ปี 2568 รถจักรยานยนต์ เติบโตเล็กน้อย ยามาฮ่า คาดการณ์ปีนี้จะเพิ่มขึ้นไม่มาก เปิดเกมรุกกลุ่ม ออโตเมติก เสริมรุ่นพิเศษฉลอง MAX Series พรรุกเซอร์วิส ดึงลูกค้าเข้าศูนย์ฯ
พงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่าตลาดรถจักรยานยนต์ปี 2568 ที่ผ่านมามียอดรวม 1.735 ล้านคัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า 1.6%
"ตลาดเติบโตเล็กน้อย จากปัจจัยบวกผ่านนโยบายการท่องเที่ยว การฟื้นตัวของการลงทุน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และปัจจัยลบจากเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราการอนุมัติสินเชื่อ หนี้ครัวเรือนสูง และสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ"
ขณะที่ยามาฮ่ามียอดขาย 2.4 แสนคัน เพิ่มขึ้นสูงกว่าตลาดรวมที่ 3.4% และส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 14% ซึ่งเป็นผลจากการวางแผนการตลาดที่มาถูกทาง
ทั้งนี้ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเติบโตของกลุ่มรถออโตเมติก (เอที) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับกลุ่มรถที่ยังมีคลัทช์/เกียร์ เนื่องจากไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยนยุคใหม่เปลี่ยนแปลง
โดยเฉพาะกลุ่ม เอที แฟชั่น เครื่องยนต์ไม่เกิน 125 ซีซี ที่อัตราเติบโตสะสมสูง 180% ภายในระยะเวลา 5 ปี และตลาดนี้เป็นตลาดที่ยามาฮ่ามีความชำนาญ และมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรองรับ
โดยรถกลุ่มนี้ เช่น Grand Filano Hybrid ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง 11% ทำสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และ FAZZIO ที่มียอดขายเติบโตสูงสุด 60%
ส่วนแนวทางดำเนินธุรกิจปีนี้ มี 3 กลยุทธ์หลักคือ
- การสร้างตลาดใหม่ สร้างกลุ่ม Fashion Moped เพื่อครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์
- การขยายฐานลูกค้าใหม่
- การรักษาฐานลูกค้าเดิม รักษาฐานลูกค้าด้วยกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
"ทั้ง 3 กลยุทธ์หลักนี้ ยามาฮ่าจะดำเนินการควบคู่กับการทำตลาดเชิงไลฟ์สไตล์ ภายใต้แคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทางต่างทุกฟีล” ที่จะนำเสนอทั้งสินค้าใหม่ กิจกรรมทางการตลาด และประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับลูกค้า พร้อมยกระดับการบริการ 3S (Sales, Service, Spare Parts) เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด ตามปรัชญา KANDO ของยามาฮ่า” พงศธรกล่าว
ทั้งนี้การขยายฐานลูกค้าใหม่ เช่น การเปิดตัว FAZZIO LITE ที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น 4.99 หมื่นบาท ขณะที่ FAZZIO อยู่ที่ 5.39 หมื่นบาท ซึ่งนอกจากเป็นการนำเสนอสินค้าแฟชั่นรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ยังสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย
ทั้งนี้เมื่อรวมกลยุทธ์อื่น ๆ ทั้งหมด ยามาฮ่า มั่นใจยอดขายปีนี้เพิ่มเป็น 2.9 แสนคัน ขณะที่ตลาดรวม คาด 1.745 ล้านคัน
อุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาดกล่าวว่า ในปีที่สภาพเศรษฐกิจยังมีความท้าทาย ผู้บริโภคมีความรอบคอบ และฉลาดในการตัดสินใจซื้อมากขึ้น ยามาฮ่าจะต้องเน้นการนำเสนอความโดดเด่นที่แตกต่าง และความคุ้มค่าในระยะยาวของผลิตภัณฑ์ในทุกเซ็กเมนต์
- Grand Filano Hybrid
รถออโตเมติกยอดนิยม จะสานต่อการตลาดด้วยการเน้นการสื่อสารผ่านทั้งออฟไลน์และออนไลน์ การสร้างกลุ่มลูกค้า และต้องการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด 30% ในทุกพื้นที่ที่ทำตลาด ซึ่งปัจจุบันถือว่าใกล้เคียงกับเป้าหมายดังกล่าว
- FAZZIO Hybrid
จะใช้กลยุทธ์เพิ่มยอดขายในทุกร้านผู้จำหน่าย โดยสร้าง FAZZIO Corner การเพิ่มชุดแต่งให้มีความหลากหลาย รองรับลูกค้ากลุ่มนี้ที่นิยมแต่งรถ สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงร่วมมือกับ KOL สร้างกระแสในพื้นที่อีกด้วย ราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่ง คือ การเพิ่มทางเลือกที่เข้าถึงได้ขึ้นกับ FAZZIO LITE
- PG-1
รถสไตล์ Outdoor Fashion ซึ่งไม่มีคู่แข่งในตลาดช่วงราคา 50,000–60,000 บาท มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่ง ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และยามาฮ่าเตรียมจัดกิจกรรมเพื่อสร้างกระแส PG-1 อย่างต่อเนื่อง หลังจากปีนี้มีความพร้อมด้านผลิตภัณฑ์มากขึ้น หลังจากปีที่ผ่านมา ประสบปัญหาน้ำท่วมทั้งในไทย และเวียดนามช่วงปลายปี ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน ทำให้ไม่สามารถผลิตรถได้ทัน
- AEROX155
ปีนี้จะตอกย้ำการเป็นตอกย้ำการเป็นซูเปอร์สปอร์ต ออโตเมติก รถออโตเมติกที่ให้อารมณ์สปอร์ตชัดเจน ด้วยเทคโนโลยีหลายอย่างที่ช่วยในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น VVA / TCS / ABS ดิสก์เบรกหลัง รวมถึง Center Tunnel ที่ลดการบิดตัวของเฟรมเมื่อขับขขี่ในทางโค้ง
โดยยามาฮ่าจะเชื่อมโยง AEROX เข้ากับกิจกรรม Motor Sport
- NMAX Tech MAX
รถที่มีเทคโนโลยี YECVT ระบบชามไฟฟ้าา ลิขสิทธิ์เฉพาะของยามาฮ่า ที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
อุกฤษณ์ กล่าวว่า นอกจาก FAZZIO Hybrid Lite วันนี้ (3 ก.พ.) ยามาฮ่ายังเปิดตัวรถรุ่นพิเศษฉลอง 25 ปี MAX Series ด้วยลายลิมิเต็ด อีดิชันในรุ่น TMAX, XMAX และ NMAX
ส่วน XMAX Tech MAX เพิ่มชิลด์บังลมแบบไฟฟ้า หน้าจอ TFT ใหม่
นอกจากนี้ยามาฮ่ายังอัปเกรดแอปพลิเคชัน Y-Connect สู่ Y-ON เพื่อให้ใช้งานง่าย เสถียร มากขึ้น และรองรับฟีเจอร์ใหม่ในอนาคต โดยเริ่มใช้ในวันที่ 2 มีนาคม เป็นต้นไป
ทางด้านการบริการหลังการขาย หลังจากที่ยามาฮ่าเปิดการรับประกัน 5 ปี เป็นรายเดียว ทำให้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างมาก รวมถึงส่งผลให้ลูกค้านำรถเข้ารับบริการในศูนย์บริการมากขึ้น จากปกติไม่ถึง 5% เพิ่มเป็น 10-15% และยังมีผลให้สินค้าบริการมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น เช่น YAMALUBE ที่ปี 2568 มียอดขายเพิ่มขึ้น 327 ล้านบาท
ล่าสุด เปิดตัว YAMALUBE ใหม่ ที่พัฒนาสูตรการหล่อลื่นให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยวิศวกรยามาฮ่า และผ่านมาตรฐานสากล API และ JASO เพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้งาน พร้อมแพ็กเกจใหม่ที่ช่วยเสริมการจดจำแบรนด์ YAMALUBE ได้ดีขึ้น





