วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'สภา' ถกญัตติค้านทำแลนด์บริดจ์ 'ปชป.' ชงทำเซาท์เทิร์น คอนเน็ค

'สภา' ถกญัตติค้านทำแลนด์บริดจ์ 'ปชป.' ชงทำเซาท์เทิร์น คอนเน็ค

สภาฯ ถกญัตติค้านทำแลนด์บริดจ์ "กรณ์" หวั่นผลกระทบระยะยาว เสนอทำ เซาท์เทิร์น คอนเน็ค แทน ด้าน "ภคมน" ซัดกม.SEC ขายชาติ

ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินการโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงโครงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน(โครงการแลนด์บริดจ์) ซึ่งนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอ และมีญัตติที่เกี่ยวเนื่อง รวมเป็น 5 ญัตติ โดยพิจารณาไปพร้อมกัน และลงมติร่วมกัน 

โดยนายกรณ์ อภิปรายตอนหนึ่งว่า การนำเสนอโครงการแลนด์บริดจ์ รัฐบาลขาดความโปร่งใส ขาดแผนที่ชัดเจน และนำเสนอบนสมมุติฐานที่เป็นไปไม่ได้ จึงถือเป็นโครงการที่มีความเสี่ยงสูง ที่อาจจะทำให้เกิดมหันตภัยกับระบบเศรษฐกิจสถานะทางการคลังของประเทศ ต่อระบบนิเวศน์ ต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้โครงการดังกล่าวรัฐบาลไม่พูดถึงในการแถลงนโยบายเลยแม้แต่คำเดียว เป็นไปได้อย่างไรโครงการมูลค่าการลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท ทั้งๆที่เป็นโครงการที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก  แต่อยู่ดีๆ กลับเป็นนโนยายเรือธง

"แม้พรรคภูมิใจไทยเคยพูดเรื่องนี้ในบางเวทีช่วงหาเสียง แต่ไม่เคยบรรจุในนโยบายหาเสียงที่ยื่นต่อ กกต. สังคมจึงมีคำถามว่าเจตนาที่แท้จริงของความพยายามที่จะผลักดันขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวคืออะไร  ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในจังหวัดชุมพร มีการขึ้นป้ายอ้างว่าพี่น้องชาวชุมพรเห็นดีด้วยกับโครงการนี้ สุดท้ายก็ทำให้เกิดความแตกแยกกระแสตีกลับอย่างแรง จนเทศบาลต้องเอาป้ายเหล่านั้นลง จากนี้จะทำให้ชาวชุมพรยอมรับได้ก็คงยากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือเค้าขาดความไว้วางใจไปแล้ว”นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ อภิปรายต่อว่าสาระของโครงการแลนด์บริดจ์คือสร้างเส้นทางการขนส่งสินค้าเพื่อที่จะมาทดแทนการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบมะละกา  ซึ่งกระทรวงคมนาคมบอกว่าจะทำให้ประหยัดเวลาได้ 3-4วัน แต่หากวัดตามเส้นทาง อย่างเก่งคือ 2 วัน แต่สิ่งที่ปรากฏคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เพราะต้องจ่ายให้กับโครงการแลนด์บริดจ์ รวมไปถึงค่าระวังรถไฟ ค่าขนตู้ขึ้นลงจากเรือ ค่าผ่านประตูท่าเรือทางรถไฟ และค่าขนตู้ขึ้นลงจากรถไฟรวมแล้วเท่ากับ220 ล้านบาทสำหรับ 20,000 ตู้คอนเทนเนอร์ ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการขนสินค้า 20,000 ตู้คอนเทนเนอร์ผ่านช่องแคบมะละกาคือ 90 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายโดยรวมในการที่จะค้นผ่านแลนด์บริดจ์คือ 270 ล้านบาท

"ถ้าแลนด์บริดจ์ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาให้กับประชาชนภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์มีข้อเสนอใช้การพัฒนาภาคใต้ผ่าน เซาท์เทิร์น คอนเน็ค  คือก่อสร้างมอเตอร์เวย์ที่จะเชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ ถึงนราธิวาส การสร้างเส้นทางรถไฟทางคู่ เชื่อมต่อไปถึงมาเลเซีย โดยทั้ง 2 โครงการใช้เงินประมาณไม่ถึง 7แสนล้านบาท แต่คุ้มค่าและเป็นประโยชน์"นายกรณ์ อภิปราย

ขณะที่ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายเสนอญัติ ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลไม่เคยพูดให้ชัดว่าก่อนที่จะมีโครงการดังกล่าวต้องมีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ซึ่งให้มีอำนาจแบบรัฐเหนือรัฐ สามารถอนุมัติ อนุญาตและยกเว้นกฎหมายปกติได้อย่างน้อย 16 ฉบับ รวมถึงสามารถอนุมัติ อนุญาตสัมปทานที่ดินให้กับต่างชาติได้ชั่วลูกชั่วหลานถึง 99 ปี แม้วันนี้รัฐบาลจะบอกว่าปรับปรุงและแก้ไขแล้วเหลือเพียงแค่ 50 ปี แต่คณะกรรมการชุดนี้สุดท้ายแล้วท่านก็สามารถที่จะแก้ไขต่อสัญญาเพิ่มเติมได้อีก 49 ปีซึ่งรวมเป็น 99 ปี นอกจากนี้ ยังเปิดทางให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาประกอบอาชีพที่เคยถูกสงวนไว้ให้กับคนไทยได้อีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกพูดถึงและนี่ก็เป็นความจริงที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้คำโฆษณา หากมีโครงการแลนด์บริดจ์ งานและรายได้เหล่านี้จะตกเป็นของใคร คนไทยในพื้นที่ หรือทุนใหญ่หรือทุนต่างชาติ

น.ส.ภคมน อภิปรายต่อว่า หากเป็นคนอื่นที่ตั้งท่าจะผลักดันกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติ คงกล่าวหาเขาได้ว่าเป็นโครงการขายชาติ โครงการไม่รักชาติ แต่เมื่อถูกผลักดันโดยคนรักชาติเอง จึงไม่เป็นไร  สัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดระนองก็มีการกว้านซื้อที่ดินอย่างหนักจากนายทุนเพียงเจ้าเดียว ขอเรียกร้องให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบว่าผู้ที่กว้านซื้อที่ดินที่เขาเรียกกันว่าอาม่านั้น แท้จริงแล้วเป็นอาม่าไหน ซึ่งไม่ใช่ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) บริษัทของน้องชายนายพิพัฒน์

 

"วันนี้รัฐบาลต้องวางผลประโยชน์ส่วนตน ส่วนพวกพ้องไว้ก่อน แล้วกลับมาที่คำถามสำคัญที่สุดคือเราจะพัฒนาภาคใต้อย่างไรให้คนใต้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน  ไม่ใช้ให้ประชาชนได้รับเพียงเศษเสี้ยวของผลประโยชน์ แต่ต้องแบกรับผลกระทบทั้งหมด สุดท้ายอาจมีคนบอกว่าพวกดิฉันไม่เคยบริหาร ทำงานไม่เป็น แต่ถ้าการทำงานเป็นคือการทำให้ผลประโยชน์ตัวเองงอกเงย ดิฉันก็ภูมิใจที่ยืนข้างประชาชน" น.ส.ภคมน อภิปราย