เรื่องต้องรู้ ก่อนหยิบ AI มาใช้ในองค์กร ถอดบทเรียนภาคธุรกิจ

26 ธันวาคม 2561
6,365

แม้คำว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะกลายเป็นคำที่คุ้นหูคนในแวดวงธุรกิจมากขึ้น แต่การหยิบจับ AIมาประยุกต์ใช้กับองค์กรอาจไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด หลายองค์กรที่เริ่มนำAI เข้ามาใช้ในองค์กร ต่างได้เผชิญบทเรียนกันมาแล้ว

มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL University) มหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน สหรัฐอเมริกา จึงได้จัดงาน CMKL Tech Summit 2018รวบรวมวิทยากรภาคเอกชนและภาคการศึกษาทั้งในไทยและระดับโลกที่คร่ำหวอดในด้านAI เพื่อช่วยถ่ายทอดถึงสถานการณ์ด้าน AI และบทเรียนธุรกิจที่ได้เรียนรู้จากการนำ AI มาใช้ในองค์กร

5_59

คุณวรนันท์ วรมนตรี Corporate Strategist บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) เล่าว่า บริษัทได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล ซึ่งช่วยสนับสนุนคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน ดำเนินโครงการทดลองเกี่ยวกับ AI มาได้ประมาณ 1 ปี โดยใช้ AI ช่วยเรียนรู้พฤติกรรมของหมูในฟาร์ม เพื่อให้ทราบได้อย่างทันท่วงทีว่าหมูตัวใดกำลังมีอาการป่วย ช่วยให้รักษาหมูได้ทัน ลดอัตราการตายของหมู และคงผลิตภาพ (Productivity) ให้ยังอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการได้เรียนรู้ผ่านอุปสรรคหลายอย่าง เช่น ต้องทำงานกับอุจจาระหมู แต่การนำ AIเข้ามาใช้ก็เป็นเรื่องจำเป็น ที่ยังต้องศึกษาและเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เพราะหากโครงการสำเร็จ จะไม่ได้ช่วยเพียงแค่บริษัท แต่สามารถนำไปช่วยได้กับทั้งอุตสาหกรรม บริษัทจึงจะยังคงร่วมมือกับภาคการศึกษา ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านAI และทำงานแบบ “กัดไม่ปล่อย” อย่างมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล ในการวิจัยด้านAI ต่อไป

6_36

ดร.ธีรวัฒน์ อัศวโภคี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานนวัตกรรมข้อมูลเพื่อการขับเคลื่อนธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองว่า ที่ผ่านมา หลายองค์กรมักตั้งคำถามว่า “ฉันหรือองค์กรจะสามารถใช้AI ได้อย่างไร” ซึ่งเป็นการเริ่มต้นตั้งคำถามที่ผิด หากต้องการจะนำ AI มาประยุกต์ใช้ในองค์กร คำถามที่ควรเริ่มตั้งคือ “เป้าหมายขององค์กรคืออะไร” และ “AIจะสามารถปลดล็อคให้องค์กรขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายขององค์กรได้อย่างไร”

“AIเป็นเพียงแค่เครื่องมือ AI ไม่สามารถรู้เองได้ว่าเป้าหมายขององค์กรคืออะไร ดังนั้น ตัวองค์กรเองจำเป็นต้องนำเป้าหมายขององค์กรเป็นตัวตั้งก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าจะนำAI เข้ามาช่วยขับเคลื่อนสู่เป้าหมายได้อย่างไร ไม่ใช่เอา AI มาเป็นตัวตั้ง” ดร.ธีรวัฒน์ กล่าว

ที่สำคัญ ทั้งองค์กรและผู้บริหารต้องเปิดใจและมุมมองให้กว้าง ต้องอย่าคิดว่าAI และBig Data คือ “กระสุนเงิน” ที่จะช่วยบุกทะลวงฝ่าฟัน แก้ไขทุกปัญหาให้องค์กร และไม่ตั้งความหวังสูงเกินกว่าความเป็นจริง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานและองค์กรกล้าที่จะผิดพลาดเพื่อเรียนรู้ เพราะหากปิดกั้นความผิดพลาด ตั้งความหวังไว้สูง ทุกคนก็จะกลัวการทำสิ่งใหม่ๆ กลับไปทำสิ่งเดิมๆ องค์กรจะไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ และไม่สามารถใช้AI ในทางที่เกิดประโยชน์กับองค์กร

3_123

ด้านคุณสุวัฒน์ มีมุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สถาบันนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แม้บริษัทจะมีวิศวกรอยู่มากมายในโรงกลั่น แต่บริษัทก็ยังประสบปัญหา2เรื่องเช่นเดียวกับองค์กรอื่นๆ ได้แก่ 1.การหาพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านAI และการจัดการข้อมูล 2.การรวบรวมชุดข้อมูล (Data Collection) ให้เพียงพอสำหรับ AIและอัลกอริทึ่มมาประมวลผล

สำหรับปัญหาเรื่องการหาพนักงานนั้น บริษัทแก้ไขด้วย2วิธี ได้แก่ การทยอยฝึกอบรมและพัฒนาวิศวกรภายในให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านAI ผ่านหลักสูตรและสถาบันที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ก็สรรหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วจากภายนอกควบคู่กันไป เพื่อให้บริษัทมีทีมด้านAI เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็ว ส่วนปัญหาด้านการรวบรวมชุดข้อมูล บริษัทเองกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมชุดข้อมูลที่จำเป็นและเป็นประโยชน์เพิ่มเติม

2_167

ขณะที่รศ.แฮ ยัง นอ (Assoc. Prof. Hae Young Noh) อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน กล่าวว่า AIสามารถเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของสังคมด้วย เช่น ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ประเทศไทยเองก็เป็นประเทศหนึ่งที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยจะมีจำนวนผู้สูงอายุในปี2564 สูงถึง 13.1 ล้านคน หรือราว 20% ของประชากรทั้งประเทศ

ล่าสุด เธอได้ทำงานวิจัย เครื่องวัดความสั่นสะเทือนและรูปแบบของการเดิน โดยใช้AIเข้ามาช่วยบอกถึงสถานะของผู้ป่วยสูงอายุในสถานบริการสุขภาพ เช่น จังหวะการเดินแบบนี้ น้ำหนักการเดินแบบนี้ มีความสามารถในการเดินเป็นอย่างไร กำลังเหน็ดเหนื่อย มึนงง แข็งแรง ต้องการการดูแลเพิ่มเติมหรือไม่ และจะคอยแจ้งเตือนไปยังแพทย์และผู้ดูแลตามกำหนดเวลา

4_86

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล กล่าวว่าAIสามารถช่วยแก้ปัญหาให้แก่ภาคธุรกิจได้ในวงกว้าง ทั้งช่วยเพิ่มยอดขาย ตรวจสอบการทุจริต สร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้ผู้บริโภค เป็นแชทบอทที่ช่วยเหลือผู้บริโภค วิเคราะห์และคาดเดาพฤติกรรมผู้บริโภค โดยกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากAI สูงในปัจจุบัน ได้แก่ ธุรกิจบริการสุขภาพ ธุรกิจยานยนต์ ธุรกิจบริการด้านการเงิน ธุรกิจโลจิสติกส์ และมีอีกหลายกลุ่มธุรกิจที่เริ่มได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน เช่น โทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์ และเกษตรกรรม

ทั้งนี้AIยังเข้ามามีบทบาทในการลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ขยายพลังสมองทางธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ร่วมมือกัน อาจทำให้เกิดนวัตกรรมและงานวิจัยใหม่ๆ ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและเป็นพลังแห่งอนาคตได้ โดยมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล ยังคงเปิดรับโอกาสในการสร้างความร่วมมือด้านงานวิจัยกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และนำไปใช้แก้ปัญหาต่างๆ ได้จริง

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags: