วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

กทม. จับมือ GIZ เปิดโครงการ “EV เพื่อพี่วิน” ลดค่าใช้จ่าย-มลภาวะ

กทม. จับมือ GIZ เปิดโครงการ “EV เพื่อพี่วิน” ลดค่าใช้จ่าย-มลภาวะ

กทม. ร่วม องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ผ่านโครงการความร่วมมือไทย–เยอรมัน ด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGC EMC) เปิดทดลอง วิน EV

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เปิดตัวโครงการ “EV เพื่อพี่วิน” อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด Win–Win–Win เมืองได้ประโยชน์ ผู้ขับขี่ลดต้นทุน และสิ่งแวดล้อมดีขึ้น

โดยการลดต้นทุนผู้ขับขี่นั้นผลการศึกษาจากโครงการ TGC EMC ระบุว่ารถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี สามารถช่วยลดต้นทุนผู้ขับขี่ได้สูงสุด 7 เท่า เหลือประมาณ 7,200 บาท/ปี และยังช่วยลดฝุ่น PM2.5 ได้ประมาณ 16 ตัน/ปี

โดยโครงการจะสนับสนุนให้ผู้ขับขีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือ  วินมอเตอร์ไซค์หันมาใช้ อีวี  ผ่านการทดลองโมเดลเช่าขับในราคา 75-140 บาท/วัน ควบคู่กับการจัดเตรียมระบบอัดประจุไฟฟ้าให้เลือกทั้งแบบ ชาร์จและสลับแบตเตอรี่ (battery swapping)

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์และพนักงานกวาดถนน  กทม. กว่า 200 คนในเขตดินแดงและพญาไท ร่วมทดลองขับและรับข้อมูลด้านต้นทุน การดูแลรักษา และระบบสนับสนุนที่จำเป็นต่อการทำงานจริง ก่อนคัดเลือก 30 คนให้ทดลองใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกสำหรับการพัฒนา ขยายผลในระดับเมืองต่อไป

ทั้งนี้งานศึกษาโดยโครงการ TGC EMC พบว่าวินมอเตอร์ไซค์กว่า 89,000 คน ที่กระจายอยู่กว่า 5,300 จุด ทำหน้าที่เหมือน “ขนส่งเส้นเลือดฝอย” ที่ทำให้ระบบขนส่งหลักของเมืองดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ต้องมีภาระต้นทุนทั้งค่าครองชีพของคนเมือง และสร้างมลพิษทางอากาศ คิดเป็นการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 80,000-100,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์/ปี 

รวมถึงก่อนให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ประมาณ 16 ตัน/ปี เทียบเท่ากับการเผานาประมาณ 3,800 ไร่ หรือเท่ากับฝุ่นที่ปล่อยจากรถเมล์แดง (รุ่นเก่า) ประมาณ 250-300 คัน ที่วิ่งตลอดทั้งปี

รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โครงการ ‘EV เพื่อพี่วิน’ออกแบบเป็นโครงการนำร่อง เพื่อทดสอบการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในระดับปฏิบัติการจริง โดยเริ่มจากวินมอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่โครงสร้างเมืองเต็มไปด้วยตรอกซอกซอย 

ขณะเดียวกัน กทม. ยังเห็นว่า PM2.5 ยังมาจากแหล่งอื่น ๆ เช่น รถเมล์และรถบรรทุก ซึ่งต้องแก้ไขควบคู่กันอย่างเป็นระบบ 

กทม. จับมือ GIZ เปิดโครงการ “EV เพื่อพี่วิน” ลดค่าใช้จ่าย-มลภาวะ

ดร.โดมินิกา คาลินอฟสกา ผู้อำนวยการโครงการด้านการขนส่ง ประเทศไทย จาก GIZ เปิดเผยว่า ผลการศึกษาพบว่า ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์สันดาปในกรุงเทพฯ มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเฉลี่ย 19,000-49,000 บาท/ปี ขณะที่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะลดลงสูงสุด 7 เท่า เหลือประมาณ 7,200 บาท/ปี ลดฝุ่น PM2.5 ในเมือง 16 ตัน/ปี 

อย่างไรก็ตามผู้ขับขี่จำนวนมากยังกังวลถึงข้อจำกัดด้านราคาตัวรถ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบแบตเตอรี่ และความเหมาะสมต่อการใช้งานจริง

ดังนั้นโครงการ ‘EV เพื่อพี่วิน’ ยังได้ร่วมกับ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อพัฒนาโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ข้อกังวลดังกล่าวโดยตรง ครอบคลุมระบบแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุง และสถานีสลับแบตเตอรี่ และแนวทางสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารออมสิน ในรูปแบบ Green loan หรือการเช่าซื้อ เพื่อลดอุปสรรคในการตัดสินใจและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในระยะยาว”

นายสามารถ ดรบุราณ ประธานวินมอเตอร์ไซค์บางกรวย ที่เข้าร่วมโครงการนำร่องระบุว่าที่ผ่านมา วินหลายคนไม่กล้าเปลี่ยน เพราะต้นทุนสูง กลัวเรื่องการชาร์จ วิ่งงานไม่ได้ทั้งวัน ทำให้รายได้หายไป แต่พอได้ทดลองใช้งานจริง พบว่าค่าใช้จ่ายลดลงชัดเจน และระบบชาร์จหรือสลับแบตเตอรี่ก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ทำให้ยังทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่กระทบรายได้

อินซ่า อิลเก้น ผู้อำนวยการโครงการ TGC EMC จาก GIZ กล่าวว่า “ความร่วมมือจากคนขับวินมอเตอร์ไซค์ทุกคนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อความสำเร็จของโครงการ โดยประสบการณ์ ข้อคิดเห็น และความเชื่อมั่นของทุกท่านมีส่วนช่วยกำหนดทิศทางของโครงการในอนาคต 

สำหรับโครงการ TGC EMC ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากแผนงานปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับสากล (International Climate Initiative: IKI) ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อม การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ เยอรมนี (BMUKN) 

กทม. จับมือ GIZ เปิดโครงการ “EV เพื่อพี่วิน” ลดค่าใช้จ่าย-มลภาวะ

ดำเนินงานโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ 7 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) สนับสนุนความพยายามของประเทศไทยที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี พ.ศ. 2593