วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569

Login
Login

'ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้' ลุยฉลุย ออฟโรด เรื่องง่ายๆ

'ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้' ลุยฉลุย ออฟโรด เรื่องง่ายๆ

ลองขับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูปอร์ ดิวตี้ (Ford Ranger Super Duty) ค่าตัว 1,599,000 บาททั้งเส้นทางออนโรด ออฟโรด พิสูจน์สมรรถนะ ปิกอัพไฮ เพอร์ฟอร์แมนซ์ สายลุย

ลุ้นกันมาพักใหญ่  หลังจากที่หลายคนได้เห็นสเปค เห็นแนวคิด แนวทางการพัฒนา หรือ ได้เห็นตัวจริงของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ (Ford Ranger Super Duty) ว่าราคาน่าจะอยู่ที่เท่าไร น่าสนใจจับจองเป็นเจ้าของมากน้อยแค่ไหน 

ซึ่งวันนี้ (23 มีนาคม 2569) ก็คงจะได้รู้กันในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 47 

ฟอร์ด นั้นได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกอะไรใหม่ ๆ ในตลาดปิกอัพ ซึ่งบางอย่างก็ต้องใช้เวลากว่าที่ผู้บริโภคจะเข้าใจ หรือ จนกว่าคู่แข่งจะเข้ามาร่วมวงทำตลาดด้วย 

สิ่งที่ฟอร์ดเป็นผู้เริ่มต้น เช่น ระบบเบรก เอบีเอส ที่ฟอร์ดใส่เข้ามาเป็นครั้งแรกในตลาดปิกอัพ หรือว่าการเปิดตัว ปิกอัพแบบแค็บเปิดได้ ก่อนที่จะกลายเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมในเวลาต่อมา

รวมไปถึงเปิดตลาดปิกอัพสมรรถนะสูง และแน่นอนราคาสูงตามไปด้วย อย่าง “เรนเจอร์ แร็พเตอร์” (Raptor) ซึ่งผลก็คือได้รับการตอบรับไม่น้อยจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการปิกอัพ Hi Speed Performance Pick-up Truck และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีอีกด้วย 

และสำหรับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ (Ford Ranger Super Duty) ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งการบุกเบิกสิ่งใหม่ในตลาดปิกอัพ 

แต่ ซูเปอร์ ดิวตี้ เลือกทางเดินคนละทางกับแร็พเตอร์ 

ขณะที่ไดโนเสาร์พันธุ์ดุไปทาง ไฮ สปีด แต่ ซูเปอร์ ดิวตี้ เป็น Hi Performance สายลุย ประเภท หนักเอา เบาก็สบาย ๆ

ด้วยการพัฒาให้มันสามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกรวมตัวรถ 4,500 กก. รองรับการลากจูง 4,500 กก. และหากทำทั้ง 2 อย่าง บรรทุกด้วยลากจูงด้วยน้ำหนักรวมอยู่ที่ 8,000 กก.

ทำให้มันสามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสายประกอบอาชีพทำมาหากิน ที่สามารถติดตั้งเครื่องไม้เครื่องมือได้มาก หรือ จะต่อยอดไปยังรถกลุ่มพิเศษ เช่น รถพยาบาล กู้ภัย รถหน่วยงานที่ต้องใช้การลุย หรือ ต้องบรรทุกของหนัก ๆ 

และแน่นอนรวมถึงสายไลฟ์สไตล์ เช่น แคมปิ้ง หรือจะต่อเติม หรือ ลากเป็น โฮม โมไบล์

'ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้' ลุยฉลุย ออฟโรด เรื่องง่ายๆ

'ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้' ลุยฉลุย ออฟโรด เรื่องง่ายๆ

ซึ่งการใช้งานแนวนี้การองรับของเครื่องยนต์นั้นคงไม่ใช่เรื่องยาก ด้วยสมรรถนะของ ดีเซล วี 6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร ท่ี่คุ้นเคยกันดีใน Wild Trak แต่เซ็ทให้เหมาะสมกับการใช้งาน 

โดยกำลังสูงสุด ลดลงจาก 250 ลงมาอยู่ที่ 210 แรงม้า แต่ไปให้ความสำคัญกับการจูนแรงบิด ซึ่งอยู่ที่ 600 นิวตันเมตรเท่าเดิมแต่ตอบสนองการใช้งานที่เหมาะสมมากขึ้น ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

ขณะที่ในส่วนของโครงสร้างตัวรถ ก็ออกแบบให้รองรับงานหนัก เช่น การออกแบบความสูงใต้ท้องรถ 29.9 ซม. รองรับการลุยน้ำได้ลึก 85 ซม. และยังทำให้โครงสร้างรถโดยรวมดูสูง ดูใหญ่โต บึกบึน และเมื่อรวมกับการปรับเปลี่ยนจุดยึดสปริงและปีกนกล่าง ทำให้ยิ่งสูงขึ้นไป เอาเป็นว่าถ้าขับเข้าห้างหรืออาคารต่าง ๆ ก็เช็คความสูงกันให้ดีก่อนนะครับ 

'ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้' ลุยฉลุย ออฟโรด เรื่องง่ายๆ

แชสซีส์ ที่อาจจะดูเหมือนกับ เรนเจอร์ตัวอื่น ๆ แต่จริง ๆ แล้วไม่เหมือน ถ้าเปลือยออกมาดูจะเห็นได้ว่ามันต่างกันพอควร โดยเฉพาะความหนาในบางช่วง 

เรียกว่า ซูเปอร์ ดิวตี้ เป็นแพลทฟอร์มใหม่ที่สร้างขึ้นจาก 0 

ขณะที่ใช้เครื่องยนต์ตัวเดียวกับ เรนเจอร์ บางรุ่น แต่ส่วนอื่น แตกต่างกัน แม้กระทั่งยางรองแท่นเครื่องก็คนละเบอร์ เกียร์ขับเคลื่อน 4 ล้อ คนละตัว เห็นขนาดที่แตกต่างกันชัดเจน 

ช็อก แอบซอร์เบอร์ สปริง คนละเบอร์ เรียกว่าใช้แทนกันไม่ได้ จุดยึดต่าง ๆ ก็ไม่เหมือนกัน ล้อ ยิ่งไปกันใหญ่ เป็นแบบ 8 รู รองรับการใช้งานหนักเต็มที่ ทั้งน้ำหนักบรรทุกหรือแรงบิดที่ส่งลงล้อ

การออกแบบช่วงล่างหลังที่เป็นแหนบแผ่นซ้อนให้รองรับการใช้งานหนัก ไม่ได้เติมจำนวนแผ่นเข้าไป เหมือนรถปิกอัพขนของที่บรรทุกเกินและชอบขับเร็ว หลายคันก็ชอบขับแช่ขวาไม่สนโลก และเมื่อไม่มีของบรรทุก ท้ายรถก็จะโด่งจนเสียทรง

แต่ ซูเปอร์ ดิวตี้ ใช้วิธีการยืดความยาวของแหนบออกไป ทำให้การรับน้ำหนักและความยืดหยุ่นทำได้ดี 

ยังมีจุดที่แตกต่าง เช่น กันชนหน้าแบบเหล็กเพิ่มความทนทานและเชื่อมติดกับเฟรม เสริมแผ่นกันกระแทกแบบหนาใต้ห้องเครื่องยนต์ และใต้ท้องรถ ที่ฟอร์ดยืนยันว่าแม้รถจะแขวนอยู่กับก้อนหินในการใช้งานออฟโรด แต่จะไม่ส่งผลกระทบเสียหาย เพราะแผ่นกันกระแทกพวกนี้มารองรับ

การเสริมอุปกรณ์ หรือ แชสซีส์ เกียร์ ที่ใหญ่ขึ้น แน่นอนมีผลต่อน้ำหนักของรถไม่น้อย ทีนี้มาดูกันว่ามีผลต่อการขับขี่มากน้อยแค่ไหน 

ทีนี้ไปลองขับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ กันครับ

มีทั้งขับทางเรียบ ทางออฟโรด ในสนามที่ทำขึ้นมาโดยเฉพาะ โหดเอาเรื่อง (แต่ดูเหมือนไม่โหดกับ ซูเปอร์ ดิวตี้สักเท่าไร) และการขับบนเส้นทางจริง ขึ้นเขาระเบิด ที่ระยอง 

ทางเรียบ ซูเปอร์ ดิวตี้ มีความกระด้างพอประมาณ โดยเฉพาะเมื่อขับบนถนนคอนกรีต ถ้าเป็นทางลาดยางจะนุ่มนวลขึ้น ซึ่งก็คงเป็นผลมาจากการออกแบบให้มันรองรับงานหนักนั่นเอง 

'ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้' ลุยฉลุย ออฟโรด เรื่องง่ายๆ

แต่เมื่อเติมน้ำหนักบรรทุกท้ายกระบะเข้าไป 1 ตัน ดีขึ้นครับ ความนุ่มนวลเพิ่มเข้ามา และการคอนโทรลรถยังทำได้ดี การตอบสนองของเครื่องยนต์ก็รองรับได้สบาย ๆ 

การขับเส้นทางออฟโรด เกียร์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ต่างจากเรนเจอร์ตัวอื่น แต่พื้นฐานจมีเหมือนกันไม่ว่าจะป็น 2H, 4H, 4L และ 4A พร้อมโหมดการขับ 7 โหมดให้สอดคล้องกับเส้นทาง เช่น หิน โคลน ทราย ลากจูง ทางเปียก เป็นต้น 

มีตัวช่วยอย่าง Diff-Lock ทั้งหน้าและหลัง ให้เลือกควบคุมตามความเหมาะสม จะเลือกอย่างเดียว หรือจะเลือกทั้ง 4 ล้อก็ได้ 

แต่เอาจริง เส้นทางการขับวันนี้แทบจะไม่ต้องใช้งาน เพราะโครงสร้างพื้นฐานของรถ เกียร์ หรือ ระบบขับเคลื่อนทำให้มันผ่านอุปสรรคได้ไม่ยาก แม้จะเห็นว่าบางช่วงก็เป็นเนินที่ชันมาก ๆ ก็ตาม และยังสามารถใช้วอล์คกิ้ง สปีด ไต่ขึ้นไปได้ โดยไม่ต้องแตะคันเร่งแต่อย่างใด แค่ควบคุมพวงมาลัย และมองเส้นทางที่จะไป เท่านั้น

'ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้' ลุยฉลุย ออฟโรด เรื่องง่ายๆ

และหากบางช่วงมองไม่เห็น เช่น ปีนเนิน ลงเนิน หรือ ลงหลุม ไต่เนินเอียง ก็สามารถมองเส้นทางผ่านกล้องที่มาพร้อมกับเส้นบ่งบอกทิศทางของล้อคู่หน้า

และความสูงใต้ท้องรถ รวมถึงการออกแบบมุมไต่ มุมฉาก ก็ได้เห็นประโยชน์ในการขับครั้งนี้ เพราะผ่านอุปสรรคไปได้ โดยหน้ารถไม่ชน ท้ายรถไม่ขุด และเห็นความสามารถของแรงบิด และการถ่ายเทกำลังไปยังล้อที่เหมาะสม เมื่อต้องขับลงหลุมสลับ ที่ไม่ใชเล็ก ๆ ตื้น ๆ แต่ใหญ่และลึก ที่อย่างน้อยต้องมี 1 ล้อ ที่แขวนในอากาศ แต่ส่วนใหญ่จะแขวน 2 ล้อครับ 

'ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้' ลุยฉลุย ออฟโรด เรื่องง่ายๆ

'ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้' ลุยฉลุย ออฟโรด เรื่องง่ายๆ

โหมดหนึ่งที่มีประโยชน์ในการขับขี่เส้นทางออฟโรด คือ "trail turn" ที่ช่วยให้รถเลี้ยวได้ง่ายขึ้นในพื้นที่แคบ ๆ ที่ทำงานได้จริง ทำได้ง่าย ๆ คือเมื่อขับมาตามเส้นทาง เจอทางโค้งแคบ ๆ ก็เลี้ยวตามเส้นทาง ซึ่งเมื่อลองขับแบบปกติ เลี้ยวไม่พ้น ต้องเดินหน้าถอยหลังสักพัก 

แต่เมื่อใช้ trail turn ก็ขับเหมือนเดิม  เพียงแต่จังหวะเลี้ยว ก็กดคันเร่งให้เต็มที่ ระบบจะไปล้อกล้อหน้าด้านในเอาไว้ ขณะที่แรงบิดส่งไปที่ล้อหลังให้ท้ายกวาดออก ช่วยให้รถตั้งลำไปในเส้นทางที่ต้องการได้ไม่ยาก 

'ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้' ลุยฉลุย ออฟโรด เรื่องง่ายๆ

'ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้' ลุยฉลุย ออฟโรด เรื่องง่ายๆ

ส่วนเส้นทางขึ้นเขาระเบิด ก็ได้เห็นการทำงานของเครื่องยนต์ที่ขึ้นได้สบาย การปีนไต่ การคร่อมร่อง การสลับร่อง การเหยียบก้อนหิน ข้ามก้อนหิน ทำให้เห็นว่าการออกแบบตัวรถทั้งหมด ทั้งโครงสร้างตัวถัง ความสูงใต้ท้องรถ มุมประชิด มุมจาก ระบบช่วยเหลือ กำลังของเครื่องยนต์ การตอบสนองของเกียร์ และโหมดการขับขี่ต่าง ๆ 

'ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้' ลุยฉลุย ออฟโรด เรื่องง่ายๆ

'ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้' ลุยฉลุย ออฟโรด เรื่องง่ายๆ

ซึ่งทั้งหมดนี้มันทำให้ การฝ่าอุปสรรคทั้งหมด มันดูง่ายไปหมดสำหรับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ครับ