เอ็มจี เสริมตลาดรถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) เปิดตัว MG URBAN รถแฮทช์แบค เน้นความคล่องตัว ดีไซน์ เอาใจชีวิตคนเมือง
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ - ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่บุกเบิกรถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) ในตลาด แมส (mass) เป็นรายแรก หลังจากเปิดตัว MG ZS EV เมื่อปี 2562 ทำให้ตลาดอีวีในไทยเติบโตก้าวกระโดด
หลังจากนั้น เอ็มจี เสริมตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง มีรถรุ่นต่าง ๆ ตามมา ครอบคลุมหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเป็น MG EP, MG ES, MG 4 Electric, MG S5 EV, MG MAXUS9 หรือว่า MG MAXUS7
ล่าสุด เอ็มจี เสริมทางเลือกอีกครั้ง เปิดตัว MG URBAN รถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV)
มี 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วย
- STANDARD ราคา 579,900 บาท
- MAX ราคา 649,900 บาท
- ULTRA ราคา 749,900 บาท
แต่ในช่วงเปิดตัว เอ็มจี จัดแคมเปญสำหรับผู้ที่ซื้อรถและรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 มีราคาพิเศษ ถูกลง 40,000-50,000 บาท อยู่ที่
- STANDARD ราคา 529,900 บาท
- MAX ราคา 599,900 บาท
- ULTRA ราคา 709,900 บาท
แบตเตอรี LITHIUM-IRON PHOSPHATE (LFP) จาก CATL
- รุ่น STANDARD ความจุ 42.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง รองรับการขับขี่สูงสุด 435 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC)
- รุ่น MAX และ ULTRA ความจุ 53.9 kWh รองรับการขับขี่ 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (NEDC)
- ระบบ V2L ดึงไฟออกไปใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.3 กิโลวัตต์
มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PERMANENT MAGNET SYNCHRONOUS MOTOR
- รุ่น STANDARD กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์)
- รุ่น MAX และ ULTRA กำลังสูงสุด 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์)
แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทั้ง 3 รุ่น
การชาร์จ
รุ่น STANDARD
- QUICK CHARGE สูงสุด 82 kW ชาร์จจาก 10-80% ประมาณ 28 นาที
- NORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW
รุ่น MAX และ ULTRA
- QUICK CHARGE สูงสุด 88 kW ชาร์จจาก 10 - 80% ประมาณ 30 นาที
- NORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW
URBAN เป็นรถสไตล์แฮทช์แบ็ค ออกมาเน้นรองรับการใช้ชีวิตในเมืองของคนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการดีไซน์ เทคโนโลยี ฟังก์ชันการใช้งานรองรับไลฟ์สไตล์ และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยเอ็มจี กำหนดนิยามว่า “LIFE EASY” โดยมี 4 หัวใจหลัก ได้แก่
- PARK EASY หรือ จอดง่าย
- DRIVE EASY ขับง่าย
- LIVE EASY ใช้ชีวิตง่าย
- GO FAR EASY ไปได้ไกลกว่า
เอ็มจี ระบุว่า URBAN เป็นรถที่มีความคล่องตัวสูง มีเทคโนโลยีช่วยจอด ซึ่งจะช่วยลดความกังวลในการขับขี่และหาที่จอดในพื้นที่จำกัด เช่น อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม หรือสถานที่ที่การจราจรหนาแน่น และยังมีระบบช่วยจอดอัตโนมัติ หรือ Smart Parking Assist ที่สามารถ สั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล และ Remote Auto Parking ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน
ความสะดวกของการจอดยังรวมถึงระบบแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ และมุมมองหลายเลน (Multi-Lane View) ช่วยให้มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบคันได้ชัดเจน
ด้านการขับขี่ ด้วยดีไซน์ ให้เป็นรถที่คล่องตัว ทำให้เหมาะกับการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเมือง และการมีวงเลี้ยว 5.2 เมตร ก็ช่วยเพิ่มความสะดวกในช่วงการกลับรถ เข้าซอยแคบ ๆ หรือการเปลี่ยนทิศทางในพื้นที่จำกัด
URBAN ยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ หรือ ADAS ระดับ L2 และระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Auto Lane Change with Alert โดยมีอุปกรณ์ตรวจจับรอบคัน ประกอบด้วยเซ็นเซอร์ 12 ตำแหน่ง เรดาร์ 3 จุด และกล้อง 6 ตัว ทำให้การประเมินสภาพแวดล้อมมีความแม่นยำ
ทั้งนี้เอ็มจีระบุว่าน้องใหม่คันนี้ยัง ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP และ ANCAP อีกด้วย
ขณะที่การรองรับการใช้งานของตัวรถนั้น URBAN เน้นออกแบบภายในห้องโดยสารให้รู้สึกกว้าง โปร่ง ติดตั้งหน้าจอ Infotainment ขนาด 15.6 นิ้ว ทำงานร่วมกับชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 รองรับการเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัล พร้อมระบบ i-SMART PRO และ AI Voice Command
เอ็มจี ระบุว่า นอกจากนี้ บริษัทยังเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า ด้วย EV LIFETIME WARRANTY โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถซึ่งครอบคลุม
- แบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง
- ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน
- ชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน
นอกจากนี้ยังสร้างความมั่นใจระยะยาวสำหรับผู้บริโภค ด้วยการเดินสายผลิตในประเทศไทย (CKD) นับเป็น อีวี รุ่นที่ 3 ของเอ็มจี ต่อจาก MG4 Electric และ MG S5 EV
“ต๋า เซินเซิน” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ - ซีพี จำกัด กล่าวว่า เอ็มจียึดถือ ปรัชญา “IN THAILAND FOR THAILAND” และยังเป็นการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทย เพราะ URBAN ไม่ได้เป็นเแค่รถรุ่นใหม่ แต่เป็นโกลบอล โมเดลที่ผลิตในประเทศไทย ด้วยฝีมือคนไทยและซัพพลายเชนในประเทศ
และยังเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของภูมิภาคภายใต้แนวคิด “Made in Thailand, For the World”
ต๋า กล่าวว่า การเปิดตัว MG URBAN เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป นอกจากนี้ยังใส่เทคโนโลยีระดับพรีเมียมหลายอย่างเข้าไป
"เป็นการเปลี่ยนภาพจำเดิม ๆ ว่าความสะดวกสบายระดับสูงต้องจ่ายในราคาหลักล้านเท่านั้น นอกจากตัวรถที่สมบูรณ์แบบ เอ็มจี ยังพร้อมส่งมอบประสบการณ์ LIFE EASY ผ่านบริการ MG SMILE มาตรฐานการบริการรูปแบบใหม่ที่เน้นความสะดวกและอุ่นใจในทุกช่วงเวลาของการใช้งาน"
สำหรับการทำตลาด นอกจากราคาพิเศษ ช่วงเปิดตัว ลูกค้ายังได้รับ
- ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปีฟรี
- รับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร MG HOME CHARGER พร้อมติดตั้ง
- สายชาร์จฉุกเฉิน (Emergency Charger)
- ชุดพรมปูพื้น


