ยุทธศาสตร์ 'เลอโนโว' เส้นทางสู่ 'Net Zero 2050'

ยุทธศาสตร์ 'เลอโนโว' เส้นทางสู่ 'Net Zero 2050'

หลายปีที่ผ่านมาโรดแมป “รักษ์โลก” กลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของทุกองค์กรทั่วโลก รวมไปถึงบิ๊กเทคคอมพานีอย่าง “เลอโนโว”

น่าติดตามว่าจุดยืนในฐานะที่เป็นเบอร์ 1 พีซีโลก จะมีมุมมอง แนวคิด และยุทธวิธีที่จะเดินหน้าไปสู่ “ความยั่งยืน” ที่กำลังเป็นวาระแห่งมนุษยชาติ และโจทย์ที่ท้าทายสำหรับทุกธุรกิจอย่างไร...

ธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการทั่วไป เลอโนโว อินโดจีน กล่าวถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของเลอโนโวว่า อยู่ภายใต้วิสัยทัศน์ในการสร้าง “Smarter Technology for all” ไม่ใช่แค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ หรือเทคโนโลยี แต่เป็น “Smarter Technology” ที่ตอบโจทย์ทุกมิติในการใช้ชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี มีแนวคิดว่าการเติบโตของธุรกิจต้องอยู่ภายใต้ “ความยั่งยืน” ซึ่งทางเลอโนโว ตั้งเป้าที่จะเป็น “Net Zero company” หรือการมีคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 โดยเป็น1 ใน 139 องค์กรจากทั่วโลกที่ได้รับการรับรองแผนงานจากสถาบันระดับโลก Science Based Targets Initiative (SBTi) ยุทธศาสตร์ \'เลอโนโว\' เส้นทางสู่ \'Net Zero 2050\' เลอโนโว พยายามเปลี่ยน “เศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear Economy)”  ให้เป็น  “เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)” มุ่ง “สร้าง - ใช้ - นำกลับมาใช้ใหม่” ละทิ้งวิถีเดิมๆ ที่มักจะ “สร้าง - ใช้ – ทำลาย”

เดินหน้าสู่ NET ZERO ปี 2050

เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายดังกล่าว เลอโนโวมุ่งใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นตัวจักรในการขับเคลื่อน พร้อมกำหนดเป้าหมายและร่วมทำงานกับซัพพลายเออร์ในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสร้างกระบวนการผลิตที่มีความยั่งยืน พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

รวมไปถึงการใช้วัสดุรีไซเคิล การใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียน ส่วนด้านอื่นๆ เช่น โลจิสติกส์มีการทำงานกับซัพพลายเชน เพื่อทำให้การขนส่งลดการใช้พลังงานและเกิดประโยชน์สูงสุด ฯลฯ

เช่น ในปี 2020 ได้นำวัสดุรีไซเคิลกลับมาใช้งานกว่า 6 ล้าน กิโลกรัม, สำนักงานแห่งใหม่ที่ฮังการีได้มีการติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์ สามารถผลิตกำลังไฟได้มากถึง 0.5 เมกะวัตต์ หรือเพียงพอกับพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในบ้าน 100 หลัง

ขณะที่ โรงงานผลิตที่อู่ฮั่นเป็นโรงงานแรกในจีน ที่ได้รับการรับรองจากสถาบัน CESI (China Electronics Standardization Institute) ด้านการสร้างความยั่งยืนในสายของบริษัทด้านไอซีที ยุทธศาสตร์ \'เลอโนโว\' เส้นทางสู่ \'Net Zero 2050\'

เลอโนโวเชื่อว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ “Green policy” ประสบความสำเร็จ จะต้องมาพร้อมความร่วมมือกันของหลายภาคส่วน นอกจากการเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ตามมาตรฐานระดับโลก ควรมีการแบ่งปันองค์ความรู้ ยูสเคสที่ประสบความสำเร็จสู่ภายนอก เพื่อร่วมกันเรียนรู้และสร้างความสำเร็จในวงกว้าง

อีกทางหนึ่ง สร้างวัฒนธรรมองค์กรและการขับเคลื่อนงานที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนภายในองค์กรและที่เกี่ยวข้อง มองไปถึงภาพรวมของทั้งอีโคซิสเต็ม ครอบคลุมไปถึงการสร้างประโยชน์ให้กับผู้บริโภค องค์กร สังคม ภายใต้โจทย์คือทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืนและเติบโตไปพร้อมกัน

ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเข้าใจว่าการแก้ปัญหาควรได้รับการปรับแต่งเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของตลาด สร้างผลกระทบเชิงบวก และความยั่งยืนในระยะยาว

โรดแมป ‘ผลิตภัณฑ์’ รักษ์โลก

ที่สอดคล้องกันไป โรดแมปผลิตภัณฑ์เลอโนโว เน้นสร้างความยั่งยืนใน 3 ด้าน คือ 1. อุปกรณ์ต้องมีการจัดการพลังงานที่ดีเยี่ยม ประหยัดพลังงาน ได้รับมาตรฐานฉลากสิ่งแวดล้อม EPEAT ระดับ Gold, ได้รับใบรับรอง ENERGYSTAR สำหรับผลิตภัณฑ์ ThinkPad, ThinkVision, Yoga, ThinkCentreสำหรับเป้าหมายระยะสั้น เลอโนโวตั้งเป้าไว้ว่า ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอุปกรณ์โดยภายในปี 2030 เครื่องเดสก์ท็อปและเซิร์ฟเวอร์ให้กินไฟน้อยลง 50% และโน้ตบุ๊คกินไฟน้อยลง 30% จากปัจจุบัน

ขณะที่ 2.ใช้วัสดุที่ยั่งยืน และลดการใช้วัสดุสิ้นเปลือง เช่น นำเส้นใยจากไม้ไผ่และอ้อยที่ย่อยสลายได้ 100% มาผลิตเป็นกล่องใส่ผลิตภัณฑ์ ThinkPad X1 และ ThinkPad Z series ทดแทนการใช้ลังกระดาษและโฟม

ด้านออกแบบบรรจุภัณฑ์กล่องใส่โน๊ตบุ๊คในตะกูล ThinkPad ให้สามารถปิดล็อคได้โดยไม่ต้องใช้เทปพลาสติกเพื่อซีลปิดกล่อง จึงเป็นการช่วยลดการใช้เทปพลาสติกได้เป็นจำนวนมากถึง 54 ตันต่อปี ยุทธศาสตร์ \'เลอโนโว\' เส้นทางสู่ \'Net Zero 2050\' 3.สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยการนำวัสดุที่ใช้แล้ว หรือเหลือใช้มาใช้ใหม่ เช่น เครื่อง ThinkPad X1 Carbon มีส่วนประกอบของพลาสติก Post Consumer Content หรือ PCC  97% ในส่วนของกล่องแบตเตอรรี่ และ 95% ในกล่องลำโพง และ AC อะแดปเตอร์, ThinkPad Z13 และ Z16 ใช้วัสดุที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น หนังวีแกนทำจากพลาสติกรีไซเคิล 100% อะลูมิเนียมรีไซเคิล 75%

หนุนไทยเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

ส่วนของกลยุทธ์ธุรกิจ มุ่งนำเสนอพอร์ตโฟลิโอที่ตอบโจทย์ได้แบบครบวงจร ต่อยอดจากการเป็นบริษัทพีซีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีการขยายขอบเขตการนำเสนอและการเติบโตไปสู่สมรภูมิใหม่ๆ ของ “New IT” ทั้งไคลเอนต์ เอจ คลาวด์ เน็ตเวิร์ก ระบบอัจฉริยะ ครอบคลุมทั้งพีซี เซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ โมบาย ซอฟต์แวร์ โซลูชัน และเซอร์วิส

ปัจจุบัน มีธุรกิจอยู่ใน 180 ตลาดทั่วโลก พนักงานราว 77,000 คน การทำธุรกิจอยู่ภายใต้ 3 กลุ่มหลักคือ 1. Intelligent Devices Group (IDG) กลุ่มผลิตภัณฑ์พีซีและสมาร์ทดีไวซ์ (PCSD) รวมถึงกลุ่มธุรกิจโมบาย (MBG)

ขณะที่ 2. Solutions & Services Group(SSG) ไอทีโซลูชันและเซอร์วิส ซึ่งรวมไปถึง attached services, managed services, และ as-a-Service for smart verticals   3. Infrastructure Solutions Group (ISG) สมาร์ตอินฟราสตรักเจอร์โซลูชัน สำหรับธุรกิจทุกขนาด ยุทธศาสตร์ \'เลอโนโว\' เส้นทางสู่ \'Net Zero 2050\' เลอโนโวมีมุมมองต่อประเทศไทยว่า เป็นตลาดที่มีศักยภาพ เปิดกว้างต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเทคโนโลยี เห็นได้จากการเติบโตของกิจกรรมทางสังคมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องไปกับเศรษฐกิจดิจิทัล และคาดว่าแนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าวจะยังเป็นตัวจักรที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตให้กับประเทศไทยต่อไปในอนาคต

เช่นเดียวกับที่ผ่านมา ที่เลอโนโวได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันกับหลากหลายองค์กรธุรกิจในไทย จากนี้บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะทรานส์ฟอร์มวิถีการใช้ชีวิต การทำงาน การเล่น เติมเต็มศักยภาพ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ได้เกินกว่าที่คาดหวัง

“ในฐานะพันธมิตรที่มีความน่าเชื่อถือ เราพร้อมที่จะช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลให้กับประเทศไทย พร้อมๆ ไปกับขยายขอบเขตการมีส่วนร่วมให้กับประชากรในทุกเซ็กเมนท์ ปูทางเพิ่มผลผลิต รวมถึงการเติบโตของจีดีพีของประเทศ”