เยือนเวียงจันทน์ วังเวียง ลองขับ ซูซูกิ ฟรองซ์ (SUZUKI FRONX) นำเข้าจากอินโดนีเซีย รุ่นแรกภายใต้แผนธุรกิจใหม่ หลังประกาศเลิกผลิตในไทยตั้งแต่สิ้นปีนี้เป็นต้นไป
การที่ซูซูกิ ตัดสินใจหยุดการผลิตรถในไทย นอกจากเรื่องของตลาดที่หดตัวมาหลายปี จากปัจจัยลบหลาย ๆ อย่างทั้ง สภาวะเศรษฐกิจ ความเข้มงวดทางการเงิน กำลังซื้อที่ถดถอย
ส่วนหนึ่งก็ยังเป็นผลมาจากการที่เรายกเลิกการสนับสนุน อีโค คาร์ โครงการที่ดึงดูดซูซูกิเข้ามาลงทุนเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว
ซึ่งนั่่นจะทำให้รถอีโค คาร์ จะถูกจัดไปอยู่ในกลุ่มภาษีรวมกับรถอื่น ๆ โดยคิดตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยเบื้องต้น ปี 2569 รถที่เคยอยู่ในกลุ่มอีโค คาร์ จะถูกเก็บภาษีเพิ่มจาก 12% เป็น 13% และ 14% ในปีถัดไป
ดังนั้นด้วยตลาดที่หดตัวลง ภาษีที่เพิ่มขึ้น ก็ไปรวมการผลิตให้ได้ economies of scale ดีกว่า เพราะปัจจุบัน อินโดนีเซียก็เป็นฐานการผลิตใหญ่ และก็เป็นแหล่งส่งออกซูซูกิหลายรุ่นเข้ามาทำตลาดในไทยอยู่แล้วก่อนหน้านี้โดยได้สิทธิพิเศษภาษีนำเข้าจากเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟต้า (AFTA)
และอินโดนีเซียจะเป็นแหล่งนำเข้าหลัก เป็นรถในตลาดแมส (mass) แต่ก็จะมีรถบางรุ่นที่อาจจะเป็นรุ่นพิเศษนำเข้าจากญี่ปุ่น หรือ อินเดีย อีกหนึ่งฐานการผลิตใหญ่
ซูซูกิ ฟรองซ์ (SUZUKI FRONX) ที่นำเข้ามามี 2 เครื่องยนต์ 2 เกียร์ ให้เลือก
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร (K 15B)
- กำลังสูงสุด 105 แรงม้า / 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร / 4,400 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร (K 15C) ไมล์ด ไฮบริด
- กำลังสูงสุด 101 แรงม้า/ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 135 นิวตันเมตร / 4,400 รอบต่อนาที
สำหรับสมรรถนะจะเห็นว่า K14C ไมล์ด ไฮบริด ได้กำลังกับแรงบิดที่ต่ำกว่า K 15B เป็นเพราะว่าการวัดกำลังนั้นวัดจากเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว ไม่ได้วัดมอเตอร์ ISG
และที่เซ็ตให้ต่ำกว่า ก็เพราะว่าเวลาใช้งานจริง ISG หรือ Integrated Starter Generator จะเข้ามาช่วยเสริมกำลัง
และก็ต้องมีคำถามต่อว่า ไมล์ดไฮบริดแบบนี มอเตอรฺ์ไม่ได้มีส่วนช่วยอะไรมากมายนี่นา ก็ถูกต้องครับ ISG หลัก ๆ ก็ช่วยออกแรงช่วงออกตัว และ ช่วงเพิ่มความเร็ว ช่วงสั้น ๆ ไม่กี่วินาที แต่ก็เป็นช่วงสำคัญเพราะรู้กันว่าจังหวะแบบนี้แหละที่เครื่องยนต์ทำงานหนัก แต่พอรถเคลื่อนตัว หรือ ขยับความเร็วเพิ่มขึ้นแล้ว ก็จะทำงานเบาลง
ส่วนเรื่องของแรงม้า และแรงบิดจะมีสักกี่ครั้งที่ผู้ขับจะขับโดยใช้ถึงจุดสูงสุด
สำหรับ 2 เครื่องยนต์ 2 เกียร์ มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย
เครื่องยนต์ K15 B 1 รุ่นคือ
- GL จับคู่กับ เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ราคา 689,000 บาท
เครื่องยนต์ K15 C 2 รุ่น แตกต่างตามออปชั่น
- GLXเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ราคา 749,000 บาท
- GLX PLUS เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ราคา 799,000 บาท
สำหรับรายละเอียดการออกแบบและออปชั่นหลัก ๆ ของฟรองซ์ เช่น ไฟหน้าพร้อมไฟขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Light) กระจังหน้า ลายเส้นโครเมียม ไฟท้าย LED ในรุ่นท็อป เชื่อมต่อเต็มแนว
ที่ปัดน้ำฝนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยรุ่นเริ่มต้นและรุ่นกลางปรับตั้งแบบหน่วงได้ รุ่นท็อปปรับตั้งเวลาได้ และมีไล่ฝ้ากระจกหลังทุกรุ่น
ราวหลังคาและเสาอากาศแบบครีบฉลามติดตั้งให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต พร้อมแพดเดิลชิฟท์ (รุ่นกลาง และรุ่นท็อป)
มอนิเตอร์แบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว (รุ่นเริ่มต้น 7 นิ้ว) รองรับ แอ๊ปเปิ้ล คาร์เพลย์ แบบไร้สาย เครื่องเสียงพร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง รุ่นกลางและท็อปได้ทวีตเตอร์คู่หน้าเพิ่ม
กระจกไฟฟ้ารุ่นเริ่มต้นได้คู่หน้า รุ่นท็อป 4 บาน ฝั่งผู้ขับขึ้น-ลง อัตโนมัติทุกรุ่นย่อย
ระบบ Keyless Push Start ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ช่องเชื่อมต่อยูเอสบี และสำหรับผู้โดยสารตอนหลังมีช่องแอร์ และยูเอสบีไว้ให้เช่นกัน
เบาะผู้ขับปรับขึ้น-ลง เบาะหลังปรับได้ 60:40 ได้ทุกรุ่น วัสดุหุ้มเบาะและแผงข้างประตู รุ่นท็อปเป็นหนังสังเคราะห์ อีก 2 รุ่นเป็นผ้า
ความปลอดภัยแตกต่างกันในแต่ละรุ่นย่อย แต่ถ้ารุ่นท็อปที่ผมขับใส่มาเต็มที่ เช่น ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ จอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่กระจกบังลมหน้า ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง
ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง ระบบป้องกันรถออกนอกช่องทาง ระบบเตือนเมื่อรถส่าย ระบบเตือนสิ่งกีดขวางในจุดอับสายตา ระบบเตือนเมื่อรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา เซนเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน
กล้องมองหลัง ถุงลม 6 ตำแหน่ง คานกันกระแทกด้านหน้า เบรก เอบีเอส ระบบกระจายแรงเบรก ระบบเสริมแรงเบรก ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ไฟเบรกดวงที่ 3 สัญญาณเตือนภัย จุดล็อกที่นั่งเด็ก
ช่วงล่างเหมือนกันทุกรุ่น
- ด้านหน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
- ด้านหลัง ทอร์ชั่น บีม
ระบบเบรก
- ด้านหน้า ดิสค์เบรก
- ด้านหลัง ดรัมเบรก
ติดตั้งยางขนาด 195/60 R16 ทุกรุ่นย่อย
เป็นรถที่มีขนาดกะทัดรัด แต่ใหญ่กว่ารถตัวเด่นอย่าง สวิฟท์
- ความยาว 3,995 มม.
- กว้าง 1,765 มม.
- สูง 1,550 มม.
- ระยะฐานล้อ 2,520 มม.
- ความสูงใต้ท้องรถ 170 มม.
- รัศมีวงเลี้ยว 4.8 เมตร
ส่วนสวิฟท์นั้นมีความยาว 3,845 มม. กว้าง 1,735 มม. สูง 1,495 มม. ระยะฐานล้อ 2,450 มม.
พูดถึงเรื่องของขนาดตัวถังกับรถที่ความยาวไม่ถึง 4 เมตร แต่เอาเข้าจริง ห้องโดยสารนี่กว้างขวางใช้ได้นะครับ เริ่มแรกผมลองนั่งเบาะหลังของ GLX PLUS ยาว ๆ หลังจากข้ามโขงไปประเทศเพื่อนบ้าน “ลาว” และเริ่มต้นเดินทางจากเมืองหลวงเวียงจันทน์ ไปยังวังเวียง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง
พบว่านั่งได้สบายกว่าที่คิดไว้มาก ตัวรถมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับรถในตลาดนี้ พื้นที่วางเท้าเหลือ ๆ ขยับซ้าย-ขวา ยื่นไปข้างหน้า ดึงกลับมาด้านหลังได้
พื้นที่ว่างระหว่างเข่ากับเบาะหน้าก็มากกว่า 1 คืบ ส่วนตัวเบาะผิวสัมผัสมีความนุ่ม องศาพนักพิง ค่อนข้างสบาย
ส่วนพื้นที่ด้านกว้างนั่ง 2 คน สบายเช่นกัน แต่ถ้านั่ง 3 อาจจะเบียด ๆ กันเล็กน้อย
แต่จริง ๆ แล้วถ้าดูการออกแบบของเบาะหลัง หลัก ๆ ก็ต้องการให้นั่ง 2 คนมากกว่า
เบาะนั่งด้านหลัง มีช่องแอร์ให้ทำให้ระบายความเย็นได้ทั่วถึง มีช่องเชื่อมต่อยูเอสบีให้ใช้งาน และเบาะหลังนี้สามารถพับได้หากต้องการเพิิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระ
แต่จุดหนึ่งที่อยากได้คือ ที่พักแขนกับที่วางแก้วตรงกลางของเบาะหลัง กรณีนั่งแค่ 2 คน ถ้าใส่มาให้จะสมบูรณ์มาก
และอีกอย่างคือ พนักพิงศีรษะของเบาะคู่หน้าที่มีความสูง หากลดลงสักหน่อยทำให้มุมมองของคนนั่งเบาะหลังเคลียร์ขึ้น แต่เอาโดยรวม ๆ ถือว่าออกแบบมาได้ดีสำหรัับเบาะนั่งด้านหลัง นั่งได้ค่อนข้างสบาย ชมวิวทิวทัศน์ด้านข้างได้
สำหรับการเดินทางครั้งนี้ รวม 3 คน พร้อมสัมภาระสำหรับการพักค้างแรมที่วังเวียง 1 คืน
เส้นทางจากเวียงจันทน์ไปวังเวียง ปัจจุบันนี้สะดวกมากขึ้นด้วยทางด่วนสายแรกของลาว คิดค่าผ่านทาง 1 แสน 39 กีบ ตามที่พนักงานบอก แต่ความหมายไม่ใช่ 100,039 กีบนะครับ มันเท่ากับ 139,000 กีบ เมื่อคิดคำนวณเป็นเงินไทยออกมาก็ได้ประมาณ 210 บาท
แอบแพงเล็กน้อย แต่เร็วขึ้นมาก นึกถึงเมื่อหลายปีก่อนเดินทางไปวังเวียง 2 ครั้ง ใช้เวลานานกว่านี้มาก
ทางด่วนสายแรกของลาว ผิวถนนดี เรียบ ช่วงที่มีสะพานเขาออกแบบให้มีระนาบเดียวกัน คือไม่ได้ยกสูงขึ้นชัดเจนเหมือนมอเตอร์เวย์สาย 7 บ้านเรา ที่บางสะพานก่อนขึ้นต้องมีถอนคันเร่ง หรือ ถึงกับต้องเบรกด้วยซ้ำไป และทางด่วนแห่งนี้มีอุโมงค์ 1 แห่ง ความยาว 850 ม.
แต่ทางด่วนใหม่ ๆ บ้านเรา อย่าง M81 บางใหญ่ กาญจนบุรี ก็พัฒนาแล้ว ทางเรียบไม่มีสะพานปูดโปนทำให้การเดินทางลื่นไหลมากขึ้น
นอกจากพื้นที่ห้องโดยสารที่นั่งได้ค่อนข้างสบายสำหรับ บี-เอสยูวี แล้ว การทำงานของช่วงล่างก็น่าพอใจ การดูดซับแรงสั่นสะเทือนทำได้ดีเลยครับ และชัดเจนขึ้นเมื่อออกจากทางด่วนเข้าเขตวังเวียง ยังถนนชนบทในวังเวียงยังไม่ดีนัก ทั้งโดยโครงสร้างโดยรวม ที่มีทั้งทางลูกรัง ทางลาดยาง และสภาพการใช้งานที่หลายจุดผุพังเป็นหลุมเป็นบ่อเยอะมาก
แต่เส้นทางแบบนี้พบว่ารถความกระด้างน้อย จังหวะตึงตังปึงปังมีน้อย ความสูงใต้ท้องรถ 170 มม. เแสดงให้เห็นถึงประโยขน์กับเส้นทางแบบนี้ได้ดี ดูดซุบแรงสั่นสะเทือนได้ดี และไม่ได้ยินหรือรู้สึกว่าช็อค แอบซอร์เบอร์ยันเมื่อหลงหลุมแรง ๆ
แต่ว่าถนนแบบนี้น่าจะเป็นที่สนุกสนานแบบไม่ได้ตั้งใจของนักท่องเที่ยวที่ขับ ATV วิ่งไปมากันเกลื่อนเมือง เป็นการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีอยู่หลายแห่ง ที่ยังเป็นเสน่ห์ของวังเวียง รวมถึงกิจกรรมทางน้ำกับการพายคายัคล่องแม่น้ำซอง หรือจะขึ้นบอลลูนลมทิวทัศน์ ชมภูเขาสวย ๆ ก็ได้
กลับมาที่ฟรองซ์ของเรากันต่อครับ สิ่งที่เด่นอีกอย่างของช่วงล่างกับการเดินทางที่ใช้ความเร็วคือการโยนตัวของตัวถังมีน้อย นั่งแล้วไม่มึน แม้จะต้องผ่านเส้นทางทางที่มีทั้งโค้งทั่งเขาก็ตาม
ส่วนเสียงจากยางหลังเมื่อนั่งเบาะหลังได้ยินเข้ามาบ้าง แต่ไม่ถึงกับเป็นปัญหาอะไร
เมื่อย้ายไปเป็นผู้ขับ กลายเป็นว่าตำแหน่งนี้เก็บเสียงได้เงียบมาก เสียงยาง เสียงลมปะทะ มีน้อย ให้ความรู้สึกพรีเมียม
ตัวเบาะก็นั่งได้สบาย ทัศนวิสัยดี ตำแหน่งผู้ขับควบคุมอุปกรณ์ทำได้ง่าย และมี HUD ให้ดูข้อมูลการขับขี่ เพียงแต่ว่าไม่ได้สะท้อนไปที่กระจกบังลมหน้าโดยตรง
สำหรับรุ่นท็อปตำแหน่งการควบคุมต่าง ๆ ทุกอย่างโอเค แต่เสียดายว่ารุ่นอื่น พวงมาลัยปรับได้เฉพาะขึ้นลง แต่ปรับไกล้ไกลไม่ได้เหมือนรุ่นท็อป แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีผลมากน้อยแค่ไหน ต้องรอให้ลองขับดูก่อน
เมื่อลองขับเอง กับเส้นทางในวังเวียง และเส้นทางวังเวียงมาเวียงจันทน์วันรุ่งขึ้น ผมว่าการตอบสนองของเครื่องยนต์ทำได้น่าพอใจ การปรับเปลี่ยนความเร็วลื่นไหล นุ่มนวล อัตราเร่งดี เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์กับเกียร์ 6 สปีด
มีจังหวะหน่วง ๆ บ้างเล็กน้อย ในจังหวะเปลี่ยนความเร็ว แต่ถามว่าเป็นปัญหาไหม ไม่ครับ เพราะโดยรวมถือว่าเป็นเครื่องยนต์เล็กที่ขับขี่ได้ลื่นไหล เพิ่มความเร็วได้ต่อเนื่อง และไล่ความเร็วขึ้นไปสูง ๆ ได้ไม่ยาก
และจุดเด่นที่รับรู้ได้อีกอย่างหนึ่งคือ การทรงตัวของรถ ดีเกินคาด ที่ความเร็วสูงมาก ๆ เช่นนี้ รถยังทรงตัวได้ดี ไม่วอกแวก พวงมาลัยนิ่ง การควบตุมรถทำได้ง่าย
ไม่เฉพาะทางด่วน แต่ทางชนบท ทางโค้งทางเขา ฟรองซ์ ให้ความรู้สึกที่ดีมากสำหรับรรถในตลาดนี้ การคอนโทรลรถง่ายๆ ช่วงล่างแน่น พวงมาลัยแม่น ที่สำคัญคือ พวงมาลัยเป็นแบบที่ผมชอบคือมีน้ำหนักดี ช่วยให้เวลาที่ขับใช้ความเร็วหรือการคอนโทรลรถผ่านโค้งไปมา ทำได้มั่นใจมากขึ้น
และการเดินทางครั้งนี้เส้นทางระหว่างเมือง ความเร็วระดับ 120 กม./ชม. และบางจังหวะก็เกินขึ้นไปบ้างกับการเร่งแซง หรือ ไล่ตามพรรคพวก อัตราสิ้นเปลืองทำได้ประมาณ 18 กม./ลิตร โอเคเลยครับ
ที่สำคัญสนุกขึ้นด้วย
จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ กับรถในตลาดนี้ครับ





