ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า ขณะนี้สถานการณ์โลกกำลังเผชิญกับวิกฤติพลังงาน ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวน ส่งผลกระทบต่อภาคการขนส่งและค่าครองชีพของประชาชน
อีซูซุในฐานะกลุ่มผู้นำตลาดรถปิกอัพและรถเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย เข้าใจถึงบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์อีซูซุสามารถรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 ได้ในรถทุกรุ่น
ดังนั้นพร้อมที่จะสนับสนุนหากภาครัฐต้องการเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลจากปัจจุบัน 5% สูงสุดได้ถึง 20% เพื่อส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลที่ผลิตจากวัตถุดิบคือน้ำมันปาล์มภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้อีซูซุยืนยันว่าสมรรถนะของรถอีซูซุทุกรุ่น ทั้งรถปิกอัพ “อีซูซุ ดีแมคซ์” รถพีพีวี “อีซูซุ มิว-เอ็กซ์” รวมถึง “รถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่” รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20
โดยรถทุกรุ่นผ่านการทดสอบและพัฒนาด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์ให้สามารถรองรับการใช้ไบโอดีเซลที่มีสัดส่วนผสมสูงสุด B20 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ฮาตะกล่าวว่า การใช้ไบโอดีเซลจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเขม่าควันดำ โดย
เทคโนโลยีเครื่องยนต์ของอีซูซุที่ใช้ไบโอดีเซล B20 ได้รับการรับรองว่าลดการปล่อยคาร์บอนได้จริง ตามแนวทางการรับรองขององค์การบริหารจัดการแก๊สเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
นอกจากนี้ในปัจจุบัน ทีมวิศวกรอีซูซุยังคงเดินหน้าค้นคว้าและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับไบโอดีเซลที่สูงขึ้นกว่า B20
ในอนาคต รวมถึงพลังงานทางเลือกใหม่ๆ เช่น น้ำมัน HVO ที่ผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้ว เพื่อการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
“อีซูซุสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างผู้ใช้รถและสังคมไทย ภายใต้แนวทางการดำเนินธุรกิจ Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย พร้อมปรับตัวและนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความท้าทาย เพื่อให้เศรษฐกิจไทยก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงในทุกสภาวการณ์” ฮาตะกล่าว