วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

องค์กรต้านคอรัปชั่นชื่มชม 'อุตตม' แก้รง.4

องค์กรต้านคอรัปชั่นชื่มชม 'อุตตม' แก้รง.4

องค์การต่อต้านคอรัปชั่นประเทศไทย ชื่นชม “อุตตม” รมว.อุตสาหกรรม หลังเตรียมแก้กฎหมายต่อใบอนุญาตโรงงาน ชี้เกาถูกที่คันตัดปัญหาคอรัปชั่นภาคอุตสาหกรรม

นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึง นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อแสดงความชื่นชมและสนับสนุน กรณีเตรียมปรับปรุงร่างพ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ. 2535 โดยยกเลิกให้ภาคเอกชนต้องขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) จากเดิมที่ต้องขอต่อทุก 5 ปี เสียค่าธรรมเนียมเฉลี่ย 1,500 – 60,000 บาทต่อใบอนุญาต ขึ้นอยู่กับขนาดแรงม้าของเครื่องจักร โดยจะเปลี่ยนให้ผู้ประกอบการโรงงานรับรองตนเองแทน และมีเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ตรวจสอบเอกชนที่ขึ้นทะเบียนเจ้าหน้าที่ตรวจโรงงานกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจภายหลังพร้อมรับรองความถูกต้องอีกขั้นหนึ่งเพื่อป้องกันการรับรองเท็จ


นายมานะ กล่าวว่า ปัญหาการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4 ) เป็นหนึ่งในความต้องการของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ภาครัฐแก้ไข และยังเป็นประเด็นที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯเรียกร้องให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้แก้ไขด้วย เนื่องจากปัญหาดังกล่าวเป็นที่มาของการคอร์รัปชันจากการเรียกรับสินบนในการออกใบอนุญาตต่างๆ


นอกจากนี้ ยังร่วมกับนักวิชาการและภาคี ผลักดันให้เกิดพ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาขออนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดให้การบริการประชาชนทุกอย่างต้องสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และไม่สร้างภาระให้กับประชาชน โดยหน่วยงานของรัฐต้องปรับปรุงวิธีการทำงานให้มีขั้นตอน เอกสาร กระบวนการที่ง่ายและมีเท่าที่จำเป็น มีคู่มือบริการที่ชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิรูปคอร์รัปชันที่เกิดจากการใช้ช่องว่างของกฎหมายกระทำการทุจริตต่อประชาชนที่เข้าใช้บริการจากหน่วยงานราชการ


“องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ขอแสดงความชื่นชมและสนับสนุนวิสัยทัศน์ดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาขั้นตอนการยื่นขอต่อใบอนุญาตที่มีเงื่อนไขยุ่งยาก ซับซ้อน มักเป็นช่องทางให้เกิดการเรียกรับสินบน และส่งผลกระทบในทางลบตามมาอีกมาก การลดขั้นตอนและปรับปรุงการให้บริการของรัฐให้โปร่งใสเช่นนี้ จึงเป็นการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่ต้นตอและเป็นแบบอย่างการปฏิรูประบบราชการอย่างแท้จริง”