'กรมทางหลวง' สั่งเข้มรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

"กรมทางหลวง" สั่งด่านชั่งน้ำหนักทั่วประเทศ 72 แห่ง คุมเข้มห้ามบรรทุกน้ำหนักเกิน พร้อมขอทหารดูแล หลังมือมืดปาบึ้มใส่อาคารที่พักเจ้าหน้าที่

by กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงมีนโยบายปรับปรุงเครือข่ายด่านชั่งน้ำหนักถาวรและด่านชั่งน้ำหนักเคลื่อนที่ทั่วประเทศ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดไม่มีการผ่อนผันให้ผู้ประกอบการบรรทุกน้ำหนักเกิน เพื่อลดงบประมาณในการซ่อมบำรุงรักษาทางและลดความเสี่ยงต่ออันตรายที่เกิดกับโครงสร้างสะพานและทางลอด    โดยให้เริ่มดำเนินการจริงจังตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย. นี้พร้อมกำชับสถานีตรวจสอบน้ำหนักทั่วประเทศรวม 72 แห่ง ดำเนินการอย่างเข้มงวด และบูรณาการการทำงานร่วมกัน รวมถึงจัดส่งเจ้าหน้าที่ชุดด่านชั่งน้ำหนักเคลื่อนที่ไปสุ่มจับรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ที่มักวิ่งหลบด่านเข้าถนนสายรอง อันเป็นการป้องปรามอีกทางหนึ่ง
            
นายธานินทร์ กล่าวต่อว่า จากนโยบายเข้มงวดดังกล่าว ได้รับรายงานว่า เมื่อเวลา 23.15 น. วันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา อาคารที่พักของเจ้าหน้าที่สถานีตรวจสอบน้ำหนักเฉลิมพระเกียรติ (ขาเข้า)   ที่ตั้งบนทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) บริเวณกม.121+650 อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ถูกคนร้ายปาระเบิดใส่เสียงดังสนั่นถึง 3 ครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่สถานีมาตรวจสอบพบกระเบื้องหลังคาและกระจก  ป้อมด้านหน้าเสียหาย 2 บาน และพบรูคล้ายโดนสะเก็ดระเบิด 7จุด รวมทั้งกลุ่มควันภายในตู้พุ่งกระจายคล้ายแก๊ส โชคดีเจ้าหน้าที่ปลอดภัย และรีบแจ้งร้อยเวร สภ.หน้าพระลานมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ    ตนคาดว่าอาจจะเป็นการข่มขู่เจ้าหน้าที่ที่เข้มงวดตามนโยบาย ล่าสุดได้สั่งการให้ ผู้ที่เกี่ยวข้องไปแจ้งความที่สภ. หน้าพระลานอีกครั้ง เพื่อให้ตำรวจสืบหาคนร้ายโดยเร็ว และประสานตำรวจทางหลวงและเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ให้มาประจำการในบริเวณดังกล่าว รวมถึงประสานขอกำลังมาดูแลในจุดสุ่มเสี่ยงอื่นๆ ด้วย
            
อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวอีกว่า แม้จะถูกข่มขู่ในครั้งนี้ แต่ยังเดินหน้าการเข้มงวดตรวจจับรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ร่วมกับตำรวจทางหลวง ไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น และขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้ทางหลวง หากพบเห็นรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนด ให้แจ้งตำรวจทางหลวงหมายเลข 1193 หรือสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี ตลอด 24 ชม.) เพื่อช่วยยืดอายุการใช้ งานของถนนและประหยัดงบประมาณซ่อมบำรุงถนนของประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับ