"ปตท.-ฟ็อกซ์คอนน์" ตอกเสาเข็มโรงงาน EV ลงทุน 3.7 หมื่นล้าน เร่งผลิตปี 2567

"ปตท.-ฟ็อกซ์คอนน์" ตอกเสาเข็มโรงงาน EV ลงทุน 3.7 หมื่นล้าน เร่งผลิตปี 2567

"ปตท.-ฟ็อกซ์คอนน์" ตอกเสาเข็มโรงงานผลิตรถ EV อย่างเป็นทางการ 12 พ.ย. 2565 ทุ่มงบลงทุน 3.7 หมื่นล้าน เร่งเครื่องผลิตปี 2567 คาดหนุนเศรษฐกิจไทยโต 6% ของ GDP ประเทศ เกิดการจ้างงานมากกว่า 7.5 แสนคน 

บริษัท ฮอริษอน พลัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัทอรุณ พลัส จำกัด (บริษัทลูก ปตท.) กับบริษัท หงไห่ พริซิชั่น อินดัสทรี จำกัด (ฟ็อกซ์คอนน์) ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2565

"ปตท.-ฟ็อกซ์คอนน์" ตอกเสาเข็มโรงงาน EV ลงทุน 3.7 หมื่นล้าน เร่งผลิตปี 2567 สำหรับการลงทุนดังกล่าว ดำเนินการตามแนวคิด BOL (Build-Operate-Localize) และเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และซัพพลายเชน เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว โดยโรงงานจะตั้งบนฐานการผลิตพื้นที่ 500,000 ตร.ม.เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจากเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม (ICE) ไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

ทั้งนี้ บริษัท ฮอริษอน พลัส จำกัด จะทำหน้าที่บริการออกแบบและผลิตตามสัญญา เพื่อให้บริการเจ้าของแบรนด์ทุกรายที่ต้องการผลิตรถยนต์ในไทย โดยใช้แพลตฟอร์ม MIH ในการปรับปรุงโฉมการผลิตอีวีทั่วโลก ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และซอร์ฟแวร์สำหรับอีวีทั่วโลก

"ปตท.-ฟ็อกซ์คอนน์" ตอกเสาเข็มโรงงาน EV ลงทุน 3.7 หมื่นล้าน เร่งผลิตปี 2567 บริษัท ฮอริษอน พลัส จำกัด คาดว่าจะลงทุน 37,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างอุปกรณ์การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าโดยตั้งเป้าสร้างเสร็จและถึงขั้นตอนการส่งมอบการผลิตในปี 2567 และในเบื้องต้นจะมีกำลังการผลิต 50,000 คันต่อปี และจะทยอยเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 คันต่อปี เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอาเซียนที่เพิ่มขึ้นภายในปี 2573

"ปตท.-ฟ็อกซ์คอนน์" ตอกเสาเข็มโรงงาน EV ลงทุน 3.7 หมื่นล้าน เร่งผลิตปี 2567 เว็บไซต์ www.honhai.com ของบริษัท หงไห่ พริซิชั่น อินดัสทรี จำกัด (ฟ็อกซ์คอนน์) ได้รายงานพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2565 มีผู้เข้าร่วม เช่น นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) , นายพิริยะ เข็มผล ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ,ดร.จวง ซั่วหาน ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย , Jian Yibin ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจ D ของกลุ่ม Hon Hai Technology

ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ ปตท. กล่าวในพิธีว่า การวางศิลาฤกษ์ครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์อีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่าง ปตท.และ หงไห่ เพื่อส่งเสริมการผลิตอีวีในระดับภูมิภาคทั่วโลก และเพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของ ปตท.ในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ประเทศไทย รวมทั้งพัฒนาซัพพลายเชนต้นน้ำและปลายน้ำ รวมถึงการให้บริการที่ดีสำหรับผู้ใช้อีวี

"ปตท.-ฟ็อกซ์คอนน์" ตอกเสาเข็มโรงงาน EV ลงทุน 3.7 หมื่นล้าน เร่งผลิตปี 2567 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย ไม่เพียงมุ่งเน้นการผลิตและการลงทุนอีวี แต่ยังลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการถ่ายทอดความรู้และการฝึกอบรมแรงงาน รวมทั้งโรงงานผลิตอีวีจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับซัพพลายเชนรถยนต์ไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท.รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน

นอกจากนี้ เว็บไซต์ www.honhai.com ยังรายงานว่ารถยนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งคิดเป็นประมาณ 6% ของ GDP ของประเทศไทย และมีการจ้างงานมากกว่า 750,000 คน โดยการเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ของบริษัทฮอริษอน จำกัด ในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าไม่เพียงสร้างงานและฝึกอบรมพนักงานเท่านั้น แต่ยังรักษาสถานะของประเทศไทยในฐานะเมืองดีทรอยต์ของเอเชียอีกด้วย

สำหรับ Hon Hai Precision Industry Co., Ltd. (รหัสตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน : 2317) ก่อตั้งขึ้นในไต้หวันในปี 2517 จากแม่พิมพ์และได้พัฒนาเป็นผู้ให้บริการไฮเทคอันดับแรกของโลก โดยมีส่วนแบ่งการตลาด มากกว่า 40% ครอบคลุมผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค, ผลิตภัณฑ์เครือข่ายคลาวด์, ผลิตภัณฑ์เทอร์มินัลคอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบอื่นๆ 

ทั้งนี้ ปัจจุบันเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวันและมีรายได้รวมในปี 2564 อยู่ที่ 5.99 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน รวมทั้งมีแผนธุรกิจทั่วโลก ครอบคลุม 3 ทวีป และมีฐานการผลิตและบริการในกว่า 20 ประเทศและภูมิภาค และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ลงทุนใน 3 อุตสาหกรรมเกิดใหม่ ได้แก่ "ยานยนต์ไฟฟ้า สุขภาพดิจิทัล และหุ่นยนต์" 

นอกจากนี้ ได้ลงทุนใน 3 สาขาเทคโนโลยีใหม่ ได้แก่ "ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีการสื่อสารยุคใหม่"