นิสสัน ปรับโฉม คิกส์ อี-พาวเวอร์ (Kicks e-Power) เน้น ความเรียบง่าย พรีเมียม ปรับออปชั่น เสริมระบบ ตามฟีดแบคลูกค้า ไทย-อาเซียน เปิดราคาพิเศษ เริ่ม 789,900 บาท
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ (Nissan Kicks e-Power) เป็นการบุกเบิกพลังงานทางเลือกอย่าง อี-พาวเวอร์ (e-Power) เมื่อหลายปีก่อน ด้วยแนวคิดการนำจุดเด่นด้านพละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้เป็นตัวขับเคลื่อนรถ และลดจุดอ่อนของหาแหล่งพลังงานมาป้อนด้วยแบตเตอรีที่มีราคาแพง และน้ำหนักมาก ด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์ตัวเล็ก ๆ เอาไว้ทำหน้าที่ปั่นไฟอย่างเดียว
ช่วงแรก คิกส์ มีคำถามมากมาย ตั้งแต่คำนิยามของ อี-พาวเวอร์ ไปจนถึงเรื่องของสมรรถนะ และราคา ให้นิสสันค่อย ๆ ปรับแก้ไข จนกระทั่งลงตัวที่สุด และอี-พาวเวอร์ ได้รับการยอมรับจากตลาด บวกกับยอดจำหน่ายที่ดีขึ้นจากช่วงแรกของการเปิดตัว
อย่างไรก็ตามด้วยความนิยมของรถในกลุ่ม เอสยูวีขนาดเล็ก ทำให้ตลาดมีคู่แข่งหลายรุ่นและหลายพลังงาน รวมถึงรถพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายของคิกส์
อย่างไรก็ตาม คิกส์ก็ยังคงมีลูกค้าที่ชื่นชอบ ขณะที่เทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ก็ได้รับความนิยม ขณะที่นิสสันก็มีตัวเลือกมากขึ้น ทั้ง เซเรน่า อี-พาวเวอร์ และเอ็กซ์-เทรล อี-พาวเวอร์
ล่าสุด นิสสัน ขยับตัว ปรับโฉม คิกส์ ใหม่ โดยปรับเปลี่ยนรายละเอียดไม่น้อย เพิ่มเทคโนโลยี รวมถึง Pro Pilot ที่นำเสนอครั้งแรกในไทย ผ่านคิกส์ใหม่
คิจิม่า หัวหน้าทีมพัฒนา คิกส์ ระบุว่า คิกส์ ใหม่พัฒนาขึ้นสำหรับตลาดประเทศไทย และอาเซียนโดยเฉพาะ
โดยทีมพัฒนาแบ่งเป็นทีมญี่ปุ่นและทีมอาเซียนที่นำโดยทีมไทย 50:50 ทั้งนี้เพื่อให้ได้รายละเอียดตรงตามที่ลูกค้าต้องการ จากการสำรวจความต้องการของผู้บริโภค เช่น จอขนาดใหญ่ หรือ ระบบความปลอดภัย ADAS และนำมาซึ่งการติดตั้ง Pro Pilot นั่นเอง
ส่วนการเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ประกอบด้วย
- การดีไซน์ใหม่
- เทคโนโลยีการขับขี่ จากเดิมที่เน้นให้เป็นรถขับสนุกเป็นหลัก ก็เพิ่มเรื่องความสะดวกสบาย และระบบช่วยเหลือต่าง ๆ อย่าง ADAS ที่ปัจจุบันมีเกือบ 20 ระบบด้วยกัน
สำหรับการเปลี่ยนแปลงด้านการดีไซน์หลัก ๆ เช่น ด้านหน้าที่ดูเรียบขึ้น และไม่มีไฟตัดหมอก โดยการออกแบบชุดไฟหน้าใหม่ และมีความสว่างที่เพิ่มขึ้น และมีขอบเขตที่กว้างขึ้นครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น 14 เมตร
- เพิ่มระยะการส่องสว่างของไฟต่ำ
- ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีไฟตัดหมอกอีกต่อไป
- ไฟ Daytime Running Lights แบบสามลูกศรที่แยกส่วนกัน
- ฝากระโปรงหน้ายกสูงขึ้น โครเมียมถูกยกออกไป แล้วใส่วัสดุดำเงาเข้ามาแทนที่
- กระจังหน้ายังคงยึดรูปแบบ V-Motion ที่เป็นเอกลักษณ์ที่ปรับรูปทรงใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น
- ดีไซน์ของตัวรถด้านล่างกับกันชนและซุ้มล้อที่ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้น
- ฝาท้ายออกแบบใหม่ ย้ายตำแหน่งที่จับเปิดฝาท้าย ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถนัดมือขึ้น ออกแรงน้อยลง
- ไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบพาดกลางยาวตลอดซ้าย-ขวา ไฟหน้าออกแบบให้เรียว คม ขึ้น ไฟท้ายทรงหกเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์แบบรถ SUV ของนิสสัน
- เสา A และเสา B ใช้วัสดุดำเงาเพิ่มความพรีเม่ียม จากเดิมเป็นสีดำด้าน ขณะที่บริเวณเสา C เดิมเป็นสีดำ เหมือนสีหลังคา เปลียนมาเป็นสีเดียวกับตัวถังรถแทน เป็นต้น
ภายในห้องโดยสาร
หัวใจสำคัญ คือ ค็อกพิทใหม่ที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย และทางเลือกโทนสีภายในใหม่ แบบ Moonstone ในรุ่น SV (รุ่นท็อป ส่วนโทนสีดำ-เทาเข้มอยู่ในรุ่น V (รุ่นเริ่มต้น) และ VL
หน้าจอแสดงผลใหม่ ระบบ NissanConnect ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย การเชื่อมต่อผ่าน USB และ Bluetooth ให้ใช้งานแอป ฟังเพลง และระบบนำทางได้ง่าย
จอแสดงข้อมูลการขับขี่ TFT ขนาด 7 นิ้ว มาตรวัดความเร็วดิจิทัล กราฟิกใหม่อ่านข้อมูลได้ชัดเจน
ห้องโดยสารไปรับดีไซน์ใหม่ตั้งแต่แผงประตูจนถึงแผงคอนโซลหน้าและช่องแอร์ และเน้นการใช้งานได้ง่ายขึ้นในทุกจุด พวงมาลัย หุ้มหนังที่มีในทุกรุ่นย่อยเสริมประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น
เบาะนั่ง Zero Gravity ลดความเมื่อยล้าในการเดินทางไกลหรือการขับขี่ในสภาพจราจรหนาแน่น บุด้วยวัสดุสังเคราะห์สะท้อนความร้อน
เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะหลังปรับปรุงใหม่ ปรับมุมพนักพิงตามฟีดแบคของลูกค้า พนักพิงศีรษะออกแบบใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ขณะที่เบาะหลังมีที่วางแขนตรงกลางพร้อมที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง
คิกส์ อี-พาวเวอร์ มาพร้อมกับIntelligent Rear View Mirror (IRVM) หรือกระจกมองหลังที่สามารถสลับระหว่างกระจกจริงกับภาพวิดีโอจากกล้องด้านหลัง ช่วยให้มองเห็นด้านหลังได้ชัดเจนแม้มีสัมภาระหรือผู้โดยสารบังทัศนวิสัย และมีที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย
พื้นที่เก็บสัมภาระ 423 ลิตร
ทางด้าน Pro PILOT ที่นำมาใช้ในไทยครั้งแรก เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 เทคโนโลยี ได้แก่
- Intelligent Cruise Control (ICC) ช่วยควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า รวมถึงหยุดนิ่งและออกตัวใหม่
- Lane Keeping Assist (LKA) ช่วยรักษาตำแหน่งรถให้อยู่ในเลน
เป็นระบบที่จะช่วยลดภาระในการขับขี่บนทางด่วนและทางไกล รวมถึงลดความเมื่อยล้าระหว่างเดินทางได้เป็นอย่างดี โดยระบบจะทำงานอย่างต่อเนื่องเมื่อผู้ขับจับพวงมาลัยตลอดเวลา
เทคโนโลยีความปลอดภัย 360˚ Safety Shield เช่น
- ระบบเตือนและป้องกันการชนในมุมอับสายตา (Blind Spot Intervention - BSI) ทำงานร่วมกับระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Warning - BSW)
- ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Leading Car Departure Notification - LCDN)
- ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า (IFCW) ที่ทำงานร่วมกับระบบเบรกฉุกเฉิน (IEB)
- ระบบป้องกันการชนด้านหลัง (Rear Cross Traffic Alert - RCTA)
- ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อถอยหลัง (Rear Automatic Emergency Braking - RAEB)
- ระบบกล้องมองภาพพรอบทิศทางพร้อมระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากล้องรอบคัน (Intelligent Around View Monitor with Moving Object Detection - AVM with MOD)
- ระบบเซนเซอร์ตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tire Pressure Monitoring System - TPMS)
ส่วนระบบความปลอดภัยอื่น ๆ ที่ม่ี เช่น
- ระบบล็อกอัตโนมัติตามความเร็ว (Speed Sensing Door Lock) และฟังก์ชัน Walk-Away Lock / Approach Unlock ที่ล็อก–ปลดล็อกให้แบบอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกในทุกการใช้งาน
- เซนเซอร์ถอยหลัง
- ถุงลม 6 จุด – คู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย
- ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรก
- ระบบกระจายแรงเบรก
- ระบบเสริมแรงเบรก
- เบรกมือ ไฟฟ้า
- ระบบ Auto Brake Hold
- ระบบแจ้งเตือนการโจรกรรม
- จุดยึดเบาะนั่งเด็กและระบบป้องกันเด็กเปิดประตูจากเบาะหลัง (ISOFIX & Child Lock)
- ระบบการควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control)
- ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist)
สำหรับ อี-พาวเวอร์ ยังเป็นชุดเดิม แต่ปรับจูนใหม่บางส่วน ทำให้ผ่านมาตรฐานไอเสีย ยูโร 6
- กำลังสูงสุด 136 แรงม้า
- แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร
- แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 2.06 kWh
เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว รองรับทั้งเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ 91, 95 ไปจนถึง E20
จุดเด่นอีกสิ่งหนึ่งของ คิกส์ อี-พาวเวอร์ ก็คือ อี-เพดัล สเต็ป (e-Pedal Step) ที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการขับขี่ โดยสามารถเร่งและชะลอความเร็วได้ด้วยแป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว เมื่อยกเท้าออกจากคันเร่ง รถจะชะลอความเร็วลงทันทีจนต่ำสุดประมาณ 5 กม./ชม. โดยจะเปิดการทำงานเมื่อเลือกโหมดการขับขี่ Sport หรือ ECO
นอกจากนี้ ระบบยังช่วยชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ (Regenerative Braking) ระหว่างการชะลอความเร็ว
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม ดิสก์เบรกหน้าพวงมาลัยไฟฟ้า Rack & Pinion
อีกจุดขายคือแอปพลิเคชั่น NissanConnect Services มีระบบต่าง ๆ เช่น การขอความช่วยเหลือฉุกเฉินผ่านปุ่ม SOS หรือโทร
การสั่งการผ่านแอปในสมาร์ทโฟนเพื่อล็อกหรือเปิดประตูรถ สตาร์ทเครื่องจากกระยะไกล ค้นหาตำแหน่งที่จอดรถ สั่งเปิดไฟหน้า หรือเปิดไฟหน้าพร้อมเสียงแตรเพื่อหาตำแหน่งรถได้อย่างสะดวก
และยังสามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับการใช้รถ แจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติ หรือเตือนเมื่อถึงกำหนดเข้ารับบริการ รวมถึงมีระบบเตือนเมื่อรถยนต์ถูกขโมย แจ้งเตือนการเข้า-ออกเขตพื้นที่ควบคุม ความเร็ว และเคอร์ฟิว
ทั้งนี้ฟังก์ชั่นบางอย่าง แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นย่อย
สีตัวถัง
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ มีสีตัวถังภายนอก 6 สี
- สีฟ้า อิเล็กทริก ไซแอน (Electric Cyan) (สีใหม่)
- สีเกรย์ สกาย เพิร์ล (Gray Sky Pearl) (สีใหม่)
- สีขาวสตอร์มไวท์ (Storm White)
- สีแดง เรเดียนท์ เรด (Radiant Red)
- สีเทากัน เมทาลิก (Gun Metallic)
- สีดำ แบล็ค สตาร์ (Black Star)
และมีตัวเลือก สีภายนอกแบบทูโทนหลังคาดำ สำหรับรุ่น VL และ SV โทนสีภายในมีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ ดำ-เทาเข้ม ในทุกรุ่นย่อย และเพิ่มทางเลือกโทนสีฟ้า-เทา Moonstone ที่ให้ความรู้สึกหรู ทันสมัย ในเกรด SV
ราคาจำหน่าย
- รุ่น V 839,000 บาท
- ร่น VL ราคา 899,000 บาท
- รุ่น SV ราคา 929,000 บาท
อย่างไรก็ตามนิสสันมีแคมเปญช่วงเปิดตัวสำหรับผู้ที่จองรถถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ด้วยราคาพิเศษ
- รุ่น V 789,900 บาท
- รุ่น VL เพียง 849,900 บาท
- รุ่น SV เพียง 899,900 บาท
พร้อมข้อเสนอ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.49%รับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. รับประกันระบบอี-พาวเวอร์ 5 ปี หรือ 150,000 กม.รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง





