เมอร์เซเดส-เบนซ์ เสริมตลาด อีวี เปิดตัวรุ่นใหม่ 2 รุ่น เน้นผลิตในประเทศ ยกระดับอุตฯ ด้าน CLA 250+ ทะลุ 2,000 คัน ยันเน้นความหลากหลายตอบสนองลูกค้า ทั้งปลั๊ก-อิน ไฮบริด ดีเซล
นายคริสเตียน เชลล์ ประธานบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนรุกตลาดรถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี ต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่ 2 รุ่น คือ GLC EV ไตรมาส 4 ปีนี้ และต้นปี 2570 เปิดตัว VLE
GLC EV รถเอสยูวี จะประกอบในประเทศไทย (CKD) ส่วน VLE รถเอ็มพีวี พรีเมียม เป็นการนำเข้า
“นโยบายหลักของเราคือ การทำตลาดรถ ซีเคดี เพราะต้องการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แรงงาน ชิ้นส่วน ซึ่งปัจจุบันอีวีผลิตหลายที่ เราจะเลือกนำเข้าจากที่ไหนก็ได้ รวมถึงจีน ซึ่งได้สิทธิพิเศษด้านภาษีนำเข้า 0% แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ต้องการประกอบในไทยมากกว่า”
ในส่วนของ VLE ที่เป็นเอ็มพีวีขนาดใหญ่ หรูหรา ถือเป็นตลาดกลุ่มพิเศษจะมีการผลิตไม่กี่แห่ง จึงต้องนำเข้ามาทำตลาด
ทั้งนี้ที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกอบ อีวี ในไทยมาแล้วหลายรุ่น เช่น EQS, EQE SUV, EQC SUV, EQC Sedan และล่าสุดคือ CLA 250+ Electric รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในงานบางกอก มอเตอร์ โชว์ ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดี ยอดจอง 1,554 คัน และถึงปัจจุบันเกิน 2,000 คัน สูงกว่าความคาดหมาย
ดังนั้นผู้จองรถหลังจากนี้อาจจะต้องรับรถปีหน้า โดยขณะนี้บริษัทจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับกับลูกค้าที่จอง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดระหว่างรอส่งมอบ
นายเชลล์ กล่าวว่า กระแสการตอบรับ CLA ดีมาก จากด้านต่างๆ ทั้งสมรรถนะ และความสามารถในการใช้งานได้ไกลจากการชาร์จ 1 ครั้ง และการเสริมตลาดอีวีต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าสัดส่วนการขาย อีวี ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ จะอยู่ในระดับ 20-25%
“อย่างไรก็ตาม เราทำตลาดไม่ได้ขายในสิ่งที่อยากขาย แต่ขายในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ดังนั้นผลิตภัณฑ์จะมีความหลากหลาย ทั้งปลั๊ก-อิน ไฮบริดที่มีสัดส่วนประมาณ 70% และเครื่องยนต์ดีเซลก็ยังมีลูกค้าชื่นชอบเช่นกัน”
ส่วนภาพรวมตลาดปีนี้ล่าสุดบริษัทมียอดขาย 1,300 คัน พอๆ กับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว แต่ยอดทะเบียนรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีประมาณ 2,000 คัน โดยเป็นตัวเลขที่น่าพอใจในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจุบัน หนี้ครัวเรือนในระดับสูง และที่น่ายินดีคือ รถในกลุ่มท็อป-เอนด์ ได้รับการตอบรับที่ดี มีอัตราการเติบโต 8% ส่วนหนึ่งมาจากจี-คลาส ขณะที่มายบัคขยายตัว 25% และรถสมรรถนะสูง เอเอ็มจี เติบโต 9.8%
โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่ายที่ได้สิทธิทำตลาด มายบัคจาก 3 ราย ในกรุงเทพฯ เป็น 10 ราย ประกอบด้วย
- บริษัท แอทต้า ออโต้เฮ้าส์ จำกัด (ATTA Autohaus)
- บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด (Benz BKK Group)
- บริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด (Benz BKK Vipawadee)
- บริษัท เบนซ์ พระราม 3 จำกัด (Benz Praram 3)
- บริษัท เบนซ์ ราชครู จำกัด (Benz Rajchakru)
- บริษัท ทองหล่อ-รามอินทรา จำกัด (Benz Thonglor)
- บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด (Primus Autohaus)
- บริษัท สวนหลวง ออโต้เฮ้าส์ จำกัด (Suanluang Autohaus)
- บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด (Thonburi Phanich)
- บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด (TTC Motor)
ขณะที่รถในกลุ่มเอเอ็มจี ขยายเป็นทุกดีลเลอร์ได้สิทธิจำหน่ายทั้งหมด
ล่าสุดเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จัดงานเฉลิมฉลอง 140 ปี ภายใต้แคมเปญ “140 Years. 140 Places.” โดยมีกิจกรรมสำคัญคือ ขบวนคาราวานระดับโลก ผ่าน 6 ทวีป 140 ประเทศ รวมถึงไทย รวม 5 หมื่นกิโลเมตร นำโดย S-Class รุ่นปรับโฉมที่เดินทางมาจัดแสดงในไทยเป็นครั้งแรก หลังการเปิดตัวในเวทีโลกช่วงต้นปี
โดยคาราวาน S-Class ใหม่ที่ทีมงานชาวเยอรมัน ขับขี่ข้ามทวีปมาจนถึงกรุงเทพฯ เข้าสู่ประเทศไทยทางจังหวัดอุบลราชธานี ผ่านพื้นที่เขาใหญ่
และจากกรุงเทพฯ มีกำหนดการที่จะมุ่งหน้าสู่หัวหิน และหาดใหญ่ ก่อนจะไปยังจุดหมายถัดไปที่ประเทศมาเลเซีย
นอกจากนี้ยังเปิดให้คนไทยจอง Mercedes-Maybach S-Class ทั้งแบบ MANUFAKTUR package และรุ่นพิเศษ Mercedes-Maybach S 580 e Night Series ราคา 14 ล้านบาท จำนวนจำกัด 16 คัน
Mercedes-Maybach S 580 e Night Series มีขุดแต่งพิเศษ ประกอบด้วยชิ้นส่วนโครเมียมแบบ Dark Chrome และพื้นผิวตัวถังที่มีความเงางามเปรียบเสมือนเพชร การตกแต่งภายในห้องโดยสารที่ยกระดับความหรูหรา สีตัวถังที่ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งในโทนสีเทา สีดำ และสีขาว และสีทูโทนคู่สีระหว่างสีดำ Onyx Black และสีเงิน Mojave Silver
นอกจากนี้ภายในงาน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จัดแสดงรถยนต์ในกลุ่ม Mercedes-Benz Classic Car หลายรุ่น สะท้อนถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางมรดก และประวัติศาสตร์ยาวนาน เชื่อมโยงเรื่องราวแห่งความสำเร็จในอดีตสู่ยุคปัจจุบัน
เชลล์ กล่าวว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทสื่อสารอย่างต่อเนื่องว่าในปีนี้เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญเนื่องในโอกาสครบรอบ 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) นับตั้งแต่คาร์ล เบนซ์ (Carl Benz) จดสิทธิบัตรในการสร้างรถยนต์คันแรกของโลกในปี ค.ศ.1886 นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดวิวัฒนาการของการเดินทางมาจนถึงปัจจุบัน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

