'ประยุทธ์' ชู 'ยุทธศาสตร์โตเกียว' ทันสมัย

9 ตุลาคม 2561
1,757

"นายกฯประยุทธ์" ร่วมถก "ผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-ญี่ปุ่น" เชื่อความเชื่อมโยง จะนำสู่เสถียรภาพ-สันติภาพ สร้างความกินอยู่ดีให้ปชช. ชู "ยุทธศาสตร์โตเกียว" ทันสมัย

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 61 ที่เรือนรับรองรัฐบาลญี่ปุ่น เวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 10 ร่วมกับผู้นำญี่ปุ่นและผู้นำประเทศลุ่มน้ำโขง และเสนอแนวทางการขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือ โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อที่ประชุมแสดงความชื่นชมกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง – ญี่ปุ่น ที่มีความทันสมัย ครอบคลุมความร่วมมือที่หลากหลาย และมีเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม สะท้อนความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นต่ออนุภุมิภาคลุ่มน้ำโขงและแสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นเป็นมิตรแท้ที่ยาวนาน และเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไทยและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมาโดยตลอด ทั้งนี้ ไทยมุ่งมั่นร่วมมือกับญี่ปุ่นในฐานะหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา โดยมีเป้าหมายพัฒนาความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งถือเป็นสายน้ำแห่งมิตรภาพและความร่วมมือ โดยเชื่อว่าการเชื่อมโยงต่างๆ จะนำไปสู่เสถียรภาพ สันติภาพ การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งสร้างความกินดีอยู่ดีให้ประชาชน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง



โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงข้อคิดเห็นต่อยุทธศาสตร์กรุงโตเกียว ค.ศ. 2018 เพื่อความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น (Tokyo Strategy 2018 for Mekong – Japan Cooperation) ซึ่งเป็นเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมที่จะมีการรับรองในการประชุมครั้งนี้ ประการแรก ยุทธศาสตร์กรุงโตเกียว ค.ศ. 2018 มีความทันสมัย สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคและสถานการณ์โลก เห็นได้จากการกำหนดทิศทางความร่วมมือตาม 3 แนวทาง ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง (Free and Open Indo-Pacific Strategy) 2.เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) และ 3.การดำเนินการตามแผนแม่บท ACMECS ระยะ 5 ปี (ค.ศ. 2019 - 2023)



ประการที่สอง กำหนดแผนแม่บท ACMECS เป็นแนวทางหนึ่งในการดำเนินการของยุทธศาสตร์ฉบับใหม่นี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่แผนแม่บทฯ ได้ปรากฎอยู่ในเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมระหว่างประเทศ ไทยในฐานะสมาชิกและผู้ยกร่างแผนแม่บทฯ จะผลักดันให้กรอบความร่วมมือในอนุภูมิภาคเชื่อมโยงกันกับกรอบความร่วมมือ ACMECS และกรอบความร่วมมืออื่น ๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป



ประการที่สาม ไทยพร้อมสนับสนุนเสาความร่วมมือใหม่ 3 เสาหลัก ได้แก่ 1.การพัฒนาความเชื่อมโยงที่ดีและมีประสิทธิภาพ 2.การสร้างประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และ 3.การสร้างความตระหนักรู้ต่ออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงสีเขียว เพื่อเป็นการเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือด้านการส่งเสริมความเชื่อมโยง โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ ความเชื่อมโยงระดับประชาชน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม



ประการสุดท้าย ยุทธศาสตร์ฯ กำหนดให้ปี ค.ศ. 2019 เป็น ปีแห่งการแลกเปลี่ยนระหว่างญี่ปุ่นกับลุ่มน้ำโขง 2019 เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 10 ปี ของกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น โดยขณะนี้ ภาครัฐและเอกชนไทยกำลังเตรียมกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองวาระดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมหลัก คือ การจัดการประชุม Green Mekong Forum ครั้งที่ 6 ซึ่งไทยได้ร่วมกับญี่ปุ่นจัดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องสิ่งแวดล้อมในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้ย้ำความมุ่งมั่นตั้งใจในการร่วมพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง บนหลักการไว้เนื้อเชื่อใจกันของประเทศสมาชิก และผลักดันให้กรอบความร่วมมือนี้เป็นกลไกหลักที่จะขับเคลื่อนการพัฒนา ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง