Honda Civic Type R แค่โค้ง 3 สนามช้างฯ เซอร์กิต ก็กินขาด

Honda Civic Type R แค่โค้ง 3 สนามช้างฯ เซอร์กิต ก็กินขาด

“ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์” (Honda Civic Type R)  เป็นรถสมรรถนะสูง ที่แฟนฮอนด้า อยามีไว้ขับสักคัน ด้วยบุคลิกที่โดดเด่น ทั้งด้านการขับขี่ และการใช้งาน และเมื่อได้สัมผัสกับแทรคระดับโลก อย่างสนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต บุรีรัยม์ ทำให้ได้คำตอบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น 

แต่ที่ผ่านมา ฮอนด้า ไม่ได้เล่นตลาดนี้ จนกระทั่งต้นปีที่ผ่านมา ในงานบางกอก อินเตอร์เนขันแนล มอเตอร์โชว์ จู่ๆ ฮอนด้า ก็ตัดสินใจนำ ซีวิค ไทป์ อาร์ (Honda Civic Type R) เข้ามาเปิดตลาด ด้วยค่าตัว 3.99 ล้านบาท และมีโควต้าแค่ 30 คัน ซึ่งปรากฎว่ามียอดจองหมดเกลี้ยงในเวลาที่รวดเร็ว

จากนี้ใครที่อยากได้ ก็ต้องรอลุ้นว่าในอนาคต ฮอนด้าจะนำเข้าล็อตใหม่มาอีกหรือไม่
ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ พัฒนาขึ้นจากพื้นฐานของ ซีวิค เจนเนอเรชั่น 11 ที่กำลังทกตลาดในบ้านเราขณะนี้ แต่ว่าเป็นเวอร์ชั่นตัวถัง แฮทช์แบค ซึ่งไทยยังไม่ได้ทำตลาด

โครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน แต่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดหลายอย่าง ในส่วนของตัวถังก็เช่นชุดแอโรไดนามิค ซุ้มล้อที่ยื่นออกมา ล้อและยางขนาดใหญ่ขึ้น คือ 265/30 ZR19 เบรกเบรมโบ จานเบรกขนาดใหญ๋ ด้านหน้า 13.8 นิ้ว 4 พอร์ต ด้านหลัง 12 นิ้ว 1 พอร์ต

ซึ่งแน่นอนเมื่อพัฒนาขุมพลังให้แรงขึ้นแล้ว เบรกก็ต้องสมดุลกัน ไม่ใช่ใครๆ ที่อยากได้รถแรง นำรถไปแต่ง ไปจูนใหม่ และทำแต่เครื่องยนต์ แบบนี้ไม่ปลอดภัยแน่

รวมถึงช่วงล่างที่รับเปลี่ยนใหม่สำหรับ ไทป์ อาร์ เช่นกัน

 

แต่ก่อนอื่นมาดูเรื่องของออปชั่นคร่าวๆ กันก่อน 

ภาพรวมของ ซีวิค ไทป์อาร์ แม้จะพกอารมณ์สปอร์ตมาเต็มที่ แต่แนวทางการออกแบบ ก็ไม่ได้ให้มันดูเวอร์จนเกินไป ยังคงมีภาพของซีวิคที่จัดเจนทั้งภายในและภายนอก เรียกว่าสามารถอยู่บนท้องถนนร่วมกับรถคันอื่นได้แบบไม่แปลกแยก 

ส่วนภายในห้องโดยสารเมื่อเปิดประตูเข้าไป สิ่งที่โดดเด่นที่รอต้อนรับคือ เบาะนั่งสีแดง แบบสปอร์ต บักเก็ตซีท รองรับการขับขี่แบบสปอร์ต เรพาะกระชับลำตัว หัวเกียร์อลูมิเนียมกะทัดรัด แม้จะลื่นๆ เล็กน้อย แต่ก็กระชับมือ ตำแหน่งเกียร์ชิดช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้เร็ว และมีตำแหน่งล็อคที่แม่นยำ ไม่มีทางหลงเกียร์แน่

พวงมาลัยหนังกลับ จับได้กระชับมือ ไม่ลื่น เหมาะกับบุคลิกของรถ 

Honda Civic Type R แค่โค้ง 3 สนามช้างฯ เซอร์กิต ก็กินขาด Honda Civic Type R แค่โค้ง 3 สนามช้างฯ เซอร์กิต ก็กินขาด

ส่วนอุปกรณ์มาตรฐานก็ติดตั้งมาเต็มที่ รวมถึง ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ประกอบด้วย 

  • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
  • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
  • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)

 นอกจากนี้ก็มีระบบความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น

  • ระบบเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor)
  • เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด หลัง 4 จุด
  • ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS)
  • ถุงลมด้านข้างคู่หน้า (Side Airbags)
  • ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
  • ถุงลมหัวเข่าคู่หน้า (Dual Knee Airbags)

ส่วนออปชั่นอื่นๆ เช่น มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch ขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto รองรับการเชื่อมต่อ Smartphone และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto 

Honda Civic Type R แค่โค้ง 3 สนามช้างฯ เซอร์กิต ก็กินขาด

ระบบ Honda Smart Key System) พร้อม Honda Smart Key Card ระบบเชื่อมต่อ Honda LogR และระบบนำทาง เป็นต้น 

Civic Type R ใช้ เครื่องยนต์เบนซิน ไดเรค อินเจอคชั่น วีเทค เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร

  • ให้กำลังสูงสุด 320 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร

อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 4-5 วินาที แล้วแต่ว่าใครจะจัดการกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีดนี้ได้กระฉับกระเฉงกว่ากัน

Honda Civic Type R แค่โค้ง 3 สนามช้างฯ เซอร์กิต ก็กินขาด

แม้ว่าโควต้า 30 คัน จะหมดไปแล้ว แต่ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย ยังไจัดรถมาให้ได้ลองกัน 1 คันครับ และเพื่อให้ได้เรียนรู้สมรรถนะกันเต็มที่ ฮอนด้าเลือกเวที “ช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต” บุรีรัมย์ ให้กับ ไทป์ อาร์

เครื่องยนต์จัดจ้านดีครับ จังหวะออกตัวกระฉับกระเฉง ไต่ความเร็วได้ต่อเนื่อง สนามนี้ก่อนถึงโค้ง 3 และหลังออกจากโค้ง 3 มาถึงโค้ง 4 ทะลุ 200 กม./ชม. ได้ไม่ยาก 

จุดเด่นอีกอย่างที่รีดได้ในสนามคือ จังหวะการออกจากโต้งที่ทำได้เร็ว จากแรงบิดที่สูง ทำให้เมื่อผ่านกลางโค้ง รถเริ่มตั้งลำได้แล้ว ก็เติมน้ำหนักคันเร่งลงไป ทำให้รถพุ่งไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว

เมื่ออัตราเร่งดี ไต่ความเร็วได้รวดเร็ว ก็ต้องดูว่าเบรกรองรับการลดความเร็วแบบรวดเร็วได้ดีแค่ไหน คำตอบคือทำได้ดีครับ จังหวะเบรกหนักๆ ลดความเร็วแบบรวดเร็วก่อนแต่งตัวเข้าโค้ง โดยเฉพาะโค้งแคบๆ ลึกๆ อย่างโค้ง 3 หรือ โค้ง 9 รถทรงตัวได้ดี ไม่มีอาการวอกแวก ส่าย หรือหน้ายุบท้ายแบบทำให้รู้สึกว่าควบคุมรถได้ยากแต่อย่างใด 

Honda Civic Type R แค่โค้ง 3 สนามช้างฯ เซอร์กิต ก็กินขาด

โดยเฉพาะก่อนโค้ง 3 ที่เป็นทางลงเนินนิดๆ ตั้งแต่โค้ง 2 ซึ่งหากขับมาช้าๆ ก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าขับมาด้วยความเร็วสูงๆ ระดับร้อยปลายๆ หรือทะลุ 200 น้ำหนักรถที่กดลงล้อลงพื้นจะน้อยกว่าปกติ เพราะพื้นแทรคมันหนีล้อ ดังนั้นเมื่อใช้เบรกหนักๆ รถที่เคยขับมาบางคัน จะมีอาการร่อนหรือแกว่ง นิดๆ แต่ไม่ถึงกับสร้างปัญหาอะไรในการขับ 

Honda Civic Type R แค่โค้ง 3 สนามช้างฯ เซอร์กิต ก็กินขาด

แต่คันนี้ไม่มีอาการดังกล่าวครับ รถนิ่ง ไม่มีอาการร่อน ส่าย การควบคุมรถยังปกติ และทำให้แต่งตัวก่อนเข้าโค้ง 3 ได้ง่าย

ก็น่าจะมีผลจากทั้งการเซ็ทช่วงล่าง หลังแอโร่ ไดนามิค รวมถึงแรงกดจากสปอยเลอร์หลังที่ทำได้สมดุล

ขณะที่การขับขี่ในช่วงอื่นๆ ช่วงล่างทำงานได้ดีเลย โดยเฉพาะล้อหน้าที่คม จิกโค้งได้ดี แม่นยำ เกาะโค้งด้านในได้เลย ไม่มีอาการดื้อโค้ง ดังนั้นหากมองในภาพรวมา ผมว่า ซีวิค ไทป์ อาร์ ยากที่จะเกิดอาการ อันเดอร์สเตียร์ แต่ถ้าจะเกิดก็คือ โอเวอร์สเตียร์ มากกว่า เพราะหน้ารถที่จิกอย่างหนักแน่นจริงจัง 

Honda Civic Type R แค่โค้ง 3 สนามช้างฯ เซอร์กิต ก็กินขาด

แล้วถามว่าเกิดไหมกับอาการ โอเวอร์สเตียร์ คำตอบคือ แทบไม่เกิดครับ สำหรับการขับในสนามนี้ เพราะว่าช่วงล่างหลังก็เซ็ทมาดีเช่นกัน

และยังมีตัวช่วยที่สำคัญอีกอย่างคือ สปอยเลอร์หลัง ที่เพิ่มแรงกดเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ช่วยให้ทรงตัวได้ดี และเข้า-ออกโค้งได้ดี 

แต่ก็มีบ้างนิดหน่อย กับโค้ง 3 ในรอบหลังๆ ด้วยการเติมน้ำหนักคันเร่งเข้าไปอีก ผลคือท้ายรถมีอาการทะเลาะกับพื้นแทรคเล็กน้อย ท้ายรถกวาดออกเบาๆ แค่แก้ด้วยพวงมาลัยเล็กน้อย ก็กลับมาเข้าที่เข้าทาง หรือจริงๆ แล้วถ้าไม่แก้อะไร ก็เชื่อว่ารถจะจัดการได้ด้วยตัวมันเอง 

สำหรับโหมดการขับขี่ ของซิวิค ไทป์ อาร์ มีให้เลือก ทั้งการปรับแต่งด้วยตัวเอง หรือ individual, comfort, sport และ +R 

Honda Civic Type R แค่โค้ง 3 สนามช้างฯ เซอร์กิต ก็กินขาด

แน่นอน +R นั้นเป็นขั้นสุดของอารมณ์สปอร์ตทั้งการตอบสนองเครื่องยนต์ที่กระฉับกระเฉงขึ้น พวงมาลัยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และช่วงล่างที่เฟิรฺ์มที่สุด ขับได้สนุก ให้อารมณ์ศปอร์ต เหมาะกับการขับในแทรค แต่ถ้าขับบนเส้นทางถนนทั่วไป ก็น่าจะสนุกเช่นกัน 

โหมดสปอร์ต ก็ขับได้สนุกสนานเช่นกัน  แต่ที่น่าสนใจคือ comfort ที่ช่วงล่างนุ่มนวลสักหน่อย พวงมาลัยน้ำหนักเบาๆ ไม่หนักแรงมือ แต่ว่ามันทำงานได้ดีในแทรคเช่นกัน เรียกว่า comfort ก็สนุกได้ในแทรคครับ

แต่ทุกโหมดสามารถขับ ควบคุมได้ง่าย เป็นรถอารมณ์สปอร์ตแบบผู้ใหญ่

ดังนั้นผมว่า เมื่อต้องใข้งานในชีวิตประจำวัน รถคันนี้น่าจะตอบสนองได้ทั้งอารมณ์สปอร์ต และความสะดวกสบาย ตอบสนองได้ทั้งผู้ชอบการขับขี่ และผู้โดยสาร เช่น ถ้าเดินทางกับครอบครัว เลือกใช้ comfort คนขับก็สนุกได้ คนนั่งก็สบายตัว 

ส่วนถ้าไปไหนมาไหนคนเดียว จะเลือก sport หรือ +R  ก็เลือกตามสบายเลยครับ 
Honda Civic Type R แค่โค้ง 3 สนามช้างฯ เซอร์กิต ก็กินขาด