background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

“กองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส”จ่ายคืนเงินครบตามสัญญา

“กองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส”จ่ายคืนเงินครบตามสัญญา

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย หรือ “TMBAM Eastspring” ได้จ่ายเงินคืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนเปิดทหารไทยธนพลัสครบแล้วตามสัญญา 100.06% หลังได้ตัดสินใจปิดกองทุนไปเมื่อปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

ส่วนกองทุนเปิดทหารไทยธนไพศาลจ่ายคืนไปแล้ว 94%, กองทุนเปิดทหารไทยธนไพบูลย์จ่ายคืนแล้ว 92% และกองทุนเปิดทหารไทยธนเพิ่มพูนจ่ายคืนแล้ว 88% ซึ่งถือว่าสามารถจ่ายเงินคืนได้เร็วกว่ากำหนด สะท้อนให้เห็นว่าผู้จัดการกองทุนบริหารกองทุนอย่างมืออาชีพ ขณะที่สินทรัพย์ที่ลงทุนเป็นตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ (Investment Grade Bonds) และไม่มีการผิดนัดชำระหนี้ (Default risk) แต่อย่างใด จึงสามารถซื้อขายได้กำไรคืนอย่างคุ้มค่าและรวดเร็ว

ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีแรงเทขายสินทรัพย์ลงทุนประเภทต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการระบาดของโรคโควิด-19 ไม่เว้นแม้แต่ “ตราสารหนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำถูกถล่มขายอย่างหนักเช่นกัน จนทำให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย หรือ “TMBAM Eastspring” ตัดสินใจปิด 4 กองทุนตราสารหนี้ ได้แก่

กองทุนเปิดทหารไทยธนเพิ่มพูน, กองทุนเปิดทหารไทยธนไพบูลย์, กองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส และกองทุนเปิดทหารไทยธนไพศาล หลังผู้ลงทุนแห่ไถ่ถอนหน่วยลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะในกองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส และกองทุนเปิดทหารไทยธนไพศาล พบว่าตั้งแต่วันที่ 16-26 มี.ค. 2563 มีปริมาณการขายโดยรวมสูงถึง 67% และ 66% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนตามลำดับ

และมีการเทขายอย่างรุนแรงในวันที่ 26 มี.ค. 2563 คิดเป็นปริมาณ 33% และ 51% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนตามลำดับ ในขณะที่สภาพตลาดตราสารหนี้เบาบางมาก ทำให้ผู้จัดการกองทุนตัดสินใจปิดกองทุนเพื่อเป็นการบริหารสภาพคล่องในการนำเงินมาคืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน

โดยได้คำนึงถึงประสิทธิภาพในการซื้อ-ขายตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ (Investment Grade Bonds) ในพอร์ตการลงทุนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงด้านราคา และไม่ต้องการให้ผู้ลงทุนที่ถือหน่วยอยู่ต้องขาดทุนสูง ทั้งๆ ที่ยังมีการเทขายตราสารหนี้อย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจยกเลิกกองทุนเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ลงทุนทุกราย

มาถึงวันนี้คงทำให้เห็นแล้วว่าที่ผู้จัดการกองทุนตัดสินใจปิดกองทุน ยกเลิกคำสั่งซื้อขายในธุรกรรมทั้งหมดเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะถ้ายังเปิดกองต่อไปจะทำให้ผู้ถือหน่วยขาดทุนหนักมาก และยังไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ไม่รู้ความเคลื่อนไหว ซึ่งผู้ลงทุนรายใหญ่อาจไม่มีปัญหา เพราะมีการกระจายการลงทุนไปที่อื่นๆ แต่ผู้ลงทุนรายย่อยถือว่าเสียเปรียบด้วยข้อจำกัดที่มากกว่า

และถ้าขณะนั้นผู้จัดการกองทุนปล่อยให้มีการขายไปเรื่อยๆ จะยิ่งทำให้มูลค่าหน่วยลดลง ดังนั้นการตัดสินใจปิดกองจึงช่วยรักษามูลค่าหน่วยลงทุนไว้ได้ แม้อาจจะทำให้สภาพคล่องลดลงไปบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นไปตามสถานการณ์ในตลาดโลก

ที่สำคัญอย่างมาก ระหว่างปิดกองทุนผู้จัดการกองทุนยังคงทำหน้าที่ในการดูแลผลประโยชน์ของผู้ลงทุนให้ดีที่สุด อย่างเช่น กองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส ณ วันแรกที่ตัดสินใจปิดกอง พบว่าภายใน 1 สัปดาห์ ได้มีการจ่ายคืนเงินก้อนแรกไปประมาณ 10% จนมาถึงปัจจุบันสามารถจ่ายเงินได้ครบตามสัญญาแล้ว

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง แม้ว่าคุณจะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้น จึงควรศึกษาข้อมูลข่าวสารการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

รวมทั้ง ควรกระจายประเภทการออมการลงทุนให้หลากหลาย ไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งเพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดอย่างเช่นการระบาดของโรคโควิด-19 ในปีนี้

นอกจากนี้ ถ้าผู้ลงทุนเห็นตลาดลงแรงๆ จงตั้งสติให้ดี ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทบทวน อย่าตื่นตระหนกจนเกินไป พยายามมองหาสาเหตุต้นตอของปัญหาว่าเกิดจากอะไร เพราะในหลายครั้งๆ การตกใจเกินกว่าเหตุอาจจะทำให้ขาดทุนโดยไม่จำเป็น