ศาลนัดชี้มูล คดีหวย30ล้าน 20 ธ.ค.นี้

22 พฤศจิกายน 2561
2,357

ศาลนัดคู่กรณี คดีหวย 30 ล้านอลเวง ชี้มูลคดียักยอกทรัพย์ รับของโจร 20 ธ.ค.นี้ หลังไต่สวนมูลฟ้อง รอง ผบช.ภาค 7 ปากสุดท้าย ด้าน "ทนายตั้ม" เผยหวังลุงจรูญจะได้รับความเป็นธรรม เร็วๆนี้ พร้อมเตรียมชี้แจงให้ ปชช.ทราบข้อเท็จ ปม "อัจฉริยะ" ออกมาแฉ

จากกรณี ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี คู่พิพาทกับ นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา ที่ฟ้องร้องกันไปมาในหลายคดี กรณีสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงินจำนวน 30 ล้านบาท ต่อมา นายปรีชาได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ ในคดีอาญา หมายเลขดำ ที่ อ.1863/61 ข้อหา ยักยอกทรัพย์ รับของโจร

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (22 พ.ย. 61) พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภาค 7 กล่าวหลังจากเสร็จสิ้นการไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ว่า วันนี้เพียงแค่มาเบิกความตามปกติ ถามว่าการมาเป็นพยานในครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไหนมากกว่ากัน" พล.ต.ต.กฤษณะ ตอบว่า ไม่รู้ เพราะทนายเขาถามมาอย่างไร เราก็ตอบไปตามข้อเท็จจริงที่เราทราบเท่านั้น ไม่มีอะไร ซึ่งทนายถามอะไรบ้าง เรื่องนี้ตอบไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของศาล

ด้านนายสุชพงศ์ บุญเสริม ทนายความความของเจ๊บ้าบิ่น ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแทนนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายความของครูปรีชา ว่า ผลการไต่สวนมูลฟ้องในวันนี้ มีการไต่สวนไป 1 ปากก็คือท่านพล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภาค 7 ซึ่งก็ไม่มีอะไร ถามเพียงแค่ว่าที่ผ่านมาท่านได้สอบสวนอะไรไปบ้างเท่านั้นเอง แต่ในรายละเอียดลึกๆ สื่อจะถามว่า มีประเด็นคำถามอะไร ตรงนี้คงตอบไม่ได้ โดยหลังจากที่ถามความท่านแล้วก็ได้มีการถามค้านไปตามระบบของมัน จากนั้นก็มีการแถลงหมดพยานในชั้นไต่สวน มูลฟ้อง ซึ่งศาลได้นัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งในวันที่ 20 ธ.ค.เวลา 10.00 น.

ถามว่าการที่ พล.ต.ต.กฤษณะ มาเป็นพยานในวันนี้ เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไหน"นายสุชพงศ์ ตอบว่า คือท่านมาเป็นพยานคนกลาง จะบอกว่าเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไหนคงเป็นไปไม่ได้ เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของศาล เพราะพยานคนกลางนั้นเขาก็จะมาเล่าให้ฟังว่าได้พบเห็นและได้ทำอะไรไปบ้าง จริงๆแล้วคดีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นพยานฝ่ายไหนก็ตาม เขาก็จะมาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงให้ฟัง เพื่อให้การพิจารณาของศาลเกิดความชัดเจนขึ้น จะได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาได้ถูกต้องเท่านั้นเอง และคดีเรื่องนี้มีคู่ความเพียงแค่สองคนคือครูปรีชา กับหมวดจรูญ ที่เป็นตัวเอก

แต่ในเรื่องของพยานหลักฐานอะไรต่างๆ ต่างฝ่ายต่างก็ไปขนขวายหาบุคคลที่รู้เรื่องมา แล้วก็เอาสิ่งเหล่านั้นมาประกอบรวมกันให้มันเกิดความชัดเจนขึ้นมา ว่าภาพที่เห็นนั้นใครเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ เพราะฉะนั้นฝ่ายไหนจะเอาพยานมาเป็นผลร้ายต่อตัวเองนั้นคงเป็นไปไม่ได้

แต่ส่วนของฝ่ายครูปรีชาเท่าที่ผมสัมผัสในคดีมาก็คือเราไม่ได้ตัดพยาน เรามีพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์จริงเราก็เอามาเท่านั้น และก็เป็นไปตามสมควรในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ส่วนในชั้นพิจารณาคดีถ้ามีก็ต้องว่ากันไปอีกขั้นหนึ่ง

ด้านครูปรีชา กล่าวว่ารู้สึกสบายใจตั้งแต่คดีเริ่มแรกแล้วที่ได้นำความจริงมาขึ้นสู่ศาล และต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่คอยติดตามข่าวนี้และขอให้คอยติดตามกันต่อไป

ด้านนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม กล่าวว่า วันนี้การสืบพยานชั้นไต่สวนมูลฟ้องนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว และจากมาฟังคำสั่งคำพิพากษาของศาลในวันที่ 20 ธ.ค.ซึ่งเราก็หวังว่าเราจะได้รับข่าวดี และหวังว่าคุณลุงจรูญจะได้รับความยุติธรรมอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล แต่เชื่อว่าศาลท่านจะให้ความเป็นธรรม กับคนที่เป็นผู้บริสุทธิ์จริงๆ

ถามว่าการที่รอง ผบช.ภาค 7 มาเป็นพยานในครั้งนี้ฝ่ายไหนจะได้ประโยชน์"ทนายตั้มตอบว่า พล.ต.ต.กฤษณะ มาเป็นพยานให้กับฝ่ายโจทก์ ก็คงจะเบิกความเป็นคุณต่อฝ่ายโจทก์อยู่แล้ว แต่ว่าท่านรองกฤษณะ เขาทำสำนวน แต่ว่ายังไม่มีการสรุปสำนวน แต่คนที่สรุปสำนวนจริงๆคือเจ้าหน้าที่กองปราบ

ถ้าหากเรื่องคดีไปสู่ชั้นพิจารณาแล้ว เราคงจะต้องมีหมายเรียกไปยังกองปราบ แล้วนำสำนวนมา เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายของเราได้ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นเราก็มีสิทธิ์ที่จะยื่นพยานหลักฐาน แต่ว่าเบื้องต้นเราก็ไม่อยากให้ถึงขั้นนั้น

ดังนั้นก็ขอให้มีการพิจารณาดูคำเบิกความของพยานทุกปากอย่างรอบคอบและรัดกุม อีกไม่นานก็จะเห็นความจริงปรากฏแล้ว

ส่วนหมวดจรูญ เปิดเผยถึงความรู้สึกว่า ก็รู้สึกสบายใจ แต่ก็อยากให้เรื่องจบโดยเร็วมากกว่า เพราะใครผิดใครถูกจะได้รู้กันสักที ถามว่าเหนื่อยไหมที่ต้องเดินทางมาขึ้นศาลบ่อยๆ"หมวดจรูญตอบว่า ไม่เหนื่อยกาย แต่เหนื่อยใจ เพราะเห็นแล้วมันน่าสมเพศ

ผู้สื่อข่าวย้อนกลับไปถามทนายตั้มว่า หลังจากนี้ไปจะตั้งหลักเผชิญหน้ากับนายอัจฉริยะอย่างไรบ้าง" ซึ่งทนายตั้มตอบอย่างอารมณ์ดีว่า อย่าไปสนใจเรื่องนี้เลย มาสนใจเรื่องงานที่ผมทำอยู่ดีกว่า เพราะเรื่องนั้นไม่มีอะไรน่าวิตก และไม่มีอะไรน่าสนใจเลย ซึ่งเราก็ทำงานของเราไป

ถามว่า"การที่นายอัจฉริยะ ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรืองเงินทนายตั้มจะว่าอย่างไร"ทนายตั้มตอบว่า เดี๋ยวถึงเวลา คงอีกไม่นาน ผมก็จะออกมาชี้แจงความจริงให้ทุกคนรู้ ซึ่งสิ่งที่เขาพูดมาไม่มีเรื่องจริงเลย แต่ขอเวลาให้ผมอีกสักระยะหนึ่งก่อน แต่คงอีกไม่นาน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง