อีซูซุ ร่วมมือ ไทยไฟท์ ภาครัฐ เอกชน จัดโครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT” เปิดโอกาสผู้ต้องราชทัณฑ์ ร่วมแข่งขันมวยคาดเชือก สร้างระเบียบ วินัย ปูทางสร้างอาชีพอนาคต
อีซูซุ ร่วมมือกับ บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด ผู้จัดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT” ภาครัฐ และเอกชน จัดโครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT(INSPIRE…THAI FIGHT) หมัดเดียว…เปลี่ยนได้” โดยแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีพลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ (รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมงาน ณ ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง คลองหก จังหวัดปทุมธานี
โครงการนี้เป็นการต่อยอดพระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการจัดตั้ง “โครงการกำลังใจ” เพื่อประทานโอกาสและความหวังแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ และผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย
โครงการนี้เป็นการนำทักษะเอกลักษณ์จากกีฬามวยไทย มาต่อยอดเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของอีซูซุที่มุ่งเน้นการสร้างทักษะอาชีพและปลูกฝังวินัยในการทำงาน ซึ่ง 69 ปีที่ผ่านมา อีซูซุมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมหลากหลายด้าน ทั้งการศึกษา การพัฒนาอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย
ดร.นพพร วาทิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด กล่าวว่า ไม่ได้มองมวยเป็นเพียงกีฬา แต่คือ สะพานแห่งโอกาส’ที่ช่วยพลิกชีวิตผู้ต้องราชทัณฑ์ สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดเส้นทางสู่อาชีพ
"เป้าหมายของเราคือการให้โอกาสได้กลับสู่สังคมอย่างยั่งยืน มีทักษะ มีวินัย และมีศักดิ์ศรีในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพไม่ว่าจะก้าวสู่การเป็นนักมวย หรือเป็นผู้ฝึกสอนมวยไทย หลังพ้นโทษ”
เผด็จศึก หนึ่งในนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับโอกาสขึ้นสังเวียน THAI FIGHT กล่าวว่า การได้ขึ้นชกในเวทีระดับนี้มีทั้งความตื่นเต้นและปลุกความทรงจำครั้งแรกในชีวิตนักมวยอีกครั้ง ที่สำคัญงกว่านั้นคือการได้รับ โอกาส’ จากสังคมภายนอกให้กลับมาพิสูจน์ศักยภาพของตนเอง หลังจากไม่ได้กลับบ้านนานเกือบ 10 ปี
"มวยไทยพาผมกลับไปชกที่บ้านเกิด พัทลุง ท่ามกลางกำลังใจจากครอบครัวและผู้ชมจำนวนมาก สร้างความปลาบปลื้มและความหมายใหม่อย่างลึกซึ้ง มอบโอกาสและชีวิตใหม่ให้กับผม ผมมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะมวยไทย”
สำหรับรูปแบบกิจกรรมในงานเปิดตัว ที่ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง ได้แก่
- การสาธิตการฝึกมวยไทย นำโดย “แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม”
- การพบนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์ 6 คน ที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน
- การถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงของผู้ต้องราชทัณฑ์ที่จะก้าวสู่เส้นทางนักมวยอาชีพ
- เยี่ยมชม “ค่ายมวยสิงห์หนุ่มพัฒนา” ภายในแดนการศึกษา ซึ่งเป็นพื้นที่ฝึกฝนทักษะและวินัย
สำหรับรูปแบบการจัดการแข่งขันในโครงการ กำหนดนักมวย 6 คน แข่งขันชกแบบคาดเชือก พิกัดน้ำหนัก 60 กิโลกรัม แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 รอบคือ
รอบแรก วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ที่ World Siam Stadium ตะวันนา บางกะปิ
เป็นการแข่งขันแบบเก็บคะแนน โดยนักมวย 6 คน แบ่งเป็น 2 สาย (สาย A และสาย B) สายละ 3 คน แข่งขัน 3 ยก ไม่มีต่อยกที่ 4 ถ้าเสมอ
การให้คะแนน
- ชนะน็อคได้ 3 แต้ม ชนะคะแนนได้ 2 แต้ม และถ้าครบ 3 ยก
- เสมอกัน แบ่งคนละ 1 แต้ม
- นักมวยที่มีคะแนนมากอันดับที่ 1 และที่ 2 ของแต่ละสาย เข้ารอบสองต่อไป
กรณีที่นักมวยมีคะแนนรวมเท่ากัน
- นักมวยที่ชนะน็อคคู่ต่อสู้ได้จำนวนครั้งมากกว่ากัน
- นักมวยที่ชนะน็อคยกที่ 1 จะได้คะแนนพิเศษมากกว่าการชนะน็อคยกที่ 2 และชนะน็อคยกที่ 3
รอบที่สอง
- นักมวยทั้ง 4 คน จากรอบแรก มาแข่งขันแบบน็อคเอาท์ แพ้ตกรอบทันที
- หากครบ 3 ยก เสมอกัน จะแข่งขันยกที่ 4 ยกตัดสิน
- ผู้มีคะแนนอันดับ 1 สาย A จะเข้าไปแข่งกับผู้มีคะแนนอันดับ 2 สาย B
- ผู้มีคะแนนอันดับ 1 สาย B จะเข้าไปแข่งกับผู้มีคะแนนอันดับ 2 สาย A
รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 20 ธันวาคม 2569
นักมวยผู้ชนะในรอบสอง แข่งขันชิงชนะเลิศ

