วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

จีเอซี ไอออน เตรียมเปิดตัว 'AION Y PLUS' รุ่นสลับแบตเตอรี

จีเอซี ไอออน เตรียมเปิดตัว 'AION Y PLUS' รุ่นสลับแบตเตอรี

จีเอซี ไอออน เปิดแผนรุกตลาด เดินหน้าเสริมรถใหม่ต่อเนื่อง เสริมทางเลือกลูกค้า ขยับตลาดฟลีต พัฒนา ไอออน วายพลัส รุ่นสลับแบตเตอรี (battery swapping) พร้อมผุด โมบิลิตี้ ฮับ

ปี 2568 จีเอซี ไอออน (GAC AION) ทำผลงานได้ดีทีเดียว ยอดขายเติบโตอย่างมาก อยู่ที่ 1.5 หมื่นคัน แม้ว่าจะมีการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงการแข่งขันด้านราคา

และปีนี้ตั้งเป้าว่าจะเติบโตต่อเนื่อง ที่ 2 หมื่นคัน โดยรถที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักคือ ไอออน ยูที ที่คาดว่าจะมีสัดส่วนการขาย 50% ตามาด้วย ไอออน วี 25% ที่เหลือเป็นรุ่นอื่น ๆ 

หวัง ห้าวหยง ประธานกรรมการบริหาร จีเอซี ไอออน ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดปีนี้เชื่อว่าจะแข่งขันกันดุเดือด แต่สงครามราคาน่าจะลดลง และในส่วนของจีเอซี ไอออน เขื่อว่ากระแสความนิยมของรถรุ่นต่าง ๆ จะยังมีอย่างต่อเนื่อง  

นอกจากนั้นยังมีแผนเชิงรุกหลายอย่างในปีนี้ ในส่วนของผลิตภัณฑ์จะเพิ่มทางเลือกสำหรับไอออน วี ที่มีขนาดความจุแบตเตอรีเพิ่มขึ้น และช่วงปลายปีจะเปิดตัวรถเอสยูวี ไอ 60 (i 60) ที่ใช้เทคโนโลยี EREV (Extended Range Electric Vehicle) 

ขณะที่ไอออน วาย พลัส (Y Plus) จะเพิ่มรุ่นที่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรีได้ (battery swapping) ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่ง เป็นหนึ่งในแผนการขยายตลาดฟลีทให้เพิ่มขึ้น ส่วนการลงทุนสถานีเปลี่ยนแบตเตอรีซึ่งจะต้องลงทุนประมาณ 15 ล้านบาท อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรที่สนใจลงทุน

ทั้งนี้มองว่าการเพิ่มทางเลือกสำหรับการเปลี่ยนแบตเตอรีได้ จะตอบสนองกับกลุ่มที่ใช้งานเชิงพาณิชย์ เช่น แท็กซี่ หรือรถองค์กร ซึ่งปัจจุบันมีตลาดไอออน วาย พลัส อยู่จำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการของผู้ขับลดลงอย่างมาก นอกจากนี้การซื้อรถครั้งแรกก็จะถูกลง เพราะไม่ต้องซื้อแบตเตอรี แต่จะทำในรูปแบบการเช่าใช้ 

นอกจากนี้ก็ยังเป็นการเพิ่มจุดขายรองรับทิศทางรถแท็กซี่ อีวี ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน จีเอซี ไอออนมีรถทำตลาดนี้หลัก ๆ คือ ไอออน วาย พลัส และไอออน อีเอส (Aion ES)

นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางการทำตลาดปีนี้ที่จะเน้นตลาดฟลีทมากขึ้นจากปัจจุบันมีสัดส่วนการขายประมาณ 15% โดยมองว่าตลาดมีโอกาสเติบโตอีกมาก จากหลายปัจจัย รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัว

และพื่อรองรับตลาดฟลีท จีเอซี ไออน ยังมีแผนสร้าง โมบิลิตี้ ฮับ เป้าหมาย 7 แห่ง ปีนี้ เริ่มเปิดบริการแห่งแรกเดือน มี.ค. นี้ โดยจะมีการบริการที่ครบครัน รวมถึงสถานีชาร์จ 

ด้านการผลิต ซึ่งปัจจุบันโรงงานระยองมีกำลังการผลิตปีละ 2 หมื่นคัน มีแผนจะเพิ่มเป็น 5 หมื่นคัน และในอนาคตคาดหวังจะเพิ่มให้ได้ 1 แสนคัน ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการส่งออก ซึ่งจะเริ่มต้นในช่วงครึ่งหลังปีนี้ โดยเริ่มจากประเทศในอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์