เบนซ์ “ซี 200 คูเป้ เอเอ็มจี ไดนามิค” เครื่องยนต์-ช่วงล่าง ลงตัว

17 ธันวาคม 2561 | โดย สินธุ์ชัย ภมรพล sinchai@nationgroup.com
19,824

กลางเดือน ต.ค. เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว ซี 200 คูเป้ เอเอ็มจี ไดนามิค รุ่นประกอบในประเทศ ซึ่งเป็นรุ่นที่คาดหวังสร้างยอดขายให้กับตลาดในกลุ่ม ดรีม คาร์ โดยมาแทนรุ่นนำเข้าอย่างซี 250 เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 211 แรงม้า ด้วยราคาที่ถูกลงประมาณ 3.5 แสนบาท

     คูเป้ ตัวนี้เป็นตัวไมเนอร์เชนจ์ หลังจากทำตลาดมาได้ 3 ปี แต่ก็ปรับเปลี่ยนไปจากเดิมหลายส่วน ทั้งรูปโฉม มุมมองที่ดูสปอร์ตขึ้น หรูหราขึ้นเช่น กระจังหน้า กันชนรูปทรงของไฟท้าย ล้อก็เป็นล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ไฟหน้าแบบ มัลติบีม แอลอีดี พร้อมระบบไฟสูงแบบ อัลตร้า เรนจ์ ไฮบีม ปรับลำแสงอัตโนมัติให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด แต่ไม่รบกวนผู้อื่น ซึ่งจากการลองใช้ในการขับขี่กลางคืน ทำงานได้น่าพอใจ ปรับเปลี่ยนรูปแบบลำแสงได้รวดเร็วและแม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ในต่างจังหวัดที่ถนนมืดๆ การยิงลำแสงออกไปที่ไหล่ทาง เลยไปนอกถนน ช่วยให้เห็นสภาพแวดล้อมได้ดี ส่วนภายในก็ขยายขนาดมอนิเตอร์ และมีระบบปุ่มสัมผัสที่พวงมาลัย

     การออกแบบภายใน สวยงาม มีลูกเล่นหลายอย่าง และอย่างที่บอกว่าปรับเปลี่ยนในหลายๆ ส่วน ทั้งมอนิเตอร์ที่ใหญ่ขึ้น ช่วยให้เห็นข้อมูลต่างๆ ชัดขึ้น ระบบปุุ่มสัมผัสที่พวงมาลัย ดูเหมือนว่าจะใช้ยาก แต่เอาเข้าจริงๆ ใช้ง่ายกว่าที่คิด การตอบสนองรสสัมผัสทำได้รวดเร็ว ช่วยผ่อนคลายได้ เพราะไม่ต้องออกแรงมากในการโยก การกด แค่ลูบไล้มันเบาๆ เท่านั้น 

     ที่พวงมาลัยยังมีปุ่มควบคุมอีกมากมาย มีทั้งโยก ทั้งกด แต่ถ้าคุ้นเคยแล้วก็ช่วยเพิ่มความสะดวกได้มาก ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนดูข้อมูลการขับขี่ ข้อมูลของรถ หรือว่าเลือกฟังเพลงจากแหล่งที่มาต่างๆ เลือกใช้ระบบจำกัด ความเร็ว หรือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ หรือครูส คอนโทรล ก็ทำได้ง่ายๆ

     ส่วนลูกเล่นอื่นๆ ก็เช่น พรีเมียม แอมเบียนท์ ไลท์ เลือกได้ 64 สี ระบบเสียงรองทิศทาง เบิร์มเมสเตอร์ และหลังคาแก้ว ช่วยให้ห้องโดยสารดูโปร่งโล่ง เมื่อเปิดม่านบังแดดดออก ส่วนการเปิดตัวหลังคาแก้วเลย คงจะนานๆ มีโอกาสใช้สักที 

     เบาะนั่งสีแดง เข้ากันได้ดีกับรถสีดำ และเข้ากันได้กับอารมณ์ของตัวรถ ช่วยกระตุ้นความรู้สึกสปอร์ตได้ดี ตัวเบาะออกแบบมาไม้ได้นุ่มนวลเหมือนรถซีดานทั่วไป ตัวพื้นผิวให้ความรู้สึกแข็งๆ เล็กน้อย แต่ดีต่อสุขภาพ เพราะนั่งดี ไม่เมื่อยเมื่อต้องอยู่ในรถนานๆ หลายชั่วโมง และระยะทางไกลๆ และการออกแบบให้โอบกระชับ ก็เป็นการช่วยให้การควบคุมรถทำได้ง่ายขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมพวงมาลัย หรือการใช้สายตาในการมองเส้นทางล่วงหน้า เพราะตัวเราไม่เลื่อนไปไหน 

     เป็นรถสำหรับ 4 ที่นั่ง โดยเบาะนั่งแถวหลัง แม้จะต้องมุดเข้าไป ด้วยการเลื่อนเบาะหน้าไปข้างหน้า แต่ก็นั่งได้สบาย  พื้นที่ไม่ใหญ่นัก แต่ตำแหน่งของช่วงรองก้น หรือว่าพนักพิงที่มีองศาพอเหมาะ บวกกับการโอบกระชับนิดๆ ก็ทำให้นั่งได้เพลินๆ 

     ส่วนการเลื่อนเบาะหน้า ก็แค่ยกสวิทช์ควบคุม มันก็จะพับพนักพิงเล็กน้องพร้อมเลื่อนไปด้านหน้าเมื่อเสร็จแล้วก็ดันพนักพิงกลับมา ระบบมันก็จะปรับไปยังตำแหน่งเดิม ทำให้ไม่ต้องมาปรับเบาะกันใหม่ให้เสียเวลา 

     แต่ที่เปลี่ยนแปลงหลักก็คือ การใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ความจุกระบอกสูบ 1,497 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 5,800-6,100รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตรที่ 3,000-4,000 รอบ/นาที และมีเทคโนโลยี อีคิว บูสต์ ช่วยให้อัตราเร่ง เร่ง0-100 กม./ชม. อยู่ที่7.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 239 กม./ชม.

     อีคิว บูสต์ เป็นสิ่งที่ค่าวดาวสามแฉกเรียก แต่ที่เข้าใจกันทั่วไปก็คือเป็นไมลด์ ไฮบริด นั่นเอง โดยมีมอเตอร์ที่ติดตั้งระหว่างเครื่องยนต์กับเกียร์ เพื่อช่วยตอบสนองการขับขี่ให้จัดจ้านมากขึ้น เช่น จังหวะการเร่งแซงต่างๆขณะเดียวกันก็ช่วยป้อนไฟกลับไปที่แบตเตอรี เมื่อชะลอความเร็วหรือเบรก ดังนั้นแม้ว่ามันจะมีขนาดเครื่องยนต์ที่เล็กลง แรงม้าน้อยลง แต่ก็ไม่เสียอรรถรสในการขับขี่แต่อย่างใด การเร่งแซงทำได้สบายๆ ทำให้รถคล่องตัวกระฉับกระเฉง ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือว่าการขับขี่ในเส้นทางแบบ 2 เลน สวนทาง

     ความต้องการกำลังจากเครื่องยนต์สำหรับใช้งานในสถานการณ์จริงไม่ต่างจาก 250 มากนัก อาจจะน้อยกว่าแต่ก็ชนิดที่จับเอาด้วยความรู้สึกได้ยาก แต่ที่ได้มากกว่าคือความนุ่มนวลในการทำงานช่วยให้รู้สึกขับสบายๆ ส่วนที่ความเร็วสูงๆ รอบสูงๆ ซึ่งเกินหน้าที่ของอีคิว บูสต์ ที่จะเข้าไปก้าวก่ายการทำงานนั้น ความเร็วติดลมบนแล้วกำลังของเครื่องยนต์อย่างเดียวก็เพียงพอที่จะสร้างความจัดจ้านได้แล้ว และก็ดูจะจัดจ้านมากเกินกว่าที่ถนน และสภาพจราจรบ้านเราจะรับได้ด้วยซ้ำไป

     ในส่วนช่วงล่างเป็นแบบ เอเอ็มจี สปอร์ต รองรับการทำงานได้ดีพอกับกำลังเครื่องยนต์ และการขับขี่สามารถเลือกโหมดได้ตั้งแต่ อีโค คอมฟอร์ต สปอร์ต สปอร์ต พลัส หรือ จะเลือกตั้งเองก็ได้ ผมชอบใช้โหมดสปอร์ต เพราะรู้สึกว่าคอมฟอร์ตมันนุ่มเกินไป สำหรับสภาพถนนเมืองไทยที่ไม่ค่อยจะเรียบนัก ทำให้มีจังหวะโยน แต่แน่นอนว่ามันไม่มีผลกับการควบคุมรถแต่อย่างใด รถยังมีการทรงตัวที่ดี และเล่นกับโค้งได้สบายๆ แต่ว่าเป็นความชอบส่วนตัวครับ

     พวงมาลัยน้ำหนักดี และแม่นยำ ช่วยให้เข้าโค้งได้แม่น และรู้สึกมั่นคงในช่วงที่รถและตัวเรากำลังสู้กับแรงเหวี่ยงในโค้ง

     จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ผมลองขับ ซี 200 คูเป้ เอเอ็มจี ไดนามิค ในสนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต มานิดหน่อย ขับร่วมฝูงกับพวกเอเอ็มจี อยู่หน้า เช่น เอเอ็มจี ซี 43 แน่นอนว่าอารมณ์สปอร์ตสู้ไม่ได้แน่ แต่ผมกลับชอบอารมณ์ของมันในสนามที่ตามได้โค้งต่อโค้ง ด้วยความรู้สึกสุขุมๆ เรียกว่าแรง แต่ไม่กระโตกกระตาก

     หลังจากนั้นผมก็ลองขับบนถนนทั่วไปทั้งในกรุงเทพ และออกไปย่านสัตหีบ พัทยา มีทั้งช่วงทำความเร็ว มีทั้งช่วงกินลมชมวิว ก็ได้คำตอบว่ามันตอบสนองการใช้งานได้ทั้ง 2 รูปแบบ จะขับเพลินๆ เรื่อยๆ ก็ได้ หรือจะเอาสนุกก็หาได้จาก คอมแพคท์ คูเป้ คันนี้ครับ

 

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง