ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 หลายธุรกิจต่างประสบปัญหาแทบทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ หรือธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปส่งผลให้ต้องพลิกตำรา ปรับแผนบริหารกันถ้วนหน้า
Executive Decision สู่แผนปรับตัวกระทันหัน
ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ได้อธิบายถึง Action ที่รวดเร็วในการตัดสินใจจัดตั้งทีม BCP (Business Continuity Plan) หรือแผนในการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจทำให้กระทบธุรกิจ อันจะส่งผลต่อความไว้วางใจของผู้ใช้บริการหรือลูกค้า โดยเฉพาะเรื่องสำคัญ เช่น 1. Workforce Management การบริหารและกระจายทีมงาน หากทีมใดทีมหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต้อง อีกทีต้องมาทดแทนได้ทันที 2. Customer Engagement ต้องสามารถให้บริการลูกค้าได้ต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก 3. Financial Management สามารถบริหารสภาพคล่องทางการเงินได้ ดังนั้น จึงต้องมีระบบบริหารจัดการเพื่อเตรียมความพร้อมในทุกด้าน สามารถแก้ไขปัญหา รวมถึงออกข้อกำหนดและมาตรการบรรเทาปัญหาเหล่านั้นออกไป องค์กรที่มี BCP นอกจากจะทำให้ธุรกิจมีความมั่นใจในการดำเนินงานมากขึ้นแล้ว ยังทำให้คู่ค้าและลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นอีกด้วย
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เรื่อง BCP อย่างเดียวที่สามารถรับมือกับวิกฤตนี้ได้ การบริหารคนในช่วงนี้การสื่อสารกับคนในองค์กรเป็นสิ่งที่ต้องชัดเจนที่สุด ยิ่งในสถานการณ์ที่องค์กรปรับให้พนักงานทำงานที่บ้าน (Work from home) กระทบแน่นอนกับการทำงานแบบ Business as usual ที่เคยเป็นมา พนักงานที่รู้เป้าหมายของตัวเองชัดเจน ยึดแนวการทำงานจาก OKR ที่ตั้งไว้ ทำให้ไม่หลุดโฟกัสจากเป้าที่กำหนด แม้จะเป็นการทำงานแบบ Remote Working ก็ยังทำให้มีประสิทธิภาพได้เช่นกัน
ผลกระทบในวงการไอที
ในมุมมองธุรกิจที่เคยวางไว้มันเปลี่ยนหมด หลายอุตสาหกรรมหยุดชะงักทำให้กระทบส่งผลต่อกันเป็นวงกว้าง ถือเป็นความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ เพราะวิกฤตที่เรากำลังเผชิญอาจกินเวลา 3-6 เดือนหรือมากกว่านั้น ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคและรูปแบบการดำเนินธุรกิจได้ถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงไปทันที
ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ได้พิสูจน์ถึงความแข็งแรงของบริษัทเช่นกัน หากดูจาก Lead Time การเตือนภัยในสายงานไอทียังถือเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ First Impact ดังนั้น เราจึงมีเวลาวางแผนกระบวนการทำงานให้สามารถทำงานได้เร็วขึ้น และพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีความรอบคอบและไม่ประมาท
“ถ้าหาแง่มุมดี ๆ เราก็ยังสามารถเติบโตต่อไปได้ในวิกฤตอย่างนี้
เพราะ IT เป็น Ingredient สำคัญในการปรับตัวของทุกธุรกิจ”
ในช่วงวิกฤตยังเห็นโอกาส
ต้องยอมรับความจริงว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร การทำงานให้บริการลูกค้ายังต้องดำเนินต่อไป สิ่งที่เห็นแน่ชัดในช่วงนี้คือการทำงานหลังจบวิกฤตโควิด-19 พนักงานเองก็เปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานเช่นกัน การทำงานแบบ Remote Working อาจกลายเป็นวิถีการทำงานที่มีประสิทธิภาพกว่ารูปแบบเดิมๆ การให้บริการออนไลน์จะตอบโจทย์ได้แทบทุกอุตสาหกรรม
ที่ MFEC เราได้เริ่มทำ Transformation และเสร็จสิ้นไปช่วงปลายปี 2019 ผลที่เกิดขึ้นคือ อายุเฉลี่ยพนักงานของ MFEC ลดลงไป 5 ปี ทำให้เกิดการคล่องตัวมากขึ้น การทำงานทำได้เร็วขึ้น ยิ่งเมื่อเกิดวิกฤตในช่วงนี้ ยิ่งทำให้บริษัทปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะได้ปรับแผนการทำงานให้กระชับและรวดเร็วขึ้นแล้ว
โควิด-19 ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งให้หลายองค์กรต้องปรับกลยุทธ์เพื่อ Transform เป็น Digital Business อย่างเต็มรูปแบบ หลายธุรกิจหันมาทำ E-Commerce มากขึ้น ทั้งยังเกิดการให้บริการออนไลน์รูปแบบใหม่ เช่น การแพทย์ การศึกษา หรือแม้แต่งานอีเวนต์ ก็ปรับมาทำบนออนไลน์หมด เพราะฉะนั้นการทำ Digital Transformation ถือเป็นส่วนหลักที่จะสร้างการเติบโตครั้งใหม่ให้กับธุรกิจ ซึ่งนี่อาจเป็นโอกาสให้ได้เห็น Innovation ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนี้





