วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘พอน’ ทุนใหญ่ เนเธอร์แลนด์ ถือหุ้น อาวดี้ ไทยแลนด์ 75% ยกระดับตลาด

ทุนใหญ่ เนเธอร์แลนด์ “พอน โฮลดิ้ง” มั่นใจอุตสหกรรมยานยนต์ไทย อาเซียน เชื่ออนาคตเติบโต ซื้อหุ้น ไมซ์สเตอร์ เทคนิค ดันตลาด อาวดี้ 

ตลาดรถยนต์ไทย อยู่ในสถานการณ์ไม่ดีต่อเนื่องหลายหลายปี โดยเฉพาะหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการมีปัจจัยลบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก หนี้ครัวเรือน หรือความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ แม้ว่าล่าสุดเริ่มขยับตัวดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมส่วนที่หดตัวลงไปหลายปี

การถดถอยของตลาดในช่วงที่ผ่านมา มีความแตกต่างจากหลาย ๆ วิกฤติก่อนหน้านี้ ที่ส่วนใหญ่ตลาดแมส (mass) จะเป็นตลาดที่ได้รับผลกระทบ ส่วนตลาดพรีเมียม ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก 

แต่การถดถอยครั้งล่าสุด จะพบว่าตลาดพรีเมียมก็ไม่สามารถหลุดรอดไปได้ รถยนต์อย่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือ บีเอ็มดับเบิลยู ที่มีสัดส่วนการขายมากกว่า 70% ของตลาดพรีเมียม มียอดขายต่อปีที่ต่ำกว่า 1 หมื่นคัน และปีนี้ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะกลับขึ้นไปหลักหมื่นได้ 

ทิศทางดังกล่าวมองได้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจมีผลต่อกำลังซื้อกลุ่มกลาง-บน และกลุ่มบนมากขึ้น หรือหากมองในด้านของการตลาดนี่อาจจะเป็นการได้รับผลกระทบจากอีวี ดิสรัป ที่รถพลังงานไฟฟ้า หรืออีวี เข้ามามีบาทบาทมากขึ้น

โดยเฉพาะอีวีจากจีนที่มีข้อได้เปรียบด้านราคา และมีผลให้ลูกค้าพรีเมียมหลายคน หันไปใช้ อีวี กลุ่มบน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้า และออปชั่น หรือ ลูกเล่นต่าง ๆ ที่ให้มา

 

อาวดี้ ดึงทุนเนเธอร์แลนด์ยกระดับธุรกิจ

ในกลุ่มพรีเมียมตลาดรถยนต์ไทย หนึ่งในแบรนด์ที่ลูกค้าให้การตอบรับ โดยเฉพาะด้านสมรรถนะและประสิทธิภาพการขับขี่ คือ อาวดี้ ที่จัดเป็นแบรนด์รองในตลาดพรีเมียมไทย ก็ได้รับผลกระทบเช่นกันด้วยยอดขายที่หดตัวลงไปมาก 

ในด้านการตลาด อาวดี้ อาจเสียเปรียบคู่แข่งอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ หรือ บีเอ็มดับเบิลยู ที่บริษัทแม่เข้ามาทำธุรกิจเอง และมีกิจกรรมการประกอบรถในไทย (CKD)

ขณะที่อาวดี้ทำตลาดผู้แทนจำหน่ายชาวไทย คือ บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ที่มี “กฤษฎา ล่ำซำ” เป็นประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร และรถทุกคันเป็นรถนำเข้า (CBU) ทำให้มีภาระภาษีศุลกากร อัตรา 80%

‘พอน’ ทุนใหญ่ เนเธอร์แลนด์  ถือหุ้น อาวดี้ ไทยแลนด์ 75% ยกระดับตลาด

 

ที่ผ่านมา อาวดี้ พยายามที่จะแข่งขันในตลาด ผ่านการประสานงานกับบริษัทแม่ “อาวดี้ เอจี” เพื่อให้สามารถทำโครงสร้างราคาที่แข่งขันได้ แต่ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจ กำลังซื้อ ปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

นั่นน่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงของอาวดี้ ประเทศไทย คือ การที่กลุ่มทุนใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ “พอน โฮลดิ้งส์” (PON Holdings) เข้ามาร่วมทุน ด้วยการถือหุ้นใหญ่ 75% ขณะที่ไมซ์สเตอร์ เทคนิค เหลือ 25%

การเข้ามาของ พอน โฮลดิ้งส์ ไม่ได้เป็นเพียงการสรรหาผู้ร่วมทุนของไมซ์สเตอร์ เทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นการมองเห็นโอกาสของทุนใหญ่จากเนเธอร์แลนต์รายนี้ 

 

อาเซียน - ไทย Rising Star  

เจอร์ราด แจนเซ่น รองประธานกลุ่มยานยนต์ ภูมิภาคเอเชีย พอน โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า สิ่งที่พอนมองก่อนควาามเคลื่อนไหวครั้งนี้ คือ มองว่าตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่มีอนาคต แม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์ไม่ดีนัก แต่ด้วยจำนวนประชากร และทิศทางเศรษฐกิจในอนาคตเชื่อว่าตลาดจะกลับมาเติบโตได้ดี

โดยมองตลาดที่โดดเด่นเป็น rising star ในภูมิภาคนี้ คือ ไทย และเวียดนาม โดยในส่วนของเวียดนาม บริษัทเข้าไปลงทุนแล้วเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เริ่มจากผลิตเครื่องยนต์สำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ แคทเตอรพิลลา ก่อนจะจำหน่ายรถยนต์ และล่าสุดการเข้ามาลงทุนในไทยร่วมกับไมซ์สเตอร์ เทคนิค ซึ่งถือว่าเป็นการร่วมือในเฟสแรก หลังจากนี้จะมีความร่วมมือเพิ่มขึ้น 

ทั้งนี้การลงทุนของ พอน จะเน้นการเข้าไปหาพันธมิตรท้องถิ่นที่มีความชำนาญและเข้าใจตลาด ผู้บริโภค และวัฒนธรรม

“พอน เป็นกลุ่มธุรกิจด้านยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์ แต่หลักการในการทำตลาดทั่วโลกคือเราจะไม่ทำคนเดียว แต่จะหาพันธมิตรเพื่อรวมมือกันสร้างความเข้มแข็ง” แจนเซ่นกล่าว

ส่วนการดำเนินงานหลังจากเข้ามาของพอน อาวดี้จะเริ่มต้กนารยกระดับในหลายด้าน โดยเฉพาะการบริการหลังการขาย ผ่านการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า  

 

ปรับพอร์ตโฟลิโอ เพิ่มความหลากหลาย รวดเร็ว

ในด้านผลิตภัณฑ์จะปรับพอร์ตโฟลิโอใหม่ เป้าหมายหลักคือเพิ่มความหลากหลายในตัวเลือกให้ลูกค้าในทุก ๆ พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ ไฟฟ้า หรือ ปลั๊ก_อิน ไฮบริด โดยเมื่อมีรถรุ่นใหม่เปิดตัวในตลาดโลก ก็จะพยายามนำเข้ามาทำตลาดในไทยทันทีที่โรงงานผลิตรุ่นพวงลัยขวา

สำหร้บรถรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวเป็นรุ่นแรกหลังโครงสร้างบริษัทใหม่คือ อาร์เอส 5 (RS 5) กลุ่มรถสมรรถนะสูง

กฤษฏา กล่าวว่า การเปิดตัว อาร์เอส 5 จะเป็นมิติใหม่ คือ อาจยังไม่มีรถตัวจริงเปิดตัว แต่เป็นการเปิดให้ลูกค้าจองล่วงหน้า ซึ่งจะทำให้อาวดี้ได้ข้อมูลจากลูกค้าในด้านความต้องการออปชั่นต่าง ๆ ที่จะส่งข้อมูลให้กับโรงงาน เพื่อให้ได้รถที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าชาวไทยมากที่สุด 

แจนเซ่น กล่าวว่า นอกจากการมองเห็นศักยภาพของไมซ์สเตอร์ เทคนิค และโอกาสการตลาดของไทย และอาเซียน อีกเหตุผลที่ตัดสินใจเข้ามาดำเนินธุรกิจ คือ ความมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์ เนื่องจาก พอน เป็นพันธมิตรกับ โฟล์คสวาเก้น กรุ๊ป บริษัทแม่ของอาวดี้ มา 50 ปี และทำธุกิจใน 35 ประเทศ โดยแต่ละปีสามารถสร้างยอดจำหน่ายได้ประมาณ 1 แสนคัน 

 

พอน ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกรถยนต์ ท็อป 5 จักรยานโลก

สำหรับพอน นอกจากดำเนินธุรกิจรถยนต์แล้วยังเป็นผู้ผลิตจักรยานละจำหน่ายจักรยานรายใหญ่ โดยติด 1 ใน 5 ของโลก ปัจจุบันมีแบรนด์จักรยานในกลุ่มกว่า 20 แบรนด์ หลากหลายกลุ่ม ทั้ง คอมฟอร์ท, สปอร์ต, เพอร์ฟอร์แมนซ์, ไลฟ์สไตล์ รวมถึงกลุ่มจักรยานเช่า ที่ปัจจุบันตในยุโรปมีมากกว่า 6 แสนคอนแทคท์ 

พอน ยังเป็นผู้สนับสนุนทีมจักรยานหลายทีม รวมถึงทีมชาติเนเธอร์แลนด์ 

ทั้งนี้จักรยานของพอนมีราคาจำหน่ายทั้งแต่ประมาณ 7,500 บาท ถึง 1.9 ล้านบาท ส่วนในไทยแบรนด์ที่ผู้บริโภคคุ้นเคย เช่น เซอเวโล่, คอนโนเดล, ชวินน์ หรือว่า มองกูส เป็นต้น

ปัจจุบันพอน มีพนักงานรวม 10,000 คน เครือข่ายธุรกิจ 35 ประเทศ ยอดขายรถยนต์ 100,000 คัน/ปี ยอดผลิตจักรยาน 1 ล้านคัน/ปี มีรายได้ 10,000 ล้านยูโร

 

‘พอน’ ทุนใหญ่ เนเธอร์แลนด์  ถือหุ้น อาวดี้ ไทยแลนด์ 75% ยกระดับตลาด

ด้านกฤษฎา กล่าวว่า อาวดี้ ประเทศไทย เริ่มต้นธุรกิจมา 9 ปี ตั้งแต่ 2560 ฝ่าฟันอุปสรรคมาหลายครั้ง โดยเฉพาะ โควิด 19 และเป็นแบรนด์ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าด้วยดี แต่ปัจจุบันเป็นการเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุด ทั้งเศรษฐกิจผันผวน สถานการณ์โลก และการผ่องถ่ายเข้าสู่ อีวี ซึ่งบริษัทเห็นเรื่องนี้และพยายามเสริมสร้างความเข้มแข็ง ด้วยการมองหาพันธมิตรทางกลยุทธ์ และเริ่มต้นคุยกับ พอน ตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมา