background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ยูโอบี ผนึก ฉางอัน สนับสนุนการเงิน แผนรุก EV อาเซียน 

ยูโอบี ผนึก ฉางอัน สนับสนุนการเงิน แผนรุก EV อาเซียน 

ยูโอบี ลงนามบันทึกข้อตกลงกับบริษัท ฉางอัน อินเตอร์เนชั่นแนล  คอร์ปอเรชัน (CHANGAN International Corporation) บริษัทย่อยภายใต้ฉางอัน ออโตโมบิล (CHANGAN Automobile) เพื่อสนับสนุนการลงทุนและพัฒนาธุรกิจร อีวี (EV) ของฉางอานในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยธนาคาร ยูโอบี จรสนับสนุนด้านการเงินและบริการด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ฉางอัน (Changan) ที่เลือกไทยเป็นสำนักงานภูมิภาคของบริษัทในการขยายธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ 

โดยธนาคารจะนำเสนอบริการทางเงินแบบครบวงจรเพื่อตอบโจทย์ตามความต้องการของฉางอัน เช่น 

  • Global Credit Services สำหรับเป็นแหล่งเงินทุนในการขยายกิจการและดำเนินธุรกิจ 
  • บริการธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ 
  • บริการบริหารความเสี่ยงที่หลากหลาย และการเข้าถึงสินเชื่อสีเขียวภายใต้กรอบแนวคิดการเข้าถึงเงินทุนที่ยั่งยืนของธนาคาร

ตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ฉางอันที่ได้รับผลตอบรับที่ดีจากการเข้ามาบุกตลาดรถยนต์พลังงานฟ้าในไทยอย่างเป็นทางการ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของบริษัทที่จะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตอีวีของภูมิภาคนี้ 

ยูโอบีในฐานะที่เป็นธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาคมีรากฐานที่แข็งแกร่งทั้งในไทยและอาเซียน มีเครือข่ายที่เข็มแข็ง มีผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่พร้อมจะสนับสนุนฉางอัน ในการการขยายธุรกิจในต่างประเทศ 

เฉิน เจี้ยนเฟิง รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการเงิน บริษัท ฉางอัน ออโต้โมบิล กล่าวว่า ยูโอบีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยสนับสนุนให้บริษัทเข้ามาทำตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยยูโอบีทั้งในประเทศไทยและประเทศจีนได้ให้คำแนะนำอันเป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ ทั้งในด้านกฎหมาย ด้านทรัพยากรบุคคล ด้านการตลาด รวมถึงการสนับสนุนทางด้านการเงิน 

สำหรับฉางอันเปิดตัว อีวี 2 รุ่นแรกในไทยในงาน มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 คือ รถยนต์นั่ง Deepal L07 และ เอสยูวี Deepal S07 

นอกจากนี้บริษัทยังได้เริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทีที่จังหวัดระยอง โดยโรงงานแห่งนี้จะมีการกระบวนการผลิตที่หลากหลายส่วนงาน ไม่ว่าจะเป็น งานพ่นสี ประกอบตัวรถยนต์ ประกอบเครื่องยนต์ และประกอบแบตเตอรี่ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นอื่นๆ

คาดโรงงานจะเริ่มต้นการผลิตได้ในช่วงต้นปี 2568 โดยมีกำลังการผลิต 100,000 คันต่อปี รองรับทั้งตลาดในประเทศและส่งออกไปยังตลาดพวงมาลัยขวาทั่วโลก