วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

เอ็มจี เสริม EV - Hybrid ยกระดับโชว์รูม ดันยอดขายปีนี้ 3 หมื่นคัน 

เอ็มจี เสริม EV - Hybrid ยกระดับโชว์รูม ดันยอดขายปีนี้ 3 หมื่นคัน 

เอ็มจี เปิดเกมรุก ดันตลาดสู้ภาวะเศรษฐกิจ เสริมตลาดต่อเนื่อง หลัง 2 เดือนแรก ยอดทะลุ 3,000 คัน เตรียมเสริม EV บี เซ็กเมนต์ กลางปี เดินหน้าปรับโชว์รูม MG Evolution

ในสถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ดีนัก ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ที่ทรงตัว และการแข่งขันที่ดุเดือด จากการที่มีผู้เล่นหน้าใหม่ หรือรถรุ่นใหม่หลากหลายพลังงานเข้ามาเพิ่มมากขึ้น น่าจะไม่ใข่เรื่องง่ายในการทำตลาดของแบรนด์ต่าง ๆ แต่ในส่วนของ "เอ็มจี" ดูเหมือนจะทำผลงานในช่วงต้นปีได้น่าพอใจ 

พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ยอดขายเอ็มจีในช่วงเดือน มกราคม - กุมภาพันธ์  2569 ทำได้ดีกว่าคาดการณ์ โดยเฉพาะรถพลังงานไฟฟ้า (EV) 

โดยยอดยรวม เอ็มจี ช่วง 2 เดือนแรก อยู่ที่ 3,000 คัน ส่วนเดือน มีนาคม เชื่อว่าจะทำได้ดีกว่า 2 เดือนแรก จากการเตรียมพร้อมสำหรับงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์ ครั้งที่ 47 ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเป็นต้นมา 

“ยอดจองในเดือนมีนาคมดี โดยเฉพาะ อีวี ส่วนหนึ่งจากแคมเปญตั้งแต่ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา และกระแสของอีวีที่ดีมาต่อเนื่อง”

นอกจากนี้ในสถานการณ์ที่ยังมีการสู้รบในตะวันออกกลาง และน้ำมันมีทิศทางราคาที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจอีวีมากขึ้น ขณะที่กระแสในโซเชียล เกี่ยวกับน้ำมันขาดแคลน ยิ่งเป็นการกระตุ้นความต้องการ ซึ่งรวมถึงผู้บริโภคในพื้นที่ต่างจังหวัด 

กระแสดังกล่าว ไม่ได้ทำให้ความนิยมรถใหม่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อตลาด อีวี มือสองอีกด้วย ซึ่งขณะนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และเชื่อว่าจะมีผลต่อการผลักดันตลาดรถใหม่ป้ายแดงในอนาคตอีกด้วย 

สถานการณ์ที่กระแสความนิยมเพิ่มขึ้น เชื่อว่าจะยิ่งส่งผลดีให้กับ เอ็มจี ที่ปัจจุบันมีความได้เปรียบในตลาด จากปัจจัยหลัก ๆ เช่น 

  • การมี Lifetime Warantee
  • การมีตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการที่ครอบคลุม ทำให้การบริการทั่วถึง
  • ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

ในด้านผลิตภัณฑ์ เอ็มจี ตอบสนองลูกค้าที่หลากหลาย และเสริมตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด MG 4 Electric รถรุ่นยอดนิมได้ไมเนอร์ เชนจ์ เพิ่มความสดใหม่และความน่าสนใจมากขึ้น 

เอ็มจี เสริม EV - Hybrid ยกระดับโชว์รูม ดันยอดขายปีนี้ 3 หมื่นคัน 

ทางด้าน MG S5 EV ปรับแคมเปญ และราคาใหม่ ทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้น และมีแผนที่จะผลิตในประเทศ หรือ CKD ทำให้มีศักยภาดในการแข่งขันมากขึ้น  

ขณะที่ Maxus 9 ก็เพิ่มความพรีเมียมมากขึ้น และเพิ่มรุ่นย่อยใหม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค

ส่วนรถพรีเมียมอีกรุ่น คือ MG IM6 ก็ยังคงได้รับการตอบรับที่ดี จากคุณภาพและความล้ำสมัยของรถ โดยปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 1,000 คัน 

ขณะที่ MG IM5 ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด ก็เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นกัน จากการเป็นรถ อีวี พรีเมียมที่มีเทคโนโลยขั้นสูง สเปคสูง และความสามารถในการใช้งานจากการชาร์จแบตเตอรีความจุ 100 kWh เต็มหนึ่งครั้ง รองรับการขับขี่ได้ 800 กิโลเมตร (NEDC)  และเป็นรถในตลาด D Segment ที่ระดับราคาลงมาแข่งขันในกลุ่ม C Segment ได้ 

“ตลาด D Segment ไม่ใหญ่นัก ไม่ว่าจะเป็นอีวี หรือ รถที่ใช้เครื่องยนต์ (ICE) แต่ก็เป็นตลาดสำคัญ​ โดยเอ็มจี ตั้งเป้าหมายจำหน่าย IM5 ไว้เดือนละ 100 คัน”

นอกจากนี้เอ็มจียังมีแผนรุกตลาด อีวี อย่างต่อเนื่อง โดยกลางปีจะเสริมตลาดแมส (mass) ในกลุ่ม B Segment ที่ยังมีช่องว่างเพิ่มเติมอีก 1 รุ่น 

โดยตลาดนี้จะไม่ทับซ้อนกับ MG4 Electric ที่เป็นรถในกลุ่ม B Segment แต่เป็น Upper B 

พงษ์ศักดิ์กล่าวว่า แม้ตลาดอีวีของเอ็มจีจะได้รับการตอบรับที่ดี แต่เอ็มจี ยังคงให้ความสำคัญกับตลาดอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย เพื่อรองับความต้องการของผู้บริโภคที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ICE หรือกลุ่มรถ ไฮบริด อีกทั้งมองว่าในระยะยาวเครื่องยนต์ก็ยังคงมีความสำคัญในตลาดรถยนต์

โดยช่วงปลายปี เอ็มจี จะเปิดตัว ไฮบริด ใหม่ เสริมตลาดรถกลุ่ม เอสยูวี 

และในส่วนของ MG3 Hybrid+ ปัจจุบันตลาดยังสามารถเดินได้น่าพอใจ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากอีวีเช่นกัน โดยมียอดขายเฉลี่ย 100-200 คัน/เดือน และจะพยายามรักษาระดับยอดขายให้ได้ในระดับนี้ต่อไป แม้ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

“ปัจจุบัน คนมองภาพเอ็มจีเป็นอีวี แต่จริง ๆ เราเน้นทุกพลังงาน ซึ่งก็ต้องพยายามเน้นตลาดอื่นให้มากขึ้น และอย่างเอ็มจี 3 ก็จะหาอะไรใหม่ ๆ ใส่เพิ่มเติมเพื่อสร้างแรงดึงดูดใจมากขึ้น”  

เอ็มจี เสริม EV - Hybrid ยกระดับโชว์รูม ดันยอดขายปีนี้ 3 หมื่นคัน 

นอกเหนือจากด้านผลิตภัณฑ์ ปีนี้เอ็มจียังคงเดินหน้ายกระดับโชว์รูมและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับเปลี่ยนเป็น MG Evolution ที่ปัจจุบัน ปรับเปลี่ยนแล้ว 20 แห่ง ปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 30 แห่ง

ซึ่งการดำเนินการทั้งหมด มั่นใจว่าจะทำให้ยอดขายปีนี้ ทำได้ 30,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมียอดขาย 27,000 คัน 

ด้านภาพรวมตลาดรถยนต์ มองว่าหากสถานการณ์สงครามไม่ยืดเยื้อ ตลาดจะขยายตัวได้ 5-10% หลังจากตลาดเริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

แต่หากสถานการณ์สงครามยังไม่สงบ ยังเป็นเรื่องยากที่จะประเมินภาพรวมทั้งหมดในขณะนี้