จาก "โช้คอัพ" สู่ "เทคโนโลยีอัจฉริยะ" ถอดรหัสวิธี Profender พลิกวิกฤติน้ำมันแพงให้เป็นโอกาส เมื่อ "วิกฤติ" คือบททดสอบของ "วิสัยทัศน์"
ในยุคที่ "น้ำมันแพง" ไม่ใช่แค่พาดหัวข่าว แต่คือ "ความจริง" ที่กระทบทุกชีวิตและธุรกิจ เมืองไทยกำลังเผชิญกับคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ธุรกิจจำนวนมากต่างมองหาทางออกเพื่อประคองตัวให้รอดพ้นจากวิกฤติ แต่ในมุมมองของ ธงชัย เอี่ยมวัฒนศิลป์ CEO ของ Profender แบรนด์ช่วงล่างสัญชาติไทยที่ก้าวไกลระดับโลก วิกฤติไม่ได้มีไว้ให้กลัว แต่มันมีไว้ให้ "แก้เกม"
วันนี้ Bangkokbiznews จะพาไปเจาะลึกวิสัยทัศน์ของ "ธงชัย" ที่ไม่ได้มองแค่ว่าทำอย่างไรให้รอด แต่กำลังมองไปถึงว่า "ทำอย่างไรให้ Profender กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คนที่ต้องการ "ความประหยัด" และ "ความยั่งยืน" ในอนาคต
หากเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหา รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อปลดล็อกตัวเองจากพันธนาการของน้ำมันแพง... ธงชัยกำลังจะบอกว่า ควรคิดถึง Profender ไปพร้อมกัน
1. ทางออก ไม่ได้เริ่มต้นที่ "วิกฤติ" แต่เริ่มต้นที่ "การเตรียมตัว"
"เราไม่ได้เพิ่งมาปรับตัวตอนน้ำมันแพง" ประโยคนี้อาจเป็นคำจำกัดความที่ดีที่สุดของวิสัยทัศน์ของธงชัย เพราะการเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้คือกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืนในอนาคต
Profender เข้าใจดีว่าทุกธุรกิจต้องเผชิญกับวิกฤติ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ COVID-19 หรือความไม่แน่นอนทางการเมือง แต่เชื่อว่าในทุกวิกฤติมีทางออกเสมอ การเตรียมตัวมาตั้งแต่วิกฤตเหล่านั้น ทำให้ Profender มีรากฐานที่แข็งแกร่ง
Key Moves :
- กระจายความเสี่ยง (Diversification) : จากที่เคยแกร่งในตลาดปิกอัพ และ SUVs ธงชัยขยายอาณาจักรสินค้าไปสู่กลุ่ม มอเตอร์ไซค์ และรถเก๋ง จนกระทั่งถึงรถ EV ทำให้ Profender ไม่ได้พึ่งพาแค่ตลาดเดียว
- สร้าง Eco-system : ไม่ได้ทำแค่โช้ค แต่สร้างผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าอยู่ในระบบนิเวศของแบรนด์ เป็นการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก
2. บริหารต้นทุนด้วย "ปัญญา" ไม่ใช่แค่ "การตัดงบ"
ในภาวะต้นทุนพุ่ง สิ่งแรกที่หลายคนทำคือตัดงบการผลิต แต่ธงชัยเลือกทางที่ยั่งยืนกว่า นั่นคือ "การลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยี" เพื่อทำให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งสุดท้ายจะทำให้ต้นทุนสินค้าต่อหน่วยถูกลง โดยที่คุณภาพไม่ลดลงเลย นี่คือการแก้เกมส์ที่มองการณ์ไกล เพราะเครื่องจักรใหม่จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างความได้เปรียบในระยะยาว
3. เปลี่ยนช่วงล่างให้เป็น "Smart Technology" : SESC โช้คปรับไฟฟ้าอัจฉริยะ
เมื่อแนวโน้มผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดค่าใช้จ่าย Profender จึงก้าวตามทันด้วยการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในปัจจุบัน
นี่คือไฮไลต์ที่ทำให้ธงชัยดูเป็น CEO ที่ก้าวล้ำทันโลก ธงชัยส่งออกผลิตภัณฑ์ล่าสุดอย่าง SESC (Smart Electric Suspension Control) โช้คปรับไฟฟ้าที่สามารถปรับค่าความนุ่มแข็งได้ตามความเร็วที่ขับ ผ่านระบบ GPS
ความฉลาดของ SESC :
- รู้ใจคนขับ : เมื่อขับช้าในเมือง ต้องการความนุ่มสบาย SESC จะปรับให้นุ่มนวล
- รู้ทันความเร็ว : เมื่อออกต่างจังหวัด ขับเร็ว SESC จะปรับให้แข็งขึ้น เฟิร์มขึ้น เพื่อความปลอดภัย
4. "ความเชื่อมั่น" คือต้นทุนที่แพงที่สุด และต้องสร้างให้ได้
สุดท้าย ต่อให้สินค้าดีแค่ไหน หากลูกค้าไม่เชื่อมั่น วิกฤติก็จะหนักกว่าเดิม
"ธงชัย" ให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรฐานการผลิตระดับสากล และการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "บริการหลังการขายที่มั่นคง"
ลูกค้าที่ซื้อ Profender ต้องรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้ซื้อแค่ "อะไหล่" แต่กำลังซื้อ "ความสบายใจ" และ "คู่คิดในการเดินทาง" ที่พร้อมซัพพอร์ตตลอดเวลา
หลังบ้านที่แน่นหนา ระบบหลังบ้านที่แน่นหนา คือฐานรากของการทำงานทุกอย่างพร้อมๆ กัน
การแก้วิกฤติฉบับธงชัย เอี่ยมวัฒนศิลป์ ไม่ใช่การวิ่งหนีปัญหา แต่เป็นการวิ่งเข้าหาปัญหาด้วย "แผนการ" และ "นวัตกรรม"
วันนี้ Profender ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิต โช้คอัพ แต่คือภาพสะท้อนของธุรกิจไทยที่เฉียบคม พร้อมปรับตัว และพร้อมที่จะเติบโตไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนพร้อมกับโลก

