background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

บริษัทรถยนต์มอง 2568 'ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง' คาดยอดขาย EV พุ่งแตะ 20 ล้านคัน

บริษัทรถยนต์มอง 2568 'ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง' คาดยอดขาย EV พุ่งแตะ 20 ล้านคัน

อุตสาหกรรมรถยนต์มอง 2568 เป็น 'ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง' จีนกระตุ้นกำลังซื้อ ยุโรปใช้เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซ ขณะที่สหรัฐยูเทิร์นนโยบายใหม่ในยุคทรัมป์ แต่ยังคาดว่ายอดขายรถอีวีทั่วโลกปีนี้จะยังเติบโตดีพุ่งแตะ 20 ล้านคัน

บริษัทวิจัยด้านยานยนต์ โร โมชัน เปิดเผยคาดการณ์ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ทั่วโลกในปี 2568 ว่า ยอดขายรถยนต์อีวีและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รวมกันจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 17% ทะลุ 20 ล้านคันในปีนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนอย่างการขยายมาตรการแลกซื้อรถยนต์ใหม่ของรัฐบาลปักกิ่ง เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศของจีน

นอกจากตลาดจีนแล้ว "ยุโรป" ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ก็จะกลับมามียอดขายเติบโตอีกครั้ง เนื่องจากเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เริ่มมีผลบังคับใช้ ประกอบกับมีการวางจำหน่ายรถยนต์รุ่นที่ราคาถูกลง แม้ว่าอัตราการเติบโตของยอดขายในยุโรปอาจจะช้ากว่าของปี 2567 ก็ตาม

บรรดาบริษัทผลิตรถยนต์มองว่า "ปี 2568 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง" เนื่องจากยุโรปตั้งเป้าหมายใหม่เพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และจีนจะขยายมาตรการอุดหนุน ในขณะที่สหรัฐจะยกเลิกเป้าหมายการใช้รถยนต์ไฟฟ้าภายใต้รัฐบาลใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ใน "ตลาดจีน" โร โมชัน คาดว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนจะเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยจะเติบโต 17% ในปี 2568 และขยายรถอีวีจะขยายส่วนแบ่งการตลาดในประเทศได้มากขึ้นจากการขยายมาตรการช่วยซื้อรถของรัฐบาล ขณะที่ในปี 2567 ยอดขายในจีนเติบโตได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 40% หรือราว 11 ล้านคัน 

บริษัทวิจัยคาดการณ์ว่ายอดขายรถอีวีที่ผลิตในจีนจะยังมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องในตลาด "ละตินอเมริกา" ซึ่งรถยนต์อีวีมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 80% และจะยังคงเพิ่มขึ้นเช่นกันในภูมิภาค "เอเชียแปซิฟิก" และกลุ่มประเทศ "ตลาดเกิดใหม่"

สำหรับ "ยุโรป" บริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายโดยรวมจะเติบโตขึ้น 15% จากยอดขาย 3 ล้านคันในปีที่แล้ว ขณะที่บริษัทรถยนต์ยังคงเสี่ยงต่อการถูกลงโทษปรับราว 1 หมื่นล้านยูโร (ราว 3.5 แสนล้านบาท) หากไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยมลพิษของสหภาพยุโรป (อียู) แม้จะซื้อเครดิตจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแล้วก็ตาม โดยตัวเลขค่าปรับนี้ลดลงจากประมาณครั้งก่อนที่ราว 1.5 หมื่นล้านยูโร

ส่วนตลาด "สหรัฐ" โร โมชัน คาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์อีวีจะเติบโต 16% ในปีนี้ โดยจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของทรัมป์เพียงเล็กน้อย แต่คาดว่าจะส่งผลในระยะยาวมากกว่า เช่น ในกรณีเลวร้ายที่สุด ความต้องการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าจะลดลงถึง 47% ภายในปี 2583