วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

ครั้งแรก ‘ซีอีโอ’ ฟอร์ด เยือนโรงงานไทย ย้ำนโยบาย ‘ฟอร์ด พลัส’ ลุ้นแผนผลิต EV

ครั้งแรก ‘ซีอีโอ’ ฟอร์ด เยือนโรงงานไทย ย้ำนโยบาย ‘ฟอร์ด พลัส’ ลุ้นแผนผลิต EV

จิม ฟาร์ลีย์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (Ford Motor Co.) เยี่ยมชมฐานการผลิตรถยนต์ฟอร์ดในจังหวัดระยองเป็นครั้งแรก ตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะตลาดสำคัญและศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ระดับโลกของฟอร์ด 

สำหรับฟอร์ด เข้ามาลงทุนในไทยตั้งแต่ปี 2538 ปัจจุบันมีโรงงานผลิต 2 แห่งในจังหวัดระยอง คือ โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอร์ริ่ง (เอฟทีเอ็ม) ซึ่งเป็นการลงทุนของฟอร์ด 100% และโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที) โรงงานร่วมทุนกับมาสด้า

ปัจจุบันการผลิตรถยนต์ในไทย คือ ปิกอัพ ฟอร์ด เรนเจอร์ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ซึ่งล่าสุด รถเจเนอเรชั่นใหม่ได้รับการตอบรับที่น่าพอใจ ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมียอดขายในเดือนสิงหาคม สูงสุดเป็นอันดับที่ 4 ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การดำเนินงาน 26 ปีของฟอร์ดในประเทศไทย และมียอดขายตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม รวม 23,216 คัน

โดยการเยี่ยมชมโรงงานครั้งนี้ จิม ฟาร์ลีย์ และ คูมาร์ กัลโฮทรา ประธานฟอร์ด บลู ใช้เวลาส่วนหนึ่งในการพบปะพูดคุยกับพนักงานในสายการผลิต และร่วมกิจกรรมต่างๆ รวมถึงเยี่ยมชมการทำงานของตัวแทนจำหน่ายฟอร์ดในจังหวัดระยอง พร้อมชมการสาธิตการนำกลยุทธ์ ‘ฟอร์ด พลัส’ มาปรับใช้ในการดำเนินงาน

ทั้งนี้ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เป็นหนึ่งในบริษัทยานยนต์ผู้ลงทุนรายใหญ่ในไทย มูลค่าการลงทุนสะสมกว่า 3,400 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท โดยล่าสุดคือการประกาศลงทุน 2.8 หมื่นล้านบาทในปี 2564 ที่ผ่านมา 

การลงทุนดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจ “ฟอร์ด พลัส” (Ford+) โดยเพิ่มการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 25 ปี การดำเนินธุรกิจในไทย

เพิ่มจ้างงาน โรงงาน-ซัพพลายเออร์
การลงทุน 900 ล้านดอลลาร์ครั้งนี้แบ่งเป็นการสนับสนุน ซัพพลายเออร์ ยกระดับการผลิต รองรับรถรุ่นใหม่ 400 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท เพื่อส่งเสริมธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มการจ้างงานของพันธมิตรทางธุรกิจอีกกว่า 250 ตำแหน่ง

และอีก 500 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท เป็นการใช้ปรับปรุงโรงงานผลิตทั้ง 2 แห่ง ในจังหวัดระยอง คือ ออโต้อัลลายแลนซ์ ประเทศไทย หรือ เอเอที และโรงงาน ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง หรือ เอฟทีเอ็ม  รวมถึงการจ้างงานเพิ่มทั้ง 2 โรงงาน อีก 1,250 คน ทำให้มีพนักงานรวมทั้งสิ้นกว่า 9,000 คน

“การลงทุนครั้งนี้นับว่าเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดความมุ่งมั่นของฟอร์ดตลอดระยะเวลา 25 ปี ซึ่งจะทำให้เรายกระดับการดำเนินงานให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมรองรับการผลิตฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชัน ใหม่ หนึ่งในรถที่มียอดการผลิตสูงสุด และมียอดขายสูงสุดทั่วโลก”

ครั้งแรก ‘ซีอีโอ’ ฟอร์ด เยือนโรงงานไทย ย้ำนโยบาย ‘ฟอร์ด พลัส’ ลุ้นแผนผลิต EV

ฟอร์ดระบุว่าการลงทุนครั้งนี้ทำให้โรงงานฟอร์ดในประเทศไทย มีประสิทธิภาพการผลิตเทียบเท่าโรงงานระดับแถวหน้าของโลก เพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิตรถได้หลากหลายรูปแบบในสายการผลิตเดียว สามารถเลือกผลิตรถรุ่นย่อยที่แตกต่างสลับกันได้  ไม่ว่าจะเป็น ปิกอัพตอนเดียว ตอนครึ่ง และแบบ 4 ประตู ทำให้สามารถบริหารสต็อกได้ดีขึ้นตรงกับความต้องการของลูกค้า ช่วยร่นเวลาในการรอรับรถ

"แต่เดิมการผลิตจะต้องทำเป็นล็อตๆ แต่เทคโนโลยีใหม่ที่นำมาใช้ เมื่อได้รับคำสั่งซื้อมาจากลูกค้า เราสามารถปรับเปลี่ยนสายการผลิตได้ทันที" 

เพิ่มโรบอทในสายการผลิต 356 ตัว

นอกจากนี้ ยังเพิ่มหุ่นยนต์อุตสาหกรรม หรือ โรบอท จำนวน 356 ตัว รวมเป็นทั้งสิ้น 700 ตัว เพื่อเสริมกำลังการผลิตทั้งที่โรงงานเอเอที และเอฟทีเอ็ม โดยหุ่นยนต์ที่เพิ่มขึ้นจะนำมาใช้ในส่วนงานประกอบตัวถัง งานพ่นสี ซึ่งจะทำให้ฟอร์ดมีจำนวนเครื่องจักรในส่วนงานประกอบตัวถังเพิ่มขึ้นจาก 34% เป็น 80% ในโรงงาน เอฟทีเอ็ม และ 69% ใน เอเอที 

นอกจากนี้ยังลงทุนเครื่องมือทันสมัยอื่นๆ เช่น เครื่องมือสแกน บ็อกซ์ เพื่อสแกนชิ้นส่วนต่างๆ แบบ 3 มิติ ได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วกว่าเครื่องมือแบบเดิม จากที่ใช้เวลา 240 นาที/คัน เหลือ 15 นาที และลงทัุนเครื่องจักรพับขอบประตูตัวถัง เครื่องมือสแกนสี สำหรับรถที่ทำสีเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้การติดตั้งเครื่องจักรใหม่ ยังนำผู้เชี่ยวชาญกว่า 500 คน จากต่างประเทศเข้ามาฝึกอบรมพนักงานในโรงงาน 

ครั้งแรก ‘ซีอีโอ’ ฟอร์ด เยือนโรงงานไทย ย้ำนโยบาย ‘ฟอร์ด พลัส’ ลุ้นแผนผลิต EV

"พนักงานจะทำงานร่วมกับอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่ล้ำสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิต และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า การลงทุนที่ให้ฟอร์ดก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นำเทคโนโลยีตรวจสอบพื้นผิวหรือสแกนบ็อกซ์ มาใช้ตรวจสอบรถทั้งคันในระหว่างขั้นตอนการประกอบรถได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน และรวดเร็วกว่าเดิมถึง 5 เท่า"

นอกจากนี้ โรงงานเอฟทีเอ็มและเอเอที ยังยกระดับเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานทดแทน ลดการปล่อ

คาร์บอนไดออกไซด์ รวมไปถึงการยกเลิกการกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบ

เพิ่มผลิต-ส่งออก-ขายในประเทศ
การยกระดับโรงงานครั้งนี้ รวมถึงการเพิ่มกะการผลิตช่วงกลางคืน จะทำให้ฟอร์ดสามารถเพิ่มการผลิตได้มากขึ้น จากเดิมประมาณ 2.3 แสนคัน/ปี เป็น 2.8 แสนคัน/ปี

การเพิ่มการผลิต เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่คาดว่จะเพิ่มสูงขุึ้นในอนาคต รวมถึงการส่งออก ที่จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเป้าหมายการส่งออก เรนเจอร์ใหม่ที่จะเริ่มต้นผลิตและทำตลาดกลางปี 2565 อยู่ที่ 60% ของการผลิตทั้งหมด โดยมีตลาดเป้าหมายมากกว่า 100 ประเทศ 

ครั้งแรก ‘ซีอีโอ’ ฟอร์ด เยือนโรงงานไทย ย้ำนโยบาย ‘ฟอร์ด พลัส’ ลุ้นแผนผลิต EV

ทั้งนี้การเยือนไทยครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่มีข่าวจากผู้บริหารฟอร์ด ในงาน ดีทรอยท์ ออโต้ โชว์ ที่เมืองดีทรอยท์ มิชิแกน สหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่า ฟอร์ด กำลังวางแผนที่จะผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย เพื่อรองรับการทำตลาดในประเทศ และส่งออกไปยังอีกหลายประเทศ