเทคโนโลยีไฮบริดที่เป็นจุดขายสำคัญ แต่แน่นอนการเข้ามาของ อีวี ทำให้จุดเด่นเหล่านี้ถูกลดค่าลงไป เพราะ อีวี ให้ทั้งความแรงของมอเตอร์ไฟฟ้า และ ความประหยัด โดยเฉพาะในยุคที่ราคาน้ำมันถีบตัวสูงขึ้น ขณะที่พลังงานไฟฟ้ายังคงได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐต่อเนื่อง
แต่อิวานามิ ก็เช่ือว่า ซิตี้ ปรับโฉมก็มีจุดขายที่จะแข่งขันได้ในตลาด โดยมีแนวคิดที่น่าสนใจคือ ไม่ได้บอกว่าดีกว่าคู่แข่ง แต่เลือกที่จะนำเสนอจุดแข็งที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้า
โดยมองว่าปัจจุบันลูกค้าที่ซื้อ อีวี มีหลายกลุ่ม คือ
- กลุ่มที่มีความชื่นชอบอีวี
- กลุ่มที่ให้ความสำคัญด้านราคา
- กลุ่มที่ชื่นชอบเทคโนโลยี ดีไซน์
ซึ่งแน่นอนกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบอีวี ซิตี้ คงสู้ไม่ได้เพราะมีคำตอบที่ชัดเจน แต่ถ้าเป็นกลุ่มลูกค้าที่มองเทคโนโลยี และราคา เชื่อว่า ซิตี้ ปรับโฉม สู้ได้
เพราะกลุ่มนี้จะมีองค์ประกอบอื่นในการตัดสินใจ เช่น ความประหยัดที่ได้ ต้องมีความสะดวกในการใช้งาน รวมถึงจุดแข็งที่ฮอนด้ามีมากกว่า คือ เครือข่ายการจำหน่ายและบริการที่มีมากกว่า 200 แห่งในปัจจุบัน
ขณะที่ราคา ซิตี้ ปรับโฉมก็เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งการปรับโฉมครั้งนี้ ฮอนด้า ปรับราคาซิตี้ลงมา 50,000 บาท
โดยราคา ซิตี้ ประกอบด้วย
ตัวถังซีดาน
เครื่องยนต์ วีเทค เทอร์โบ 1 รุ่น
- S ราคา 5.99 แสนบาท
ไฮบริด 3 รุ่น
- e:HEV V 6.49 แสนบาท
- e:HEV SV 7.19 แสนบาท
- e:HEV RS 7.69 แสนบาท
แต่ช่วงเปิดตัวมีราคาพิเศษสำหรับผู้ที่จองเมื่อจองภายในวันที่ 30 ก.ย. และรับรถภายในวันที่ 31 ต.ค. 2569 ซึ่งจะทำให้ราคาลงมาอยู่ที่
เครื่องยนต์ วีเทค เทอร์โบ 1 รุ่น
- S ราคา 5.69 แสนบาท
ไฮบริด 3 รุ่น
- e:HEV V 6.19 แสนบาท
- e:HEV SV 6.89 แสนบาท
- e:HEV RS 7.39 แสนบาท
ตัวถังแฮทช์แบค
เครื่องยนต์ วีเทค เทอร์โบ 1 รุ่น
- S ราคา 5.99 แสนบาท
ไฮบริด 3 รุ่น
e:HEV V 6.59 แสนบาท
e:HEV SV 7.29 แสนบาท
e:HEV RS 7.79 แสนบาท
ราคาพิเศษ
เครื่องยนต์ วีเทค เทอร์โบ
- S ราคา 5.79 แสนบาท
ไฮบริด
- e:HEV V 6.29 แสนบาท
- e:HEV SV 6.99 แสนบาท
- e:HEV RS 7.49 แสนบาท
รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นเดิม
รุ่น e:HEV RS
- กระจังหน้าใหม่สีดำเงา
- กันชนหน้าใหม่ และกันชนหลัง สเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์หลังสไตล์สปอร์ตแบบ RS
- ไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ไฟท้าย LED แบบใส
- ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ทูโทน แบบสปอร์ต Diamond cut สีดำ Berlina Black และ Dark Clear
- คิ้วฝากระโปรงท้าย สีดำ
- เปลี่ยนมือจับเปิดประตูด้านนอก สีดำ
- เปลี่ยนวัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าลาย 3 มิติ สีดำเงาและเทา
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร สีแดง
- อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย บริเวณคอนโซลกลาง พร้อมช่องเก็บของอเนกประสงค์
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ดีไซน์ใหม่ อัปเกรดเป็นหน้าจอขนาด 10 นิ้ว
- ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS)
- กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ
e:HEV SV
- กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ
- กันชนหน้าดีและกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ในรุ่นซีดาน
- เปลี่ยนไฟหน้าแบบ LED
- ไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ดีไซน์เต็มความกว้างตัวรถ
- ไฟท้าย LED แบบใส (Clear lens)
- ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว แบบทูโทนดีไซน์สปอร์ต Diamond cut สีเทาอ่อนปัดเงา
- คิ้วฝากระโปรงท้าย สีดำ
- รุ่นซีดาน มีทางเลือกสีภายในห้องโดยสารสีเทา Platinum และเลือกจับคู่ได้กับสีภายนอกสีเทา Meteoroid Gray Metallic หรือสีดำ Crystal Black Pearl
- เปลี่ยน!วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าลาย 3 มิติ สีดำเงาและเทา
- ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร สีน้ำเงิน
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touchรองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สายดีไซน์ใหม่ อัปเกรดเป็นหน้าจอขนาด 10 นิ้ว
- ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS)
รุ่น e:HEV V
- กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ
- กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ในรุ่นซีดาน
- ไฟหน้าแบบ LED
- ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว แบบทูโทน Diamond cut สีเทา
- รุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ S
- กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ
- กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ในรุ่นซีดาน
- เปลี่ยนไฟหน้าแบบ LED
- เปลี่ยนระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย
- ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว สีเงิน
รุ่น S
- กระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีดำ
- กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ และ กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ในรุ่นซีดาน
- เปลี่ยนไฟหน้าแบบ LED
- เปลี่ยนระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touchรองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย
- ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว สีเงิน
เทคโนโลยีความปลอดภัย
- Honda SENSING มาพร้อม 6 ฟังก์ชันการทำงานหลัก ประกอบด้วย
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
- ระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: with LSF) ในรุ่น e:HEV RS, e:HEV SV และ e:HEV V
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
- ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV
- ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ใน e:HEV RS)
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
- ระบบ Auto Brake Hold ใน e:HEV RS, e:HEV SV และ e:HEV V
- ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) ใน รุ่น e:HEV RS, e:HEV SV และ e:HEV V
- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ใน e:HEV RS, e:HEV SV และ e:HEV V
ขุมพลังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
รุ่น เครื่องยนต์ VTEC TURBO เป็นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว
- กำลังสูงสุด 122 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 - 4,500 รอบ/นาที
- อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 22.7 กิโลเมตร/ลิตร
รุ่น e:HEV
เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว
- กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,600-6,400 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร ที่ 4,500-5,000 รอบ/นาที
มอเตอร์ไฟฟ้า
- กำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 3,500-8,000 รอบ/นาที
- แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ที่ 0-3,000 รอบ/นาที
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร
สำหรับการทำตลาดไทย เชื่อว่าการขาย 90% จะเป็นรุ่นไฮบริด ที่เหลือเป็นรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ 10%
ทั้งนี้แม้ว่ากระแสของไฮบริดจะดี แต่การยังคงทำตลาดรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบ เพราะการที่โครงสร้างภาษีที่ต่ำกว่า ทำให้ยังเป็นตัวเลือกผู้บริโภคในด้านราคา
อิวานามิกล่าวว่า ในส่วนจุดแข็งด้านเครือข่าย ฮอนด้า ยังมีแผนเพิ่มความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น รองรับกับการแข่งขัน พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยจะปรับเปลี่ยน CI ใหม่ ยกระดับภาพลักษณ์ทั้งภายนอก ภายใน การผสานการทำงานของฝ่ายขายและบริการเป็นหนึ่งเดียว และยกระดับ ซอฟท์แวร์ เทคโนโลยี หรือการสื่อสารออนไลน์ โดยจะทยอยปรับปรุงทั้งหมดกว่า 200 แห่ง เริ่มจากไตรมาสสุดท้ายปีนี้
คอนเซ็ปท์ของการยกระดับโชว์รูมและศูนย์บริการคือ “Wow & Spacefree”
ในด้านผลิตภัณฑ์ ซิตี้ เป็นรุ่นเริ่มต้น และหลังจากนี้จะขยับไปยังรุ่นอื่น ๆ รวมถึง แอคคอร์ด ที่มีปัญหาในการแข่งขันคล้าย ๆ กับ ซิตี้ แต่จะยังไม่ใช่ปีนี้
ส่วนการเสริมตลาด ปีนี้ฮอนด้ามีแผนเปิดตัวรถใหม่ 2 รุ่น ทั้งนี้อิวานามิ ไม่ได้ระบุว่าเป็นรุ่นไหน แต่เชื่อว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นรถ อีวี ตัวเล็กแต่สมรรถนะสูง "Super One" รถที่พัฒนาขึ้นจาก เคคาร์ ในกลุ่ม “เอ็น ซีรีส์” ที่หลายคนให้ความสนใจ
ด้านภาพรวมตลาดฮอนด้าช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มียอดขายรวม 3.12 หมื่นคัน ลดลง ประมาณ 10% ส่วนหนึ่งมาจากตัวขายหลักอย่างซิตี้ อยู่ระหว่างการเตรียมการเปิดตัวรุ่นปรับโฉมครั้งนี้ ส่วนทั้งปี 2569 ฮอนด้า มั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอขายได้ 7.6 หมื่นคัน


