ฉางอัน ประกาศแผนปี 69. ยกระดับธุรกิจ เสริมรถใหม่ ขยายเซ็กเมนต์ตลาด ประเดิม NEVO Q05 ปีหน้าตามด้วยเอสยูวีอีก 2 รุ่น เพิ่มเครือข่าย เร่งเพิ่มการผลิต รับแผนส่งออก 43 ประเทศ
ฉางอัน (Changan) อีกหนึ่งแบรนด์รถยนต์จากจีนเข้ามาเปิดตลาดประเทศไทย ครั้งแรกปี 2566 ด้วย 2 ตัวเจาะตลาดหลัก คือ Deepal S07 (ดีพอล เอส07) และ Deepal L07
จากนั้นก็เสริมตลาดอีกหลายรุ่น เช่น S05, E06, Hunter K50 รวมถึงแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ เช่น AVATR ที่ปัจจุบันมี AVATR 11 และ AVATR 07 เป็นต้น
ปี 2568 ที่ผ่านมา ฉางอัน ทำตลาดได้น่าพอใจ ยอดขาย 14,064 คัน เพิ่มขึ้น 80.9% ครองตำแหน่งอันดับ 4 แบรนด์รถยนต์จีน
ส่วนปีนี้ แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะยังไม่ดีนัก แต่ฉางอานมั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดขายที่เติบโตได้ต่อเนื่อง ตั้งเป้าเติบโต 25%
การเติบโตเป็นผลมาจากหลายส่วน เช่น ด้านผลิตภัณฑ์ที่จะเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในเครือ คือ
นีโว (NEVO) รุ่น Q05 รถพลังงานไฟฟ้า (EV) โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์ 2026 รองรับกลุ่มลูกค้าครอบครัว และตลาดเอสยูวีที่กำลังเติบโตอย่างน่าสนใจ
การเปิดตัว NEVO Q05 จะทำให้ฉางอันตอบสนองตลาดที่หลากหลายมากขึ้น ไล่ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น คือ Lumin ที่อาจจะป็นรถคันที่ 2 ของบ้าน ไปจนถึงรถพรีเมียมอย่าง AVATR
ทั้งนี้ฉางอันมีแผนที่จะเสริมตลาดต่อเนื่อง โดยปี 2570 จะเปิดตัว เอสยูวีอีก 2 รุ่น
องค์ประกอบที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่จะผลักดันการเติบโต ก็คือ การดูแลลูกค้า การบริการหลังการขาย
ประเด็นนี้ “Chris Wu” (คริส อู่) รองประธาน ฉางอัน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) ระบุว่า ที่ผ่านมาผู้คนพูดถึงสงครามราคารถยนต์ในไทย ซึ่งฉางอันเป็นแบรนด์ที่หลีกเลี่ยงการแข่งขันที่รุนแรงด้านนี้ แต่จะเน้นการบริการหลังการขาย
“กำแพงการแข่งขันที่แท้จริงยุคพลังงานใหม่ คือ การบริการ”
โดยเป้าหมายของฉางอันในปีนี้ คือ การเพิ่มความสามารถในการซ่อมสำเร็จครั้งเดียวให้ได้ 93% และความพร้อมด้านอะไหล่ 93% เพื่อเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า รวมถึงการบริหารจัดการใหม่เพื่อสร้างผลกำหนจากการบริการหลังการขายเพิ่มขึ้น สร้างความพึงพอใจให้กับพันธมิตร ตัวแทนจำหน่าย
นอกจากนี้ยังมีแผนเพิ่มเครือข่ายจำหน่ายและบริการให้ได้ 100 แห่ง ภายในปีนี้ ครอบคลุม 60 จังหวัด โดยช่วงแรกจะเน้นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน
และยังมีแผนที่จะเปิดศูนย์ซ่อมแบตเตอรีแรงดันสูง โดยจะมีทั้งศูนย์ส่วนกลาง และศูนย์ซ่อมประจำตัวแทนจำหน่าย โดยจะเริ่มให้บริการในบางศูนย์ที่มีความเหมาะสมก่อน
ด้านโรงงานผลิต ซึงเดินสายครั้งแรกเดือนพฤษภาคม 2568 ด้วยความสามารถในการผลิต (capacity) 50,000 คัน/ปี โดยรถรุ่นแรกที่ผลิตคือ Deepal S05 ปัจจุบัน มียอดผลิตสะสม 10,000 คัน รองรับตลาดในประเทศและส่งออกไปสหราชอาณาจักร 500 คัน
ส่วนปีนี้มีแผนจะขยายการผลิตเพิ่มเติม เริ่มรุ่นที่ 2 คือ NEVO Q05 เดือนพฤษภาคมปีนี้
เป้าหมายการผลิตในปี 2569 อยู่ที่ 50,000 คัน โดยจำนวนนี้จะเป็นการส่งออกมากกว่า 50% ของการผลิต
ตลาดส่งออกหลักคือ กลุ่มประเทศที่ใช้รถพวงมาลัยขวารวม 43 ประเทศ รวมถึง ออสเตรเลีย และแอฟริกาใต้





