สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) แนะรัฐ เร่งขับเคลื่อน EV Ecosystem ฝ่าวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง ชูยานยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกพลังงานใหม่ หนุนเป้าหมายประเทศ 30@30
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เปิดมุมมองผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สร้างภาระต่อประชาชน ผู้บริโภค และภาคธุรกิจ พร้อมเสนอแนะภาครัฐผลักดันระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ครบวงจร เพื่อเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญลดการพึ่งพาน้ำมัน และเปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานทางเลือกมากขึ้นในระยะยาว
สมาคมฯ ระบุว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านพลังงานโลกจากความตึงเครียดระหว่างประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันหลายด้าน แต่ในเชิงโครงสร้าง ไทยจำเป็นต้องเร่งวางรากฐานด้านพลังงานทางเลือกควบคู่กันไป โดยรถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) เป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีศักยภาพสูง ทั้งมิติด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
ทั้งนี้กระแสตอบรับ อีวี จากผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงเทรนด์และยอดจองในงาน Motor Show ปีนี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าประชาชนไทยเปิดรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นต่อเนื่อง และพร้อมปรับตัวสู่การใช้พลังงานรูปแบบใหม่ที่สะอาด มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนมากกว่าเดิม
สมาคม เห็นว่า การผลักดันยานยนต์ไฟฟ้าไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงเรื่องการจำหน่าย แต่ต้องเดินหน้าอย่างเป็นระบบและครบวงจร ทั้งการผลิต การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน สถานีชาร์จ ระบบข้อมูลกลาง มาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ การสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคเพื่อลดความกังวลในการใช้งานจริง และทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน
แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศภายใต้นโยบาย 30@30 ที่มุ่งให้การผลิตยานยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์มีสัดส่วน 30% ของการผลิตทั้งหมด และผลักดันให้การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าระดับ 50% ภายในปี 2030 เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยระยะยาว
ทั้งนี้ ข้อเสนอของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เป็นผลจากการระดมความคิดเห็นร่วมกับคณะกรรมการสมาคมในการประชุมประจำเดือนช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข้อเสนอสำคัญ 5 ประการ ประกอบด้วย
- ส่งเสริมภาครัฐนำร่องใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาของรัฐมากขึ้น
- สนับสนุนการเร่งขยายสถานีชาร์จรถยนต์ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
- ผลักดันการจัดทำแอปพลิเคชันกลางโดยภาครัฐ เพื่อรวบรวมข้อมูลสถานีชาร์จจากทุกผู้ให้บริการให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก
- เสนอให้ศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) เพื่อกระตุ้นการใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และลดการบริโภคน้ำมันระยะยาว
- เร่งสร้างความเชื่อมั่นทั้งระบบ เช่น บริการหลังการขาย สต็อกอะไหล่ สินเชื่อ ประกันภัย ติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน ทักษะฝีมือช่าง เป็นต้น
ทั้งนี้เห็นว่า ข้อเสนอทั้ง 5 ประการ เป็นแนวทางที่สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริงในระยะใกล้ หากได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า วิกฤตราคาน้ำมันครั้งนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างทางเลือกด้านพลังงานให้กับประชาชนจริงจัง ยานยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญที่จะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมัน และนำพาประเทศไปสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน
"ข้อเสนอของสมาคม เป็นข้อเสนอที่สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในภาครัฐ การเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค"





