"สุพันธุ์" ค้าน คลัง เก็บภาษีขายหุ้น แนะควรเริ่มปีหน้า หลัง เศรษฐกิจฟื้น

"สุพันธุ์" ค้าน คลัง เก็บภาษีขายหุ้น แนะควรเริ่มปีหน้า หลัง เศรษฐกิจฟื้น

แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ค้านเก็บภาษีหุ้นปีนี้ หวั่นกระทบความมั่นใจ-การลงทุน แนะให้เก็บปีหน้า หลังเศรษฐกิจฟื้นตัว พร้อมเสนอวิธีหาเงินให้ รัฐบาล ผ่านส่งเสริมเกษตรคุณภาพ-ปริมาณมาก เพื่อส่งออก ชี้วิกฤตอาหารโลกคือโอกาส

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุพันธุ์ มงคลสุธี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคไทยสร้างไทย และอดีตประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุผ่านเพจพรรคไทยสร้างไทย ให้ความเห็นคัดค้านต่อกรณีกระแสข่าวว่ากระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีจัดเก็บภาษีขายหุ้น ในอัตรา 0.1%  เนื่องจากมองว่า ตลาดดังกล่าวมีความอ่อนไหวสูง และอาจกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุนและสถาบันการลงทุนอาจจะดึงเงินกลับ ทำให้ตลาดทุนไทยปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว ในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอย

 

         "การเก็บภาษีตอนนี้จะได้แค่ไม่กี่หมื่นล้านบาท แต่อาจทำให้มูลค่าการลงทุนในตลาดลดลงไปเกือบแสนล้านบาท และการที่จะดึงเงินลงทุนเหล่านั้นให้กลับมาอีกครั้งคงไม่ใช่เรื่องง่าย เหมือนซ้ำเติมประชาชน ดังนั้นผมขอเสนอให้รัฐบาลควรเริ่มเก็บภาษีดังกล่าวในปีหน้า เพื่อรอให้เศรษฐกิจดีขึ้นหรือกลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มที่ก่อน ในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มกลับมาดีขึ้นแล้ว ขณะที่รัฐบาลควรใช้การใช้จ่ายของภาครัฐให้เกิดการหมุนเวียนของเงินไปยังเศรษฐกิจระดับฐานรากอย่างแท้จริง เพื่อให้เราผ่านพายุลูกใหญ่ทางเศรษฐกิจนี้ไปด้วยกัน" นายสุพันธุ์ ระบุ

\"สุพันธุ์\" ค้าน คลัง เก็บภาษีขายหุ้น แนะควรเริ่มปีหน้า หลัง เศรษฐกิจฟื้น

        นายสุพันธุ์ ยังระบุด้วยว่า หลัง ศบค. มีมติยกเลิกไทยแลนด์พาส  ปรับให้ทั้งประเทศเป็นพื้นที่สีเขียวและร้านต่างๆ เปิดได้ถึงตีสอง รวมถึงถอดหน้ากากได้ในที่โล่งแจ้ง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไปเป็นสัญญาณที่ดี แต่สิ่งที่รัฐบาลจะหาเงินได้ดีที่สุด คือ ให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ และทำอาชีพได้ปกติเร็วที่สุด เพื่อให้เศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัว  อย่างไรก็ดีรัฐบาลต้องเลิกนโยบายแจกแล้วจม กู้เงินมาแจก  แต่ไม่ทำให้เงินหมุนลงไปสู่รากหญ้า  และใช้จุดแข็งของประเทศสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เครื่องยนต์ทุกตัวฟื้นกลับมาได้อีกครั้ง ด้วยการกระตุ้นการท่องเที่ยว ส่งเสริมเกษตรกรให้มีผลผลิตมีคุณภาพ และปริมาณมากขึ้น เพื่อการส่งออก เพื่อตอบโจทย์วิกฤตอาหารโลก

        "รัฐบาลต้องเน้นการเพิ่มรายได้ และทำให้เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น เช่น โปรโมทการท่องเที่ยว ให้ชาวต่างชาติเข้ามาใช้จ่ายในประเทศ โดยแนวคิดหลักคือ การทำให้ประชาชน ‘ขายของได้มากขึ้นและต้นทุนลดลง’ พักใช้กฎหมายที่ล้าหลังและเป็นอุปสรรคในการทำมาหากิน"นายสุพันธุ์ ระบุ.