background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เจาะลึกกรุงเทพฯ! โอกาสแห่งใจกลางมหานครในอนาคต

เจาะลึกกรุงเทพฯ! โอกาสแห่งใจกลางมหานครในอนาคต

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้เดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้

กรุงเทพมหานครได้ถูกยกระดับในฐานะศูนย์กลางแห่งภูมิภาค จากการที่ประเทศไทยก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มตัว ด้วยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับประเทศเศรษฐกิจที่สำคัญทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย จีน และเวียดนาม และยังเป็นประตูสู่ประเทศเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วทั้งพม่า ลาว กัมพูชา รวมถึงการที่ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Projects) ทั่วประเทศ ทั้งการลงทุนในระบบขนส่งทางอากาศ ทางน้ำ ทางบกและทางราง อาทิ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน-ญี่ปุ่น 4 สาย จากเหนือไปใต้โดยมีศูนย์กลางจากกรุงเทพฯ การขนถ่ายสินค้า และผู้คน หรือโครงการรถไฟฟ้า 10 สายที่กำลังเชื่อมโยงระบบคมนาคมทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะสายสีส้มที่จะมีสถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรมจะเป็นอีกหนึ่งอินเตอร์เชนจ์สำคัญที่เชื่อมต่อเส้นทางกรุงเทพมหานครในอนาคต ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว กำลังทำให้กรุงเทพฯกลายเป็น “Hub for Logistics” มีผู้คนทั้งไทยและต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีประชากรอยู่อาศัยและทำงานในพื้นที่เกินกว่า 10 ล้านคน ซึ่งปัจจัยบวกต่างๆ เหล่านี้ เป็นอีกบทสรุปของ “โอกาส” ที่จะทำให้เกิดการพัฒนากรุงเทพฯอย่างเร่งด่วน และก้าวกระโดด ภายในระยะเวลา 5 ปี หรืออนาคตอันใกล้นี้

เจาะลึก พื้นที่ในกรุงเทพฯที่มีโอกาสเติบโตสูงสุด

ดัชนีที่เป็นตัวชี้วัดความเจริญของพื้นที่ในกรุงเทพฯที่มีโอกาสเติบโตสูงสุด คือเส้นรถไฟฟ้า BTS สายหลัก ซึ่งขนานไปกับถนนสุขุมวิทที่ตัดกับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ผ่านแกนกลางตัวเมืองบริเวณสี่แยกอโศก ที่เป็นสถานีอินเตอร์เชนจ์ วิ่งผ่านสถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญๆ  เช่น Siam Paragon, Central Embassy, The EM District  อาคารสำนักงานใหญ่ๆ โรงแรม 5-6 ดาว สถานทูต และโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่กำลังจะเปิดตัวอย่าง “The Super Tower” อาคารสูง 125 ชั้น ซึ่งจะเป็นอาคารที่สูงที่สุดในอาเซียน เป็นที่น่าสังเกตว่าแลนด์มาร์คต่างๆ เหล่านี้ ตั้งอยู่ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ หรือ “Inner Core of Bangkok”

“Inner Core of Bangkok” เริ่มต้นจากถนนสุขุมวิทที่เป็นพื้นที่เมืองชั้นในเกรดเอ เป็นที่ตั้งของทั้งแหล่งงานและที่อยู่อาศัยแบบคอนโดมิเนียมในเมืองใหญ่ ซึ่งทุกวันนี้เริ่มเห็นภาพชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นย่านเพลินจิต อโศก ต่อเนื่องไปจนถึงสุขุมวิทตอนกลางอย่างพร้อมพงษ์และทองหล่อ  ความเป็นย่านธุรกิจและพักอาศัยบนพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯสะท้อนได้จากโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวใหม่หลายโครงการ ท่ามกลางความเจริญของเมือง ที่เป็นทั้งเป็นแหล่งธุรกิจ ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน สถาบันการศึกษา และพื้นที่สันทนาการแบบเมืองใหญ่ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย

นอกจากย่านสุขุมวิทช่วงต้นและกลางแล้ว พื้นที่ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น  'Inner Core of Bangkok' อีกแห่ง คือ ถนนรัชดาภิเษก ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดมาตลอด 3 ปี อาคารสำนักงานใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และโครงการใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นอย่าง "The Super Tower at Grand Rama 9" ส่งผลให้ทำเลถนนรัชดาภิเษกยิ่งคึกคัก กลายเป็นศูนย์กลางย่านธุรกิจใหม่ (New CBD : Central Business District) ของกรุงเทพฯ ซึ่งแนวโน้มความสนใจของนักลงทุนใน CBD เหล่านี้ ทำให้ความต้องการพื้นที่เพิ่มขึ้น และผลักดันให้ราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากจำแนกตามรายละเอียดของย่านธุรกิจที่เป็น 'Inner Core of Bangkok' ทั้ง 4 พื้นที่จะพบว่า แต่ละโซนมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่แตกต่างกันไป

เพลินจิต-วิทยุ เป็นโซนพื้นที่ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็น Luxury High End Living เป็นแหล่งที่พักอาศัยระดับหรูหรา เพราะรายล้อมไปด้วยสถานทูต ห้างสรรพสินค้าชั้นนำไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่, เซ็นทรัล ชิดลม, เซ็นทรัล เวิลด์ และ สยามพารากอน รวมถึงโรงแรมระดับ 6 ดาว ปัจจุบัน เพลินจิตครองแชมป์ราคาที่ดินที่แพงที่สุด ด้วยราคาสูงถึง  1.9 ล้านบาทต่อตารางวา (ไร่ละ 760 ล้านบาท) ความเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่ขยายตัวสูงสุด โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีก ส่งผลให้ราคาที่ดินแซงหน้ากระทั่งโซนสีลมและเยาวราชแชมป์เก่าไปแล้ว (ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์)

อโศก  ถือเป็นศูนย์รวมทางด้านการคมนาคม (Hub of Transportation) ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร เพราะสามารถเชื่อมต่อการเดินทางในกรุงเทพฯได้ทั่วสารทิศ  นอกจากอโศกเป็นจุดเชื่อมต่อทั้งสถานี BTS อโศกและ MRT สุขุมวิท ยังรายล้อมไปด้วยโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ทั้งทางด่วน เส้นลัด จุดตัด อีกทั้งล้อมรอบไปด้วยอาคารสำนักงานสำคัญๆ ศูนย์การค้า สถาบันการศึกษา อาคารสำนักงาน โรงแรมระดับ 6 ดาว แหล่งแฮงค์เอาท์ ฟิตเนสดัง และร้านอาหารขึ้นชื่อมากมายนอกจากนี้ ยังเป็นย่านที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม (Multi-Cultural Area) เนื่องจากเต็มไปด้วยชาวต่างชาติมากมายที่ทำงานในย่านนี้ รวมถึงนักท่องเที่ยวอีกด้วย

พร้อมพงษ์ อีกหนึ่งศูนย์กลางธุรกิจที่ครบวงจรใจกลางสุขุมวิท และเป็นย่าน The EM District ศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ ประกอบด้วย The Emporium ที่เพิ่งจะปรับปรุงใหม่, The EmQuartier ที่เพิ่งเปิดตัว  และ The EmSphere ในอนาคต นอกจากนี้ ยังเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่เป็นที่นิยมสำหรับชาวต่างชาติที่มาทำงานในไทยอีกด้วย พร้อมพงษ์ยังโอบล้อมด้วยความเขียวของสวนเบญจสิริ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นปอดใจกลางสุขุมวิท  

รัชดา– ย่านธุรกิจใหม่ล่าสุดของกรุงเทพฯ ในอนาคตจะเป็นศูนย์รวมของการเดินทาง (Future Hub of Transportation) เนื่องจากมีสถานีอินเตอร์เชนจ์ของรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรม (Superstation) ซึ่งวิ่งจากศูนย์วัฒนธรรมฯ ไปยังมีนบุรี ที่จะเชื่อมพื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯเข้าด้วยกัน ปัจจุบันมีแลนด์มาร์คใหม่จากการย้ายมาของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจะทำให้รัชดากลายเป็นศูนย์กลางทางด้านการเงิน (Hub of Finance) และแผนลงทุนในโครงการเดอะ ซูเปอร์ ทาวเวอร์ อาคาร 125 ชั้น ความสูง 615 เมตร ซึ่งจะเป็นอาคารสูงที่สุดในอาเซียน รวมถึงสถานทูตจีนและเกาหลี ที่ตั้งอยู่บริเวณนี้ ย่านรัชดาฯยังคึกคักจากการมีทั้งศูนย์การค้า, โรงแรม และร้านอาหารโดยรอบ ทำให้พื้นที่โซนนี้เต็มไปด้วยชาวไทยและต่างชาติที่ทำงานในย่านนี้

การเติบโตอย่างต่อเนื่องของย่านต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ดีมานด์อสังหาฯ ย่าน 'Inner Core of Bangkok' สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และส่งผลให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น หากดูจากประกาศราคาประเมินที่ดินใหม่ในกรุงเทพฯปี 2559–2562 ของกรมธนารักษ์ ที่ประกาศใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2559–ธ.ค. 2562 พบว่า ที่ดินในโซน CBD กรุงเทพฯ ราคาประเมินใหม่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุกทำเล ไม่ว่าจะเป็นเส้นสุขุมวิท ย่านเพลินจิต-นานา ราคาประเมินใหม่เฉลี่ยตารางวาละ  320,000-380,000 บาท โซนอโศกสูงถึงตารางวะละ 550,000 บาท และถนนพร้อมพงษ์เฉลี่ยตารางวาละ 240,000-270,000บาท ขณะที่ราคาประเมินที่ดินในโซนรัชดาพุ่งเป็นตารางวาละ 450,000-550,000 บาท ซึ่งราคาซื้อขายจริงในตลาดสูงกว่าราคาประเมินของทางราชการ

เนื่องจากพื้นที่มีจำกัด ในขณะที่ความต้องการยังคงมีต่อเนื่อง ทำให้โครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในโซน 'Inner Core of Bangkok' ที่เปิดใหม่เป็นที่สนใจของตลาด และสินค้าที่พัฒนาออกสู่ตลาดในอนาคตจะมีจำนวนจำกัดลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยบนทำเลแห่งอนาคต โนเบิลฯ เตรียมเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Noble Inner Core Living” วันที่ 1-4 ก.ย. นี้ ที่สยามพารากอน ชั้น 1 โดยรวบรวม 4 โครงการไฮไลท์ ที่ตั้งอยู่ในย่านที่รองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกรุงเทพฯในอนาคตอันใกล้

โนเบิล เพลินจิต...ชีวิตเหนือระดับ ใจกลางมหานครเพลินจิต

คอนโดมิเนียมหรูระฟ้าสูง 51 ชั้น มอบชีวิตเหนือระดับด้วย skywalk ที่เชื่อมสู่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเพลินจิต ห้างสรรพสินค้าสุดหรูอย่าง Central Embassy หรือ Park Ventures ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานระดับพรีเมี่ยม เป็นที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ ที่คงความคลาสสิคมีระดับ ใกล้แหล่งธุรกิจ สถานทูต ศูนย์การค้าชั้นนำ ทั้งเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่, เซ็นทรัล ชิดลม, เซ็นทรัล เวิลด์ และ สยามพารากอน โครงการนี้มีความเป็นส่วนตัวสูงสุดด้วย “Private Lift” สำหรับทุกยูนิต และพื้นที่สวนขนาดใหญ่กว่า 4 ไร่

 

โนเบิล BE19…ชีวิตไร้รอยต่อ ใจกลางการคมนาคม     

โครงการคอนโดมิเนียมดีไซน์โมเดิร์น 2 อาคาร ความสูง 48 ชั้น และ 27 ชั้น มีจุดเด่นที่สามารถเข้าออกโครงการ 2 ทาง ทั้งจากซอยสุขุมวิท 19 และสุขุมวิท 15 ถือเป็นโครงการที่โดดเด่นด้านทำเล เพราะอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ สะดวกสบายเรื่องการเดินทาง ใกล้ Airport Link และทางด่วน รายล้อมด้วยโรงแรมระดับ 6 ดาว ห้างสรรพสินค้า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง 

โนเบิล BE33…..ไลฟ์สไตล์ใหม่ทุกรูปแบบใจกลางสุขุมวิท

อาคารสูง 31 ชั้น ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ และศูนย์การค้าชั้นนำ ดีไซน์โดดเด่น ด้วยการออกแบบ Reflective Lobby & Sky Infinity Edge Pool เชื่อมต่อธรรมชาติและเข้าถึงพื้นที่สีเขียวมากขึ้น เป็นที่อยู่อาศัยที่ร่มรื่นน่าอยู่และสวยงาม

โนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา2ไลฟ์สไตล์ใหม่ใจกลางย่านธุรกิจล่าสุด

อาคารสูง 42 ชั้น ได้เปรียบจากความสะดวกของระบบคมนาคมเพราะที่อยู่ติด MRT ศูนย์วัฒนธรรมเพียง 80 เมตร ซึ่งมีไม่กี่โครงการที่อยู่ในรัศมีใกล้รถไฟฟ้าขนาดนี้ จากการวิเคราะห์ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์พบว่า ปีที่ผ่านมาอัตราการปรับตัวของราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในโซนรัชดาฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15% และมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงถือว่าคุ้มค่าทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุน ด้วยราคาเริ่มต้น 3.68 ล้านบาท

โอกาส…กับการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยบนพื้นที่ที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯมาถึงแล้ว ในงาน“Noble Inner Core Living” ใช้ชีวิตบนแกนกลางมหานคร กับ 4 ทำเลแห่งศูนย์กลางชีวิตเมือง ระหว่างวันที่ 1 - 4 กันยายน 2559 นี้ ที่ สยามพารากอน ชั้น 1 พร้อมข้อเสนอสูงสุด 1.5 ล้าน* รับส่วนลดลงทะเบียนออนไลน์ 50,000 บาท* ได้ที่ www.noblehome.com