ลามิน่า สานต่อแคมเปญ รณรงค์ผู้ค้าฟิล์มแจงข้อมูลจริงใ ยึดค่า TSER เป็นหลัก ประเมินตลาดรวมปีนี้ 1,700 ล้าน ขยายตัวเล็กน้อย เปิดตัวฟิล์ม รองรับดิจิทัล เจาะรถยุคใหม่
นางสาว จันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร “ลามิน่า” ฟิล์มกลุ่มพิเศษ และฟิล์มกันสะเก็ดหิน “ลูมาร์” เปิดเผยว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีการรณรงค์การให้ข้อมูลด้านฟิล์มกรองแสงที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภค แต่พบว่ายังมีการบิดเบือนข้อมูลถึงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
“ปีที่ผ่านมา ลามิน่ากระตุ้นการสื่อสารด้านการทดสอบประสิทธิภาพของฟิล์มกรองแสง ผ่านแคมเปญ 'ฟิล์มลามิน่า อยู่คู่คนทุกเจน...ด้วยความจริง' เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด และในปีนี้ เราพร้อมที่จะเดินหน้ากระตุ้นกิจกรรมดังกล่าว ผ่านแคมเปญ 'ฟิล์มลามิน่า ปกป้องคุณด้วยความจริง' เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการให้ข้อมูลที่ถูกต้องส่งตรงไปยังผู้บริโภค”
ทั้งนี้ ลามิน่ายืนยันว่าการทดสอบประสิทธิภาพการกันความร้อนฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์ ในมาตรฐานระดับสากล จะต้องเป็นการใช้ค่า TSER (Total Solar Energy Rejection) ที่ 90 องศาเท่านั้น ซึ่งการทดสอบการป้องกันค่ารังสีอินฟราเรด (IR) หรือแม้แต่การทดสอบค่า TSER ที่มุมเอียง 60 องศา หรือมุมที่แตกต่างออกไป หรือการทดสอบด้วยกระจกสีชา จะให้ผลการทดสอบที่สูงกว่าความเป็นจริง
ทั้งนี้เพื่อเป็นการปกป้องผู้บริโภคไม่ให้หลงเชื่อโฆษณาที่เน้นเพียงค่า IR ที่สูง เนื่องจากรังสีอินฟราเรดเป็นเพียงแค่ความร้อนส่วนหนึ่ง และเป็นการวัดคาเพียงช่วงความยาวคลื่นบางช่วงเท่านั้น ม่ใช่ความร้อนจากแสงแดดทั้งหมด
ดังนั้นการพิจารณาเพียง IR ไม่ให้ประโยชน์ที่แท้จริง ในความเป็นจริงค่ากันความร้อนจากแสงแดดต้องพิจารณาจากฟิล์มที่มีค่า TSER ที่ผ่านมาตรฐานที่กำหนดโดย AIMCAL & NFRC และมีสถาบันระดับโลกรับรอง ไม่ใช่แค่ค่าใดค่าหนึ่งสำหรับการโฆษณาเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดการสับสนหรือเข้าใจผิด
นอกเหนือไปจากการยืนหยัดที่จะใช้ค่า TSER ในการตรวจสอบค่ากันความร้อนของฟิล์มกรองแสงที่จำหน่าย ตามมาตรฐานสากลที่กำหนดโดย AIMCAL (Association of International Metallizers, Coaters, and Laminators) และ NFRC (National Fenestration Rating Council Certification) ใช้วัดการลดความร้อนจากแสงแดดรวม เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้งานฟิล์มกรองแสงได้อย่างถูกต้อง
นางสาวจันทร์นภา กล่าวว่า บริษัทยังเน้นนำเข้าสินค้าที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับตลาดรถยนต์ที่เปลี่ยนไป ทั้งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี Lamina DigitalBoost ออกแบบรองรับระบบสัญญาณดิจิทัลภายในรถยนต์ การทำตลาดสินค้าที่สอดคล้องกับการเติบโตในกลุ่ม อีวี และสมาร์ทคาร์ โดยเปิดตัวฟิล์มกรองแสง ลามิน่า ดิจิทัล อีวี บูสต์ เป็นรายแรกที่รองรับการใช้งานของรถยนต์ยุคใหม่ทุกมิติ
“นอกจากนี้เรายังสร้างความมั่นใจด้วยการให้การรับประกันคุณภาพสินค้าและการติดตั้งผ่านผู้จัดจำหน่าย โดยในปีนี้เป็นครั้งแรกที่ลามิน่าจะขยายการรับประกันฟิล์มกรองแสงลามิน่า ดิจิทัล อีวี บูสต์ เพิ่มเป็น 10 ปี สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนการรับประกันผ่านระบบออนไลน์”
สำหรับลูกค้าที่ติดตั้งฟิล์มกรองแสงลามิน่า ดิจิทัล อีวี บูสต์ ซึ่งเป็นฟิล์มเอไอเซรามิกสมรรถนะสูง และลงทะเบียนรับประกันออนไลน์ ผ่าน www.laminafilms.com รับสิทธิการรับประกันพิเศษ เพิ่มเป็น 10 ปี โดยมีระยะเวลารับโปรโมชั่นพิเศษจนถึงสิ้นปีนี้ ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่านอกเหนือจากการเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงคุณภาพเยี่ยม ยังจะได้รับการดูแลจากบริษัทอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ปัจจุบันบริษัทมีเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการอบรมกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ มีผู้ใช้งานฟิล์มกรองแสงลามิน่าในประเทศไทยแล้วมากกว่า 10 ล้านคนทั่วไทย
ด้านภาพรวมของตลาดฟิล์มกรองแสงระดับพรีเมียมสำหรับรถยนต์ประเมินว่าปีนี้จะเติบโตเล็กน้อยตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 6.3 แสนคัน โดยคาดว่าตลาดฟิล์มกรองแสงจะมียอดจำหน่าย 1,500 - 1,700 ล้านบาท
ในส่วนลามิน่าฟิล์ม คาดว่าจะมียอดจำหน่ายที่ 630 ล้านบาทในปีนี้ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดฟิล์มกรองแสงไม่น้อยกว่า 33%
โดยบริษัทจะจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ที่จะมีแคมเปญพิเศษ เช่น สิทธิพิเศษในการผ่อนชำระ 0% และของพรีเมียม เมื่อจองฟิล์มกรองแสงในงานและติดตั้งในเวลาที่กำหนด





