ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี เผยผลประกอบการปี 2568 สร้างสถิใหม่ สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ ทั้งยอดส่งมอบ รายได้ เผยความสำเร็จ ไฮบริด ไม่กระทบ ดีเอ็นเอ
โดยปี 2568 ที่ผ่านมา ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี มียอดส่งมอบรถยนต์รถยนต์ “ลัมโบร์กินี” (Lamborghini) ทั่วโลก 10,747 คัน สร้างรายได้ทะลุ 3,000 ล้านยูโร (ประมาณ 1.13 แสนล้านบาท) เป็นปีที่สองต่อเนื่อง
โดยมีรายได้ 3,200 ล้านยูโร (ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมารายได้จากการดำเนินงานที่ 768 ล้านยูโร (ประมาณ 2.89 หมื่นล้านบาท) แต่อัตรากำไร 24% ลดลงจากปีก่อนหน้าเพียงเล็กน้อย
"สเตฟาน วิงเคิลมันน์" ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “ผลงานปี 2568 แสดงให้เห็นว่า ความแข็งแกร่งของออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขทางการเงิน แต่อยู่ที่ความสามารถในการบริหารจัดการความซับซ้อนของตลาดปัจจุบัน แม้จะมีความท้าทายทั่วโลก
โดยบริษัทสามารถรักษาการเติบโต สร้างผลกำไรและเสริมมูลค่าแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งเกิดจากกลยุทธ์ที่ชัดเจนของบริษัท นั่นคือระเบียบแบบแผน วิสัยทัศน์ระยะยาว และการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง
"สมดุลนี้ทำให้เราสามารถเปลี่ยนความท้าทายจากภายนอก ให้กลายเป็นโอกาสเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนแก่แบรนด์ได้อย่างต่อเนื่อง”
วิงเคิลมันน์ กล่าวว่ารายได้จากการดำเนินงานได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในแดนลบและการปรับขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถรับมือผลกระทบส่วนใหญ่เอาไว้ได้ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นและการบริหารต้นทุนที่รัดกุม
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์รุ่นพิเศษที่เกี่ยวกับการปรับกลยุทธ์ Direzione Cor Tauri ไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า ก็ส่งผลต่อตัวเลขการเงิน
ซึ่งการประกาศเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดรุ่น 4 ที่ผ่านมา เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ในอุตสาหกรรมระยะยาว
"เปาโล โพมา" กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กล่าวว่า ปัจจัยภายนอกและความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค ทำให้ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทายเป็นพิเศษ แต่บริษัทยังสามารถสร้างผลประกอบการทางการเงินและธุรกิจในระดับดีได้ตลอดทั้ง 12 เดือน และยังอยู่ในกลุ่มผู้เล่นที่ทำกำไรสูงสุดในภาคสินค้าพรีเมียมระดับโลก
“ยอดส่งมอบรถยนต์ 10,747 คันในปี 2568 ทำให้ ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี ทำสถิติทะลุเพดาน 10,000 คัน เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และตอกย้ำความแข็งแกร่งของอุปสงค์ทั่วโลกที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของแบรนด์”
การเติบโตที่โดดเด่น ส่วนหนึ่งมาจากความสำเร็จของ Revuelto และความนิยมของโปรแกรม Ad Personam ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 รถยนต์ที่ส่งมอบ 94% เป็นรถที่ออกแบบเฉพาะบุคคลอย่างน้อยหนึ่งจุด
“โปรแกรมดังกล่าวเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างมูลค่า และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์”
นอกจากนี้ Temerario ซึ่งเป็นรถไฮบริด ก็เป็นอีกรุ่นที่เสริมความแข็งแกร่งของแนวทางนี้ โดยบริษัทเริ่มส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้แก่ลูกค้าในช่วงเดือนแรกของปี 2569
นอกจากนี้การใช้ระบบส่งกำลังใหม่ทั้งหมด ที่ทำให้เครื่องยนต์สามารถทำรอบได้สูงถึง 10,000 รอบ/นาที เป็นครั้งแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ผลิตออกจำหน่ายจริง ก็เป็นอีกสิ่งที่ดึงดูดลูกค้า
ทั้งนี้ปี 2568 ที่ผ่านมา ลัมโบร์กินี ปรับไลน์อัพรถยนต์ โดยใช้ระบบไฮบริดเต็มรูปแบบ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ประสบความสำเร็จโดยไม่สูญเสียคาแรกเตอร์ ซึ่งเห็นได้จากกระแสตอบรับจำนวนมากอย่างล้นหลามจากกลุ่มลูกค้าทั่วโลก ประกอบด้วย
- Revuelto
- Urus SE
- Temerario
ปี 2569 ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องหลายรายการ โดยบางรุ่นจะเปิดตัวบนเวทีระดับนานาชาติ เช่น เทศกาล Goodwood Festival of Speed และงาน Monterey Car Week





