เฟดเผยข้อมูลเศรษฐกิจ 'สหรัฐ' หดตัว ภาษีทรัมป์ดันต้นทุน - ราคาพุ่ง

เฟดเผยรายงาน Beige Book ชี้ข้อมูลเศรษฐกิจ 'สหรัฐ' หดตัว ภาษีทรัมป์ดันต้นทุน - ราคาพุ่ง เหล่าธุรกิจกังวลความไม่แน่นอน เริ่มไม่สต๊อกสินค้าที่มีราคาแพง
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ธนาคารกลางของสหรัฐหรือเฟดเปิดเผยว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐลดลง เนื่องจากอัตราภาษีที่สูงขึ้นยังส่งผลให้ต้นทุน และราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยข้อมูลนี้ถือเป็นรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจล่าสุดของประเทศ
รายงานที่ชื่อว่า “Beige Book” ได้รวบรวมข้อมูลจากการสำรวจ การสัมภาษณ์ และการสังเกตการณ์จากภาคธุรกิจ และชุมชนของธนาคารกลางภูมิภาคทั้ง 12 แห่งของเฟดจนถึงวันที่ 23 พ.ค.68 ได้ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจยังคงมีแนวโน้มเป็นลบเล็กน้อย และไม่แน่นอน ซึ่งไม่แตกต่างจากรายงานฉบับก่อนหน้ามากนัก และยังมีการคาดการณ์ว่า ต้นทุน และราคาจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วขึ้นในอนาคต
เฟดรอประเมินผลกระทบนโยบาย 'ทรัมป์' ต่อเงินเฟ้อ-ตลาดแรงงาน
เฟดได้คงอัตราดอกเบี้ย ไว้ที่ระดับ 4.25%-4.50% มาตั้งแต่เดือนธ.ค. และคาดว่าดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับนี้ไปอีก 2-3 เดือน เพื่อประเมินผลกระทบจากนโยบายการค้า และนโยบายอื่นๆ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีต่ออัตราเงินเฟ้อ และตลาดแรงงาน
ทั้งนักวิเคราะห์ และผู้กำหนดนโยบายของเฟดต่างก็คาดการณ์ว่าข้อมูลเงินเฟ้อ และตลาดแรงงานจะแย่ลง ซึ่งรายงานล่าสุดของ Beige Book ก็ยืนยันว่าสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว แม้จะยังไม่เห็นผลกระทบที่ครอบคลุมในทุกภาคส่วนก็ตาม
ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา เฟดทั้ง 12 เขตต่างรายงานการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ในรายงานล่าสุดนี้มีเพียง 3 เขตเท่านั้นที่รายงานการเติบโต ขณะที่ครึ่งหนึ่งของเขตทั้งหมดกลับรายงานว่าเศรษฐกิจถดถอย
เฟดนิวยอร์กเผย ธุรกิจหลายแห่งเลิกสต๊อกสินค้าแพง
เฟดนิวยอร์กหนึ่งในเขตที่รายงานว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลงเล็กน้อยเผยว่า ธุรกิจหลายแห่งเริ่มไม่สต๊อกสินค้าที่มีราคาแพงขึ้นอีกต่อไป เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นได้แล้ว ตัวอย่างเช่น ร้านขายดอกไม้แห่งหนึ่งที่ต้อง ปรับเปลี่ยนชนิดของดอกไม้ตามต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยพิจารณาจากประเทศที่มาของดอกไม้
นอกจากนี้ ภาษีศุลกากรที่ยังคงเป็นปัญหา ควบคู่ไปกับความไม่แน่นอนทางการค้า ได้กลายเป็นข้อกังวลที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้า และบริการ และความคาดหวังในการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตด้วย
อ้างอิง Reuters
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์







