จีเอซี ไอออน เปิดแผนรุกตลาด เดินหน้าเสริมรถใหม่ต่อเนื่อง เสริมทางเลือกลูกค้า ขยับตลาดฟลีต พัฒนา ไอออน วายพลัส รุ่นสลับแบตเตอรี (battery swapping) พร้อมผุด โมบิลิตี้ ฮับ
ปี 2568 จีเอซี ไอออน (GAC AION) ทำผลงานได้ดีทีเดียว ยอดขายเติบโตอย่างมาก อยู่ที่ 1.5 หมื่นคัน แม้ว่าจะมีการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงการแข่งขันด้านราคา
และปีนี้ตั้งเป้าว่าจะเติบโตต่อเนื่อง ที่ 2 หมื่นคัน โดยรถที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักคือ ไอออน ยูที ที่คาดว่าจะมีสัดส่วนการขาย 50% ตามาด้วย ไอออน วี 25% ที่เหลือเป็นรุ่นอื่น ๆ
หวัง ห้าวหยง ประธานกรรมการบริหาร จีเอซี ไอออน ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดปีนี้เชื่อว่าจะแข่งขันกันดุเดือด แต่สงครามราคาน่าจะลดลง และในส่วนของจีเอซี ไอออน เขื่อว่ากระแสความนิยมของรถรุ่นต่าง ๆ จะยังมีอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนั้นยังมีแผนเชิงรุกหลายอย่างในปีนี้ ในส่วนของผลิตภัณฑ์จะเพิ่มทางเลือกสำหรับไอออน วี ที่มีขนาดความจุแบตเตอรีเพิ่มขึ้น และช่วงปลายปีจะเปิดตัวรถเอสยูวี ไอ 60 (i 60) ที่ใช้เทคโนโลยี EREV (Extended Range Electric Vehicle)
ขณะที่ไอออน วาย พลัส (Y Plus) จะเพิ่มรุ่นที่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรีได้ (battery swapping) ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่ง เป็นหนึ่งในแผนการขยายตลาดฟลีทให้เพิ่มขึ้น ส่วนการลงทุนสถานีเปลี่ยนแบตเตอรีซึ่งจะต้องลงทุนประมาณ 15 ล้านบาท อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรที่สนใจลงทุน
ทั้งนี้มองว่าการเพิ่มทางเลือกสำหรับการเปลี่ยนแบตเตอรีได้ จะตอบสนองกับกลุ่มที่ใช้งานเชิงพาณิชย์ เช่น แท็กซี่ หรือรถองค์กร ซึ่งปัจจุบันมีตลาดไอออน วาย พลัส อยู่จำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการของผู้ขับลดลงอย่างมาก นอกจากนี้การซื้อรถครั้งแรกก็จะถูกลง เพราะไม่ต้องซื้อแบตเตอรี แต่จะทำในรูปแบบการเช่าใช้
นอกจากนี้ก็ยังเป็นการเพิ่มจุดขายรองรับทิศทางรถแท็กซี่ อีวี ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน จีเอซี ไอออนมีรถทำตลาดนี้หลัก ๆ คือ ไอออน วาย พลัส และไอออน อีเอส (Aion ES)
นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางการทำตลาดปีนี้ที่จะเน้นตลาดฟลีทมากขึ้นจากปัจจุบันมีสัดส่วนการขายประมาณ 15% โดยมองว่าตลาดมีโอกาสเติบโตอีกมาก จากหลายปัจจัย รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัว
และพื่อรองรับตลาดฟลีท จีเอซี ไออน ยังมีแผนสร้าง โมบิลิตี้ ฮับ เป้าหมาย 7 แห่ง ปีนี้ เริ่มเปิดบริการแห่งแรกเดือน มี.ค. นี้ โดยจะมีการบริการที่ครบครัน รวมถึงสถานีชาร์จ
ด้านการผลิต ซึ่งปัจจุบันโรงงานระยองมีกำลังการผลิตปีละ 2 หมื่นคัน มีแผนจะเพิ่มเป็น 5 หมื่นคัน และในอนาคตคาดหวังจะเพิ่มให้ได้ 1 แสนคัน ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการส่งออก ซึ่งจะเริ่มต้นในช่วงครึ่งหลังปีนี้ โดยเริ่มจากประเทศในอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์





