ปลายปีที่แล้ว บางจาก เปิดตัวน้ำมันกลุ่มเบนซินตัวพิเศษ คือ แก๊สโซฮอล์ Hi Premium 97 ที่มีค่าออกเทนสูงกว่า 97 ซึ่งเป็นแก๊สโซฮอล์ ค่าออคเทนที่สูงที่สุดในกลุ่ม เพื่อจับตลาดคนที่ต้องการน้ำมันพรีเมียม โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง
การเป็นน้ำมันเกรดพรีเมียม Hi Premium 97 จะมีข้อดี หรือว่าจุดเด่นอย่างไร เพื่อให้รู้ถึงความแตกต่าง บางจากจึงจัดกิจกรรมทดลองการขับขี่จริงที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ พร้อมกับพ่วงน้ำมันอีก 2 ตัว ที่เปิดจำหน่ายมาก่อนหน้านี้ คือ E20 S EVO และกลุ่มดีเซล คือ Hi Premium Diesel S ที่มีค่าซีเทนสูงสุด 70
วิธีการทดสอบ มีทั้งการเชิญลูกค้า พันธมิตร เอารถที่ป็นกลุ่มเป้าหมายอย่างรถสปอร์ต รถซูเปอร์คาร์ มาลองกัน และการทดสอบด้วยวิธีการจับคู่รถรุ่นเดียวกันมา 2 คัน คันหนึ่งเติมน้ำมันของบางจาก อีกคันเติมน้ำมันของค่ายอื่น โดยไม่บอกล่วงหน้าว่าคันไหนใช้น้ำมันอะไร หรือเรียกว่า Blind Test
โดย Hi Premium 97 ใช้รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 ในการทดสอบ ส่วน E20 S EVO ใช้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส และ Hi Premium Diesel S ใช้ บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 1
วิธีการก็ไม่สลับซับซ้อนอะไร ขับสลับกันไปเป็นคู่ๆ ให้ผู้ขับจับความรู้สึกถึงความแตกต่าง และมี 2 สถานีหลัก ที่นอกจากจะจับด้วยความรู้สึกที่ได้ ก็ยังมีเครื่องมือจับเวลา ผ่านเซ็นเซอร์ คือ
- การจับเวลาจากรถจอดนิ่งผ่านระยะ 0-80 กม./ชม. 0-100 กม./ชม.และ 0-120 กม./ชม.
- การจับเวลาจากรถจอดนิ่งไปจนถึงระยะทาง 200 เมตร
ส่วนพื้นที่ที่เหลือของสนามช้างฯ ก็ใช้ความรู้สึกจับเอาว่าขับเป็นอย่างไร เช่น การตอบสนองของเครื่องยนต์ช่วงจังหวะที่ไล่ความเร็วขึ้นไปสูงๆ หรือ จังหวะเติมคันเร่งเพื่อออกจากโค้ง
แม้จะขับไม่มากนัก แต่เอาจริงๆ ก็จับความรู้ัสึกในการตอบสนองของเครื่องยนต์ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเบนซิน ที่ผมเลือกตอบได้ถูกต้องว่า คันไหนใช้น้ำมันบางจาก
ทั้งในช่วงของการออกตัวจากจุดเริ่มต้น ซึ่งผมเลือกโหมดขับขี่ของรถคือ นอร์มอล หรือ คอมฟอร์ท ไม่ได้ใช้โหมดสปอร์ตและใช้วิธีกดคันเร่งลงไปจนมิดในทันที เพื่อดูการตอบสนองของรถยนต์แต่ละคันว่าเป็นเช่นไร ซึ่งก็รู้สึกได้ว่าคันที่ใช้บางจากจะตอบสนองได้รวดเร็วกว่าเล็กน้อย
แต่ส่วนน้ำมันดีเซล ส่วนตัวผมยังจับความแตกต่างได้ไม่ชัดเจนนัก
ทีนี้มาดูการวัดด้วยเครื่องมือ
เริ่มจาก E20 S EVO
- 0-80 กม./ชม. บางจาก 6.32 วินาที น้ำมันตัวอื่น 6.4 วินาที
- 0-100 กม./ชม. บางจาก 8.7 วินาที น้ำมันตัวอื่น 8.85 วินาที
- 0-120 กม./ชม. บางจาก 11.98 วินาที น้ำมันตัวอื่น 12.12 วินาที
- 0-200 เมตร บางจาก 9.91 วินาที ตัวอื่น 10.03 วินาที
นอกจากนี้ก็มีผลการสอบถามผู้ขับทั้งหมด มาหาค่าเฉลี่ยความพอใจ เช่น การตอบสนองเครื่องยนต์ การตอบสนองคันเร่งความเงียบ ภาพรวมที่ได้ ซึ่งมติอาจออกมาไม่เอกฉันท์ แต่คันที่เติมบางจากได้ค่าเฉลี่ยไป 93.3%
Hi Premium 97
- 0-80 กม./ชม. บางจาก 5.85 วินาที น้ำมันตัวอื่น 6.16 วินาที
- 0-100 กม./ชม. บางจาก 7.86 วินาที น้ำมันตัวอื่น 8.15 วินาที
- 0-120 กม./ชม. บางจาก 10.33 วินาที น้ำมันตัวอื่น 10.61 วินาที
- 0-200 เมตร บางจาก 9.45 วินาที ตัวอื่น 9.6 วินาที
- ส่วนค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ ได้ 93.3% เท่ากับ E20 เป๊ะ
ส่วนตัวดีเซลอย่างที่ผมบอกไปยังจับความรู้สึกได้ไม่ชัดเจน แต่ผลที่วัดจากเครื่องมือต่างๆ รถที่เติมบางจากก็ทำได้ดีกว่า ส่วนค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของผู้ร่วมทดสอบ อยู่ที่ 66.7% ขณะที่น้ำมันตัวอื่นได้ไป 33.3%
นั่นคือผลการลองขับที่ได้ แม้ว่าต้องยอมรับเงื่อนไขบางอย่างอาจะมีตัวแปรที่มีผลบ้าง เช่น รถรุ่นเดียวกัน แต่เป็นคนละคัน การทำงานอาจต่างกันไปบ้าง แต่เมื่อดูจากผลที่วัดได้ และความรู้สึกของผู้ทดลองที่ส่วนใหญ่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ก็น่าจะให้คำตอบได้ว่านำมันตัวพิเศษของบางจากนั้นมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
และหากท่านผู้อ่านอยากรู้ด้วยตัวเอง ก็ไม่ยากครับ ลองเปลี่ยนไปใช้ดูอย่างน้อยสัก 2 ถัง เทียบกับน้ำมันเดิมที่ใช้อยู่ จะเป็นของรายอื่น หรือของบางจากเอง ก็น่าจะรับรู้ได้ รวมถึงวัดค่าหาอัตราสิ้นเปลือง เพื่อประกอบการตัดสินใจต่อไปครับ
สำหรับการพัฒนาน้ำมันตัวพิเศษของบางจากนั้น ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เป็นเพราะที่โรงงานกลั่นบางจากมีความสามารถในการกลั่นน้ำมันตัวพิเศษออกมา ซึ่งเพิ่มความได้เปรียบ
คุณสมบัติที่ได้นอกจากเรื่องของสมรรถนะที่เพิ่มให้กับรถแล้ว ก็ยังมีผลต่อการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะได้มาตรฐานไอเสีย ยูโร 5 และยังมีผลต่อการทำความสะอาดหัวฉีด
โดยจุดเด่นของแต่ละตัวนั้น ชัยวัฒน์ระบุว่า Hi Premium 97 มาตรฐาน ยูโร 5 เป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียมแก๊สโซฮอล์ประเภท E10 ที่มีค่าออกเทนสูงสุดในไทย เหมาะกับรถยนต์ที่ต้องการน้ำมันค่าออกเทนสูง เช่น ซูเปอร์คาร์
โดยน้ำมันตัวนี้เพิ่มสารคุณภาพสูตรพิเศษเข้าไปอีกด้วยเพื่อทำความสะอาดหัวฉีด และจากการทดสอบเทียบกับน้ำมันตัวพื้นฐาน (base fuel) ของบางจากเองพบว่า เพิ่มความประหยัดได้ 3.03% ซึ่งน้ำมันสูตรนี้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2565 ปัจจุบันยังไม่มีครบทุกปั๊ม โดยให้บริการ 123 สาขา
E20 S EVO ซึ่งได้มาตรฐาน ยูโร 5 เช่นเดียวกัน ผสมสารเพิ่มคุณภาพเข้าไป เพื่อช่วยทำความสะอาดหัวฉีด และเพิ่มประสิทธิภาพเผาไหม้ จากการทดสอบของบางจากพบว่าช่วยให้ประหยัดเพิ่มขึ้นจากน้ำมันพื้นฐาน 1.57% ตัวนี้ไม่ใช่สูตรใหม่ แต่จำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2563 ใน 976 สาขาทั่วประเทศ
Hi Premium Diesel S มาตรฐาน ยูโร 5 มีคุณสมบัติเด่นคือ ค่าซีเทนสูงสุดถึง 70 ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดค่าซีเทนขั้นต่ำไว้ที่ 50
นอกจากนี้ผสมสารทำความสะอาดหัวฉีด และพิ่มความประหยัดได้ 4.3% เป็นน้ำมันที่เปิดจำหน่ายตั้งแต่ปี 2560 ใน 404 สาขา ทั่วประเทศ





