"ติง เสวี่ยเซียง" รองนายกรัฐมนตรีจีน ผนึกแรงเอเชีย ต้านกำแพงการค้า มุ่งสู่การค้าเสรีไร้ขีดจำกัด ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีของทรัมป์
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานถ้อยแถลงของ นายติง เสวี่ยเซียง รองนายกรัฐมนตรีจีนวันนี้ (27 มี.ค.68) ว่า เขาเรียกร้องให้มีความร่วมมือระดับโลกเพิ่มขึ้น และต่อต้านมาตรการกีดกันทางการค้า ในการกล่าวปาฐกถาสำคัญที่เวทีโป๋อ่าวประจำปี เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 27 มี.ค.2568
"เราควรร่วมกันปกป้องระบบการค้าเสรี ยึดมั่นในการร่วมมือแบบเปิดของภูมิภาค และคัดค้านการกีดกันทางการค้า และการลงทุนอย่างเข้มแข็ง" นายติง เจ้าหน้าที่อันดับ 6 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนกล่าว โดยมีผู้นำเอเชีย นักการทูตระดับโลก และผู้บริหารธุรกิจเข้าร่วมงาน
บทวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก ระบุว่า การประชุมที่เกาะไห่หนานทางตอนใต้ของจีนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของปักกิ่งในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากการที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความปั่นป่วนในตลาดด้วยการขึ้นภาษีที่คาดเดาไม่ได้ และทำให้พันธมิตรสหรัฐ วิตกจากการเคลื่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์
นายติงยังพยายามสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนทั่วโลกด้วยการเน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจจีน และความมุ่งมั่นในนวัตกรรม โดยชี้ให้เห็นความก้าวหน้าล่าสุดในปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และยานยนต์พลังงานใหม่ที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโต พร้อมสัญญาว่าจะเปิดตลาดให้กว้างขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ
"ไม่ว่าสภาพแวดล้อมภายนอกจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร จีนจะเปิดกว้างสู่โลกมากขึ้น" เขากล่าว
บทวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก รายงานว่า การปราศรัยนี้เกิดขึ้นหลังจากสัปดาห์แห่งความพยายามของจีนในการเรียกร้องผู้นำธุรกิจระหว่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ต่างชาติ โดยผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำ รวมถึง ทิม คุก จากแอปเปิล, คริสเตียโน อาโมน จากควอลคอมม์, อัลเบิร์ต บูร์ลา จากไฟเซอร์ และอามีน นาสเซอร์ จากซาอุดี อารัมโก เข้าร่วมฟอรัมการพัฒนาจีนที่ปักกิ่ง
ด้านสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กำหนดพบกับกลุ่มผู้บริหารธุรกิจสหรัฐ ที่ปักกิ่งในวันศุกร์นี้ ท่ามกลางการเตรียมรับมือกับการขึ้นภาษีที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากรายงานของสหรัฐ เกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าก่อนหน้านี้มีกำหนดออกมาในวันที่ 1 เม.ย.2568 และทรัมป์มีแผนที่จะเรียกเก็บภาษีตอบโต้ทั่วโลกในวันถัดไป
ท้ายที่สุด ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะพิจารณาลดอัตราภาษีที่เรียกเก็บจากจีนเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากปักกิ่งในการขายการดำเนินงานในสหรัฐ ของแพลตฟอร์มวิดีโอโซเชียล TikTok ของ ByteDance Ltd. ให้กับบริษัทอเมริกัน
อ้างอิง: Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





