ลองขับ ฮอนด้า HONDA e:N2 (อี:เอ็น2) รถพลังงานไฟฟ้าหรือ อีวี (EV) รุ่นที่ 2 ของฮอนด้าในประเทศไทย นำเข้าจากจีน ภายใต้สิทธิพิเศษด้านภาษีนำเข้าจากเขตการค้าเสรี อาเซียน-จีน
ฮอนด้า อี:เอ็น 2 (Honda e:N2) รถพลังงานไฟฟ้า (EV) รุ่นที่ 2 ของฮอนด้าในประเทศไทย เปิดราคา 1,429,000 บาท เป็นรถสไตล์ที่น่าจะเรียกว่า ฟาสต์แบ็ค ครอสโอเวอร์
- แบตเตอรี ลิเธียมไอออน ความจุ 68.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
- รองรับการขับขี่สูงสุด 530 กม. มาตรฐาน NEDC
-
ชาร์จ AC รองรับสูงสุด 6.6 kW
-
ชาร์จ DC Fast Charging รองรับสูงสุด 78 kW (30-80% ภายใน 40 นาที)
- ขับเคลื่อนล้อหน้า
- กำลังสูงสุด 204 แรงม้า
- แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร
- ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.
โหมดการขับขี่มีให้เลือก 4 โหมด คือ Econ, Normal, Sport และ Snow ซึ่งบ้านเราไม่มี แต่ก็สามารถใช้ในช่วงเช่น ฝนตก ถนนลื่นได้
หลัก ๆ ผมใช้ Normal ซึ่งก็เพียงพอต่อการใช้งาน แต่ถ้าอยากได้การตอบสนองที่กระเฉงเพิ่มขึ้นแบบรู้สึกได้ ก็ขยับเป็น Sport ก็ได้ ซึ่งจะมาพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์สังเคราะห์ให้รู้สึกเร้าใจขึ้น
เสียงสังเคราะห์ส่งเสียงมาจากชุดเครื่องเสียง Bose ซึ่งฮอนด้าใส่ลำโพงมาให้ 12 ดอก ผมชอบการจัดการเสียงนะครับ เพราะว่าตำแหน่งที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์จำลองที่ชัดเจนคือผู้ขับ ทำให้ได้อารมณ์สปอร์ตเพิ่มขึ้น ขณะที่ตำแหน่งอื่น อาจจะไม่ได้ยินดียินร้ายกับเครื่องยนต์ ก็เลือกให้เงียบเสียดีกว่า
ซึ่งด้านความเงียบ อี:เอ็น2 ทำได้ดีเลยครับในส่วนของเสียงลมที่เงียบมาก ส่วนหนึ่งมาจากการให้กระจกหน้าต่างแบบอคูสติก 2 ชั้นมาให้ และกระจกคู่หลังยังเป็นแบบ privacy แต่ในส่วนของเสียงยางมีเข้ามาให้ได้ยิน โดยเฉพาะถ้าเจอทางที่ไม่เรียบ หรือทางคอนกรีต
และในส่วนของเสียงระบบความบันเทิง ระบบของ Bose ออกแบบให้ทุกตำแหน่งเป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าจะนั่งเบาะผู้ขับ ผู้โดยสารด้านหน้า หรือ ผู้โดยสารแถวหลัง จะรู้สึกว่าเสียงที่ออกจากลำโพงอย่างเสียงเพลงนั้นอยู่ตรงกลางทุกตำแหน่ง
เมื่อพูดถึงเบาะ ออกแบบมานั่่งได้สบาย เบาะหน้ามีระบบระบายอากาศ ช่วยได้ดีกับสภาพอากาศเช่นนี้ ขณะที่เบาะหลังปรับได้ 2 ระดับ เอนเพิ่มได้ 5.5 องศา ทำให้นั่งไกล ๆ ได้สบาย
สิ่งที่ผมชอบใน อีวี ของฮอนด้าคันนี้คือการเซ็ทรถให้มีความเป็นธรรมชาติ เป็นมิตรกับผู้ขับ ผู้โดยสาร เอาเป็นว่าใครไม่เคยขับอีวีมาก่อน ขึ้นไปขับก็ไม่ต้องปรับตัวอะไร
ฮอนด้าเลือกที่จะดึงจุดเด่นของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบสนองได้เร็ว เรียกแรงบิดได้เร็วเอามาใช้แบบพอประมาณ ไม่ให้แรงเกินไป ไม่ให้เบาเกินไป อารมณ์คล้ายกับการตอบสนองของเครื่องยนต์ดี ๆ สักตัวหนึ่ง จังหวะกดคันเร่ง รถไม่ได้กระชากแบบรุนแรง แต่ก็ไม่อืด เมื่อรถเคลื่อนที่จังหวะเ่ติมความเร็วมาได้ต่อเนื่อง เร่งแซงสบาย ๆ ไม่มีปัญหา
อารมณ์แบบนี้ผมว่าเป็นมิตรกับผู้โดยสาร ขณะที่ผู้ขับก็ไม่ต้องเกร็งเท้าขวากับคันเร่งมากนัก กดได้คล้าย ๆ กับที่ใช้รถเครื่องยนต์
เอาเป็นว่าอารมณ์แบบนี้ผมชอบนะ มันทำใหัขับง่าย ผ่อนคลาย และรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่า ส่วนใครที่ชื่นชมกับพวงอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือประเภทกดคันเร่งที หลังติดเบาะที ก็ไปลองขับดูก่อนว่า แบบนี้ถูกจริตกับท่านหรือเปล่า
ช่วงล่างด้านหน้า แมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังทอร์ชั่นบีมควบคุมรถได้ดี นิ่งในทุกความเร็ว แม้จะขึ้นไปสูง ๆ ถึงสูงสุด รถยังทรงตัวได้ดี นิ่ง ๆ ทำให้คุมรถได้แบบผ่อนคลาย และรู้สึกเป็นธรรมชาติเช่นกัน
จังหวะเด้ง ยวบ หรือโยนตัวของตัวถังมีไม่มาก ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องดี และน่าจะเป็นจุดขายที่นำไปแข่งกับ อีวี จากจีนหลาย ๆ รุ่นได้ ยกเว้นว่าลูกค้าไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของการขับเป็นเรื่องใหญ่
จังหวะการควบคุมรถในโค้ง ทริปนี้มีไม่มากนัก เพราะเส้นทางลองขับคือ เริ่มจากย่านบางชัน ออกรามอินทรา เข้าเกษตรนวมินทร์ งามวงศ์วาน รัตนาธิเบศร์ ก่อนเข้าด่วน เอ็ม 81 มุ่งหน้าเข้าเมืองกาญจน์ แต่ก็พอมีจังหวะให้ได้ลองบ้าง ถือว่าความแม่นยำใช้ได้ และการโยนตัวน้อย คุมรถไม่ยาก พวงมาลัยแม่นยำ น้ำหนักดี
ส่วน Honda Sensing อย่างระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และการรักษารถให้อยู่ในช่องทาง ผมว่าฮอนด้าทำได้เนียนดีครับ
ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการเพิ่มความเร็ว หรือ ชะลอความเร็วหากคันหน้าช้า เนียน ๆ ไม่กระตุก ไม่กระชาก เช่นเดียวกับจังหวะการเลี้ยวตามทางโค้ง ก็เลี้ยวได้เป็นธรรมชาติ เหมือนควบคุมรถด้วยคนที่มีสมาธิอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้เป็นแบบเผลอเล่นโทรศัพท์แล้วพอเงยหน้ามาเจอโค้งก็รีบหักพวงมาลัยเลี้ยวแบบกระตุกพวงมาลัย
บอกได้เลยว่าระบบนี้เหมาะกับ เอ็ม 81 มากครับ รถโล่ง ๆ ผมเปิดระบบให้มันขับเอง เราก็แค่กุมพวงมาลัยไว้หลวม ๆ เท่านั้น
ส่วนการชาร์จคืนพลังงานมี 3 ระดับ ปรับได้ด้วยแพดเดิลชิฟท์ที่พวงมาลัย ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่เซ็ทมาได้เป็นธรรมชาติ แรงหน่วงสูงสุดไม่ได้รู้สึกเหมือนคนตกใจแล้วเบรก แต่เหมือนกับแตะเบรกชะลอความเร็ว ส่วนถ้าเลือกต่ำสุด อารมณ์ก็เหมือนกับเราถอนเท้าจากคันเร่งของรถที่ใข้เครื่องยนต์นั่นแหละครับ
ถ้าพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ ทั้งพลัง การคุมรถ การเบรก ผมว่า อี:เอ็น2 ทำได้ดีเลยแหละครับ เป็นอีวีที่ขับได้ผ่อนคลาย แต่ก็มีความร้อนแรงในตัว
ส่วนเรื่องอื่น ๆ เช่น ระยะทางการใช้งาน การชาร์จ หรือ ราคา ก็ลองไปบวกลบคูณหารกันครับ ว่าให้น้ำหนักกับส่วนไหน เท่าไรครับ และมองสิ่งที่ไม่เห็นด้วยตา แต่รับรู้ได้ด้วยการจับความรู้สึกในการใช้งาน ว่าเป็นหนึ่งในต้นทุนด้วยหรือเปล่า
เสริมออปชั่น ลูกเล่น ความปลอดภัย
ฮอนด้า อี:เอ็น 2 มีจุดเด่น ๆ เช่น ระบบรองรับ แอ๊ปเปิ้ล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้ แบบไร้สาย ระบบแสดงข้อมูลที่กระจกบังลมหน้า
ในรถมีน้ำหอมอโรมามาให้ ใส่พร้อมกันได้ 3 แคปซูล 3 กลิ่น กระจายผ่านช่องปรับอากาศ ระบบแสดงค่าฝุ่น PM 2.5 และแผ่นกรอง
อากาศฝุ่น PM 2.5 ระบบฟอกอากาศ plasmacluster
เบาะผู้ขับเลื่อนอัตโนมัติเพื่อความสะดวกในการขึ้น-ลง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารปรับไฟฟ้า 4 ตำแหน่ง
และเป็นครั้งแรกที่มีถุงลมระหว่างผู้ขับกับผู้โดยสารด้านหน้า
กระจกมองหลังแบบดิจิทัล รับภาพจากกล้องด้านท้าย เป็นครั้งแรกของฮอนด้าในไทย
Honda Sensing ทำงานผ่นกล้องมุมกว้างด้านหน้า มี 6 ฟังก์ชั่นหลัก ๆ คือ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ ระบบช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามคันหน้า โดยเลือกระยะห่างได้ 4 ระดับ
ส่วนระบบความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น ระบบเตือนมุมอับที่กระจกมองข้าง ระบบเตือนเมื่อมีรถผ่านขณะถอย กล้องมองภาพรอบทิศทาง เซนเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด ด้านหลัง 4 จุด ไฟส่องสว่างด้านข้างขณะเลี้ยว ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างรถ
และยังมีลูกเล่น เช่น ช่องเชื่อมต่อยูเอสบีด้านหน้าและที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย เก็บซ่อนลดความเกะกะได้ เมื่อไม่ได้ใช้งาน
ส่วนออปชั่นเด่น ๆ อื่น หรือ รายละเอียดอื่น ๆ ของรถ เช่น
หลังคา Sunroof พร้อมม่านบังแดด สัญลักษณ์ H-Mark พร้อมไฟเรืองแสง
ไฟหน้า LED เปิด-ปิดอัตโนมัติไฟ Daytime Running Light LED ไฟส่องสว่างด้านข้างขณะเลี้ยว ACL ไฟท้าย LED ไฟเลี้ยว LED
มือจับประตูด้านนอกแบบซ่อน ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ ฝาท้าย เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า ฝาท้าย เปิด-ปิด โดยไม่ต้องใช้มือ หรือ Hands-Free Tailgate และปิดอัตโนมัติ เมื่อกุญแจอยู่ห่างจากตัวรถ ที่เรียกว่า Walk Away Close สปอยเลอร์หลัง
พวงมาลัย Multi-Function เบรกมือไฟฟ้า ระบบ Auto Brake Hold
ที่เก็บของด้านหน้า แบบซ่อน ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร หรือ Ambient Light เลือกได้ 10 สี
ไฟอ่านแผนที่ ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร ไฟอ่านหนังสือด้านหลัง LED ระบบสัมผัส
ระบบสตาร์ทรถยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท กุญแจ Honda Smart Key System กระจกหน้าต่างไฟฟ้า One-Touch 4 บาน
กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา
ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster ช่องแอร์ สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
แผ่นกรองอากาศกรองฝุ่น PM2.5 และระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5
เกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์ Button Gear Shifter พร้อมไฟตกแต่ง เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์
เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ระบบบันทึกความจำตำแหน่ง Memory Seat และระบบ Welcome Seat และระบายอากาศ
เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า ปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ระบบระบายอากาศ
เบาะนั่งด้านหลัง พับแยก 60 : 40 ปรับเอนได้ สูงสุด 26 องศา + 5.5 องศา และพับได้เรียบ มีที่วางแขนเบาะนั่งด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำ
มาตรวัด Full Digital แบบสี TFT ขนาด 9.4 นิ้ว เรียวยาว ดูแปลกตาดีเมื่อเทียบกระแสนิยมในยุคปัจจุบัน ผมว่าสวยดี
ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกบังลมหน้า HUD ขนาด 11.5 นิ้ว จอกลางสัมผัส ขนาด 12.8 นิ้ว
รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย Wireless ช่องเชื่อมต่อ USB Type C ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ช่องเชื่อมต่อ USB Type C ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง
ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth ระบบสั่งงานด้วยเสียง Siri และ Android Auto ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร ANC
ด้านความปลอดภัย เช่น เบรก เอบีเอส ระบบกระจายแรงเบรก ระบบช่วยเบรก ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (VSA) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง
ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control Stop & Go ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ LCDN
เสียงเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่
สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ขณะเบรกกะทันหัน ESS ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ AHA กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา
เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า 4 ตำแหน่ง ด้านหลัง 4 ตำแหน่ง
ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง TPMS
ถุงลม คู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลม ถุงลมนิรภัยตรงกลางเบาะคู่หน้า อุปกรณ์ปะยางฉุกเฉิน





