BYD แบรนด์ใหญ่ของจีน ทำผลงานได้ดีในปีที่ผ่านมา สร้างยอดจำหน่ายทั่วโลก 4.8 ล้านคัน เติบโต 4.8% และที่พ่วงมาอีกเรื่องคือ การเป็นผู้นำตลาดรถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี โลก
ยอดขายรถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) บีวายดี (BYD) ปี 2568 รวมทั้งสิ้น 2.2 ล้านคัน แซงหน้า เทสล่า ที่มียอดขาย 1.7 ล้านคัน ลดลง 8.6%
การที่บีวายดี สามารถแซงหน้าอีวีแบรนด์ดังจากสหรัฐ นอกจากเป็นผลจาก การที่เทสล่ามีตลาดที่อ่อนแอลง ก็ยังเป็นผลจากการรุกตลาดที่ต่อเนื่องของบีวายดี โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศทในขณะที่ภาพรวมอีวีในจีนเองเริ่มชะลอตัว
ทั้งนี้ที่ผ่านมา บีวายดี มีแผนเชิงรุกต่อเนื่อง ทั้งต่างประเทศและในประเทศ มีเป้าหมายคือการเป็นผู้นำในตลาดรถพลังงานใหม่ หรือ NEV และเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ปี 2568 ที่ผ่านมา บีวายดี เปิดสนามทดสอบรถแห่งใหม่ที่เจิ้งโจว มณฑลหูหนาน ประเทศจีน ด้วยเงินลงทุนกว่า 5,000 ล้านหยวน หรือกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท และช่วงนี้ผมมีโอกาสมาเยี่ยมเยือนที่นี่ จะพาไปดูว่าศูนย์แห่งใหม่นี้มีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน
สนามนี้ชื่อว่า “บีวายดี เจิ้งโจว ออล-เทอเรน เซอร์กิต” (BYD Zhengzhou All-Terrain Circuit)
ใช้ชื่อว่า เซอร์กิต หลายคนฟังดูเหมือนเป็นสนามแข่งอาจเป็นเพราะการออกแบบอย่างเช่นแทรคหลัก เป็นแทรคสำหรับการทดสอบสมรรถนะ ก็ให้อารมณ์หมือนสนามแข่ง
สนามแห่งนี้ ออกแบบให้สามารถทดสอบได้หลากหลาย และมีแผนที่จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาใช้บริการเพื่อขับรถรุ่นต่าง ๆ ของบีวายดีได้ในอนาคต
โดยพื้นที่ภายในสนามมีอาคาร 3 ชั้น รองรับผู้มาเยือน และมีกิจกรรมหลายอย่าง ซึ่งปัจจุบัน ชั้น 1 เป็นพื้นที่จัดแสดง การแสดง Yangwang U9 Jumping Dance เครื่องจำลองการขับขี่ หรือ Simulator กิจกรรมเวิร์คชอป ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ
ชั้น 2 จัดแสดงแบรนด์และเทคโนโลยีหลัก ส่วนชั้น 3 เป็นร้านอาหารและพื้นที่รับรอง
ในส่วนของสนาม บีวายดี ออกแบบเป็น 7 โซน หลัก ๆ ประกอบด้วย
สนามทดสอบความเร็วและการควบคุม หรือ Main Track มีความยาวรวม 1,758 เมตร ประกอบไปด้วยโค้งซ้าย 4 โค้ง และ โค้งขวา 5 โค้ง ส่วนทางตรงยาวสำหรับการทดสอบหรือการดูอัตราเร่ง มีความยาว 550 เมตร
ซึ่งแทรคนี้ผมมีโอกาสลองขับอีวี ตัวแรง Yangwang U9 มอเตอร์ 4 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังสูงสุด 1,306 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,680 นิวตันเมตร ซึ่งจะนำมาเล่าสู่กันฟังว่าเป็นอย่างไรบ้างหลังจากนี้
โซนต่อมา เป็นลานอเนกประสงค์ พื้นที่ 170 × 90 เมตร เอาไว้ทำกิจกรรมที่หลากหลายแล้วแต่โอกาส เช่น ขับสลาลอม จิมคาน่า ทดสอบระบบเบรก หรือ ทดสอบฟังก์ชั่นช่วยเหลือการขับขี่ ฟังก์ชั่นด้านความปลอดภัย ฯลฯ
สนามพื้นผิวแรงเสียดทานต่ำหรือ Low-Friction Circular Track พื้นผิวปูด้วยหินบะซอลต์ที่มีความลื่นใกล้เคียงกับถนนที่หิมะตก หรือ หิมะที่ทับถมกลายเป็นน้ำเแข็ง เพื่อให้ผู้ขับขี่ฝึกฝนทักษะการควบคุมรถ รวมถึงการทดสอบระบบช่วยเหลือต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตัวรถ
บริเวณยังมีสนามจำลองให้รถเสียหลักบนถนนลื่น ด้วยการออกแบบให้พื้นช่วงก่อนเข้าพื้นที่ลื่นเป็นแผ่นโลหะที่เคลื่อนแนวขวางกับทิศทางของรถ โดยเมื่อล้อหลังวิ่งทับส่วนนี้ แผ่นโลหะจะดันล้อหลังไปด้านข้าง ทำให้รถเสียการทรงตัวบนพื้นเปียกลื่น ซึ่งผู้ขับจะต้องพยายามคุมรถให้กลับมาอยู่ในเส้นทางให้ได้
และแน่นอนสถานี้ก็จะเป็นการทดสอบให้เห็นถึงความแตกต่างของรถที่มีและไม่มีระบบป้องกันการลื่นไถลด้วย
โซนออฟโรด มีพื้นที่มากกว่า 1.5 หมื่น ตร.ม. จำลองอุปสรรคหลากหลาย ทั้งเนินลูกระนาด เนินสลับเพื่อดูความสามารถของรถในสถานการณ์ที่ล้อไม่แตะพื้นครบ 4 ล้อ เนินเอียง ทางขรุขระ ทางหินลอย ทางขั้นบันได บ่อน้ำ ขึ้นลงเนิน ซึ่งเนินที่ชันที่สุดของที่นี่คือ 42 องศา ใกล้เคียงกับลิมิตของทางชันของการขับขี่รถ
โซนต่อมา เป็นพื้นที่สำหรับทดสอบการจอดรถอัตโนมัติ ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่ปัจจุบัน หลาย ๆ แบรนด์ใส่เข้าไปในรถ และมีผู้บริโภคบางส่วนชอบ และอยากได้ ขณะที่บางส่วนก็เฉย ๆ กับเรื่องนี้ โดยมั่นใจว่า การจอดด้วยตัวเองสะดวกและรวดเร็วกว่า แต่ก็ถือว่าเป็นจุดขายอย่างหนึ่งสำหรับรถในปัจจุบัน
โดยการทดสอบการจอดของที่นี่รวมถึงการจอดเฉียง จอดในช่องแคบ ๆ จอดในทางตัน และ รีโมท ปารค์กิ้ง หรือ ควบคุมการจอดโดยไม่มีคนอยู่ในรถ
สระทดสอบการลอยน้ำ ขนาด 70 × 20 ม. ลึก 2 เมตร ซึ่งก่อนหน้านี้ บีวายดี สร้างสีสันด้วยการโชว์ Yangwang U8 ที่สามารถลอยน้ำได้
เนินทรายจำลอง ความสูงแนวดิ่ง 29.6 ม. ความชัน 28 องศา ได้รับการบันทึกสถิติโลก Guinness World Records ว่าเป็นเนินทรายในสนาม ที่สูงที่สุดและใหญ่ที่สุด
ผู้มาเยือนอาจจะรู้สึกสงสัยว่าทำไมทรายถึงได้คงรูปไว้ได้ โดยไม่ไหลลงมา คำตอบคือ เป็นการจำลองจากภูเขาทรายในทะเลทรายอาลาซานย่านซินเจียง ทั้งรูปทรง และระดับความชื้น
ในบ้านเราอาจจะไม่คุ้นกับเส้นทางแบบนี้ แต่ในจีน ตะวันออกกลาง แอฟริกา หรืออีกหลายพื้นที่มีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางผ่านทะเลทรายด้วยรถยนต์
อย่างที่บอกไปว่าสนามแห่งนี้นอกจากจะรองรับการทดสอบรถแล้ว ยังเปิดให้ผู้สนใจเข้ามาใช้บริการแบบมีค่าบริการ เพื่อฝึกฝนทักษะการขับขี่รถ เพื่อการใช้งานที่ถูกต้อง ใช้ระบบต่าง ๆ ของรถ และเพิ่มความปลอดภยในการขับขี่
หลี่ หยุนเฟย ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายแบรนด์และประชาสัมพันธ์ กลุ่มบริษัทบีวายดีกล่าวว่า สนามทดสอบ บีวายดี เจิ้งโจว แตกต่างจากสนามแข่งทั่วไป ด้วยการนำภูมิประเทศเด่นจากทั่วประเทศจีน มาจำลอง ไว้ในสนามเดียว
“ในหลายพื้นที่ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้ทักษะการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่ง เป็นเนื้อหาสำคัญของการสอบใบขับขี่ เป็นทักษะเอาตัวรอดที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้”
และหลังจบกิจกรรมขับขี่ผู้เข้าร่วมยังสามารถพักผ่อนในโซนแคมปิ้งขนาด 9,000 ตารางเมตร เชื่อมต่อ ประสบการณ์ความเร้าใจแห่งการขับขี่ เข้ากับการพักผ่อนอย่างผ่อนคลาย”
ทั้งนี้บีวายดี ยังมีแผนที่จะเปิดสนามแห่งใหม่ที่เมืองเส้าซิงในช่วงต้นปีนี้ พร้อมแผนพัฒนา ฐานทดสอบออฟโรดธรรมชาติในภาคตะวันออกของจีน บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ เป็นการผสานการขับขี่ออฟโรดเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
และยังร่วมกับสหพันธ์ยานยนต์และมอเตอร์สปอร์ตจีน เปิดตัว โครงการ “New Track Program” เพื่อเให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ต และผลักดันเป้าหมาย “หนึ่งล้านคนลงสนามแข่ง” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์จีนในอนาคตอีกด้วย





