Mazda 6e รถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) รุ่นแรก เป็นการร่วมมือกับ ฉางอัน โดยระบุว่าหลัก ๆ คือ แบตเตอรี มอเตอร์ไฟฟ้า ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ดำเนินการเอง เพื่อให้ได้ DNA มาสด้า
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดมาสด้าไม่ดีนัก แน่นอนนอกจากเรื่องของสถานการณ์เศรษฐกิจที่ฉุดตลาดรถยนต์โดยรวมแล้ว ยังได้รับผลกระทบจากการไหลบ่าเข้ามาของรถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) จากจีน ที่มาพร้อมกับจุดขายความประหยัดด้านพลังงานในการเดินทาง ออปชั่น ลูกเล่นแน่นคัน
ที่สำคัญคือระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า แถมด้วยสงครามราคาเป็นระยะ ๆ แล้ว ก็ยังเป็นผลมาจากการที่มาสด้าเองก็ไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทำตลาด
ซึ่งเรื่องนี้หากย้อนกลับไปฟังผู้บริหารแสดงความเห็นไว้เมื่อสองสามปีก่อน มาสด้าก็ยอมรับแต่โดยดีครับว่า อยู่ในสถานการณ์การประคองตัว ให้รอดจากวิกฤติให้ได้ รอช่วงเวลาที่เหมาะสม แน่นอนรวมถึงเรื่องของพลังงานทางเลือกใหม่ ๆ เข้ากับทิศทางของตลาด
และวันนี้มาสด้ากำลังเดินก้าวแรกของการเข้าสู่พลังงนใหม่ ด้วย อีวี รุ่นแรก “Mazda 6e” ที่เตรียมเปิดราคาอย่างเป็นทางการในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ปลายเดือนนี้
ส่วนแผนธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์นั้น ในช่วงเวลา 3 ปีนี้ จะเปิดตัวรวม 5 รุ่น เป็นทางเลือกพลังงาน แต่มาสด้าไม่ได้มุ่งไปที่อีวีเพียงอย่างเดียว แต่เปิดทางเลือกให้ผู้บริโภค ด้วย อีวี 2 รุ่น ไฮบริด 2 รุ่น และอีก 1 รุ่น เป็นรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV)
สำหรับรุ่นแรก Mazde 6e จริงแล้วมาสด้านำมาจัดแสดงให้ลูกค้าเห็นกันปลายปีที่แล้วในงาน มหกรรมยานยนต์ พร้อมเปิดจองสิทธิ์ ซึ่งล่าสุดมีผู้สนใจประมาณ 4,200 ราย
ก็มาลุ้นกันว่าเมื่อเปิดราคาอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งไม่น่าสูงกว่า ฮอนด้า หรือ โตโยต้า ยอดจองสิทธิ์เหล่านี้จะแปรเป็นยอดซื้อจริงเท่าไร แต่ก็เชื่อว่าน่าจะมีพอควร เพราะแฟนพันธุ์แท้ของมาสด้า เห็นว่ารออยู่ไม่น้อย แม้ว่าราคาจะแพงกว่าอีวีจีนก็ตาม
เมื่อวันพฤหัสที่แล้วได้เจอตัวจริง ได้ลองขับจริงแล้วครับ เป็นการสัมผัสเบื้องต้นในสนามปทุมธานี สปีดเวย์ ไม่ได้ขับไกลมากนัก แต่ในระยะเวลาสั้น ๆ คนอยากขับเยอะ ๆ การขับในพื้นที่แบบนี้ก็ทำให้ได้รู้อารมณ์ที่เจาะจงอยากรู้ได้ไม่น้อยครับ จากการออกแบบสเตชั่นต่าง ๆ
- แบตเตอรี ..... ลิเธียมไอออน LFP
- ความจุ ..... 77.9 kWh
- ระยะทางสูงสุด ..... 654 กม. (NEDC)
- ชาร์จ DC ..... 196 kW
- ชาร์จ AC ..... 11 kW
- กำลังสูงสุด ..... 258 แรงม้า (PS)
- แรงบิดสูงสุด ..... 290 นิวตันเมตร
- 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง .....7.9 วินาที
- ขับเคลื่อน .....ล้อหลัง
เช่น การทดสอบอัตราเร่งจากจุดเริ่มต้น ซึ่งก็ทำได้รวดเร็ว แต่หากว่าเทียบกับอีวีบางรุ่น หลายคนอาจจะรู้สึกว่าความจี๊ดจ๊าดจังหวะออกตัวสู้ไม่ได้ ก็อาจจะจริงครับถ้าคุยกันถึงจุดนี้ แต่ถ้าในแง่ความจำเป็นคงจะไม่จำเป็น เพราะเวลาระดับ 6.9 วินาที ก็เร็วมากแล้วครับ แต่ยุคนี้หลายคนอาจเสพติดกับการเซ็ทมอเตอร์ให้แรง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ทำได้ไม่ยาก
แต่จริง ๆ แล้วผมว่าสิ่งที่โดดเด่นของมาสด้า คือ ความสมดุล อย่างแรกรถที่แบกน้ำหนักราว 2 ตัน กลับไม่รู้สึกถึงความอุ้ยอ้ายเหมือนคนมีไขมันหน้าท้อง จุดหนึ่งน่าจะมาจากกระจายน้ำหนักระหว่างเพลา หน้า:หลัง ได้สมดุล 50;50
ส่วนเรื่องอื่น ๆ หากจะสรุปก่อนแตกย่อยก็คือ ความเป็นธรรมชาติ ทั้งด้านของการใช้กำลังมอเตอร์ การควบคุมรถ การเบรก หรือคันเร่ง ทั้งการเติมคันเร่ง และการผ่อนคันเร่งที่ดูมีความเป็นธรรมชาติ และคุ้นเคยเหมือนไม่แตกต่างจากรถที่เคย ๆ ขับกันมาก่อนหน้านี้ อย่างรถที่ใช้เครื่องยนต์
และจุดอ่อนหลาย ๆ ที่มีอยู่ในอีวีบางรุ่น เหมือนจะได้รับการแก้ไข เช่น การลดความเร็วแบบไม่เป็นธรรมชาติเมื่อถอนคันเร่ง ไม่ว่าจะเลือกระดับการชาร์จคืนพลังงานอย่างไรก็ตาม หรือ ความกระโชกโฮกฮากเมื่อกดคันเร่งรุนแรง ผมว่าตรงนี้มาสด้าทำได้ดี
พวงมาลัยแม่นยำครับ ทำงานร่วมกับช่วงล่างที่ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท ด้านหลังมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง ได้ดี ทำให้รถมีความแม่นยำกับเส้นทางและควบคุมได้ง่าย ซึ่งแสดงให้เห็นในจังหวะการขับขี่แบบเลนเชนจ์ หรือ การเปลี่ยนช่องทางกระทันหัน ข้ามเลนไปแล้วข้ามกลับมา โดยไม่ต้องใช้เบรก ยังคุมรถให้อยู่ในช่องทางได้ แม้ว่าจริง ๆ แล้วอย่างที่บอกว่ารถมีน้ำหนักค่อนข้างมากก็ตาม
หรือช่วงที่เป็นทางโค้งต่าง ๆ สามารถขับแบบ race line ได้ จุดเบรก จุดเข้า จุดออกจากโค้งแม่นยำ
ทั้งนี้ Mazda 6e มีสปอยเลอร์หลังมาให้ เพื่อช่วยเพิ่มแรงกดในการขับขี่ที่ความเร็วสูง โดยจะเก็บซ่อน และยกขึ้นมาอัตโนมัติเมื่อถึงความเร็วที่เหมาะสม แต่หากใครอยากให้ทำงานตลอดเวลา ก็ทำได้
และยังมีการทดสอบเบรกในโค้ง Mazda 6e ทำได้ครับ รถชะลอความเร็วในโค้งได้ดี ไม่ร่อน ไม่ปัด ยังอยู่ในเส้นทางที่ควบคุม
แต่ย้ำว่าตรงนี้เป็นการทดลองในสนามที่มี เซฟตี้ แอเรีย แต่ถ้าขับขี่จริงบนท้องถนน ควรหลีกเลี่ยงการเบรกในโค้ง ให้เบรกลดความเร็วลงมาในระดับที่เหมาะสมก่อนเข้าโค้งครับ
จริง ๆ แล้ว การลองขับช่วงสั้น ๆ ผมรู้สึกว่าช่วงล่างมีความนุ่มนวลพอควร ดูจากพื้นสนามที่เป็นคอนกรีต รวมถึงสถานีที่ทีมงานจัดวัสดุมาวางขวางล้อ ทั้งแบบพร้อมกัน 2 ล้อ และแบบสลับ ผมว่ามันดูดซับได้น่าพอใจ แบบนี้ผู้โดยสารน่าจะชอบใจ
แต่ที่น่าสนใจก็คือ ความนุ่มที่ได้ไม่ส่งผลต่อการควบคุมรถ แทบไม่รู้สึกถึงการโยนตัวเมื่อขับขี่ในทางโค้ง ความแม่นยำในการคุมรถยังมี เช่นเดียวกับความสนุกและอารมณ์สปอร์ตครับ
ทั้งนี้แม้ว่า Mazda 6e จะผลิตในจีนด้วความร่วมมือกับพันธมิตร ฉางอัน แต่จริง ๆ แล้วในส่วนของโรงงานร่วมทุน “ฉางอัน มาสด้า ออโตโมบิล” ที่เมืองหนานจิง นั้นเป็นโรงงานที่ดำเนินงานโดยทีมงานมาสด้าทั้งหมด และผลิตรถมาสด้าเท่านั้น ส่วนฉางอันนั้นโรงงานอยู่ที่ฉงชิ่ง
และโครงสร้างรถแม้จะใช้แพลทฟอร์มร่วมกัน แต่ส่วนอื่น ๆ นั้น พัฒนาแยกจากกัน ทำให้ได้อารมณ์ต่างกัน โดยจุดต่างหลัก ๆ ทางเทคนิค เช่น ช็อค แอบซอร์เบอร์ สปริง ปีกนกด้านหน้า จุดเชื่อมต่อซับเฟรม รวมถึง ซอฟท์แวร์ เพื่อให้ได้ DNA มาสด้ามากที่สุด
ดังนั้นคำที่มาสด้าบอกมาก่อนหน้านี้ว่า “ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเป็นอะไร จะเข้าสู่ยุคอีวี แต่ความสนุกจะอยู่ในมาสด้าเสมอ” ก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เกินจริงครับ
ไม่เพียงเรื่องสมรรถนะ การขับขี่ที่มาสด้าทำได้ดี แต่การก้าวเข้าสู่อีวีเป็นครั้งแรก ดูเหมือนมาสด้าเตรียมตัวมาได้ดีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่น การทำงาน ระบบความปลอดภัย บันเทิง
ด้านการขับขี่ มี 3 โหมดให้เลือก คือ Comfort, Sport และ Individual พวงมาลัยปรับได้ระหว่าง comfort กับ Sport การชาร์จคืนพลังงานปรับได้แบบ Low, Comfort, Sport และ Strong
ด้านความปลอดภัย มีกล้อง 360 องศา ระบบเตือนการชนด้านหน้า เตือนกันชนด้านหลัง ซึ่งระบบนี้นอกจากจะเตือนผู้ขับ แล้วยังเตือนคันหลังที่พุ่งเข้ามาด้วยสัญญาณไฟกระพริบถี่ ๆ อันนี้น่าสนใจ
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ Stop&Go ระบบป้องกันการชนครั้งที่ 2 ระบบเตือนจุดบอดเมื่อเปลี่ยนเลน และขณะถอยหลัง เตือนการเปิดประตู ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติด้านหลัง
ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบป้องกันรถออกนอกเลน ระบบควบคุมรถกลับเข้าเลน ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้า
เทคโนช่วยเหลือขับขี่ เช่น ระบบแสดงข้อมูลที่กระจกบังลมหน้า (HUD) ขนาด 50 นิ้ว อันนี้ผมชอบครับ เพราะระยะแสดงข้อมูลนั้นห่างผู้ขับไป 7.5 ม. ทำให้สายตาผู้ขับเป็นธรรมชาติ มองเห็นเส้นทางด้านหน้าได้ไกล
จอแสดงข้อมูล 10.1 นิ้ จอกลางแบบสัมผัส 14.6 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงของโซนี่ พร้อมลำโพง 14 ดอก ซึ่งรวมถึงลำโพงที่พนักพิงศีรษะผู้ขับขี่ 2 ตำแหน่ง
ถุงลม 9 ตำแหน่ง รวมถึงถุงลมระหว่างผู้ขับขี่กับผู้โดยสารด้านหน้า
สีตัวถังมีให้เลือก 6 สี คือ แดง โซล เรด คริสตัล, น้ำตาล เมลทิง คอปเปอร์, เทา แมชชีน เกรย์, ขาว คริสตัล ไวท์ เพิร์ล, ดำ เจ็ท แบล็ก และ เทา แอโร เกรย์





