'ฝ่ายค้าน' พร้อมชำแหละ งบฯ69 รอตัดสินใจ27พ.ค. โหวตล้มหรือไม่

"ปกรณ์วุฒิ" ย้ำความพร้อม "ฝ่ายค้าน" อภิปรายงบฯ69 ทุกประเด็น ปัดการตัดสินใจทิศทางโหวต รอเคาะ27พ.ค. พร้อมประเมินสัญญาณยุบสภาเกิดได้
ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบปะมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78ล้านล้านบาท ในวันที่ 28 - 31 พ.ค. นี้ว่า ฝ่ายค้านได้แบ่งเวลาอภิปรายแล้ว โดยพรรคประชารัฐ ได้3 ชั่วโมง พรรคไทยสร้างไทยและพรรคเป็นธรรม ได้ไปพรรคละ 30 นาที ขณะที่พรรคประชาชนได้ 16 ชั่วโมง ทั้งนี้พรรคประชาชน มีผู้อภิปรายเกือบ 50 คน โดยประเด็นอภิปรายนั้นจะไม่ซ้ำประเด็นกัน ซึ่งมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายภาพรวมและ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน
"การจัดผู้อภิปรายจำนวนมากเพื่อให้ลงรายละเอียดครบทุกกระทรวงครบทุกประเด็นว่ามีงบประมาณอะไรที่รัฐบาลตั้งมาแล้วเราเห็นว่าไม่จำเป็น สิ่งที่อยากให้ประชาชนจับตาดูในการพิจารณารายละเอียดที่แม้ถูกตัดออกไปแล้ว ยังแปรกลับมาใช้ในโครงการที่ไม่มีประโยชน์ เช่น งบดิจิทัลวอลเล็ตที่ถูกทบทวนและบอกว่าจะนำไปใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่พบว่ามีคำสั่งที่ให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอโครงการเข้าภายใน 3 วัน" นายปกรณ์วุฒิ กล่าว
นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่างบประมาณที่จะนำไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ มองไม่ออกว่าจะเป็นโครงการแบบไหน และกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจประเทศได้หรือไม่ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีคนได้ประโยชน์ได้เงินทอนนั้น อาจตั้งเป็นข้อสังเกจได้ เพราะคนที่ได้ประโยชน์คือคนที่รู้ก่อน ว่าจะเสนอโครงการอะไร มีเจ้าภาพอยู่แล้วหรือไม่จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นช่องทางในการกอบโกยผลประโยชน์ หรือเงินทอน
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะโหวตต่อร่างกฎหมายงบประมาณ69 อย่างไร นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า จะพูดคุยกันในวันที่ 27 พ.ค. เช่นเดียวกับที่พรรคประชาชนจะมีการประชุมสส.กันโดยจะมีมติหลังการประชุม ซึ่งหากเห็นว่ารัฐบาลจัดงบมาไม่ตอบโจทย์จริงๆ และไม่สามารถเห็นชอบได้ จะไม่เห็นชอบ
เมื่อถามถึงความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยมองว่าเป็นผลดีหรือผลเสียต่อการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า "ไม่มองว่าเป็นผลดีหรือผลเสีย สุดท้ายแล้วนายกฯ และครม. ได้ตัดสินใจบนผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน หรืออยู่บนอำนาจต่อรองที่กำลังคานกันระหว่างสองพรรคใหญ่มากกว่า"
เมื่อถามว่าความขัดแย้งของพรรคร่วมรัฐบาลมองว่าจะเกิดยุบสภาหลังผ่านร่างกฎหมายงบฯ 69 หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่าไม่มีรัฐบาลไหนอยากยุบสภาก่อนหมดวาระ ถ้าไม่จำเป็น แต่พรรคประชาชนพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง หากความขัดแย้งรุนแรงจนรัฐบาลไม่สามารถตัดสินใจบนประโยชน์สูงสุดของประชาชนได้
เมื่อถามว่าได้มีการประเมินหรือไม่ว่าในเร็วๆนี้ อาจจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือเหตุการณ์ในวันที่ 13 มิ.ย. นี้ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ได้ประเมินว่าอาจมีอุบัติเหตุทางการเมืองได้ตลอดเวลา เราจึงเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งเสมอ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และยืนยันว่ามีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไว้อยู่แล้วนั่นคือหัวหน้า ส่วนจะมีแค่ 1 คนหรือไม่ เป็นรายละเอียดที่ยังไม่ได้พูดคุยกัน.







