'บิ๊กโจ๊ก' ติดป้าย 'No Tip' กู้ภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

'บิ๊กโจ๊ก' ติดป้าย 'No Tip' กู้ภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

“บิ๊กโจ๊ก” จับมือการท่าดอนเมือง ติดป้าย “No Tip” ลั่นห้ามรับสินบน กู้ภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รรท.ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. นายมนต์ชัย ตะโหนด รอง ผอ.ท่าอากาศยานดอนเมือง ตำรวจสตม.และตำรวจท่องเที่ยว ออกตรวจจุดให้บริการนักท่องเที่ยวภายในท่าอากาศยานฯ ตามนโยบายที่ห้ามไม่ให้ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเรียกรับเงินสินน้ำใจ โดยให้ติดป้าย “No Tip” เพื่อสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวว่า สตม.ไม่มีการเรียกรับเงินค่าธรรมเนียมเพิ่ม

โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า นโยบายติดป้ายโนทิป ได้เริ่มใช้มาแล้วเป็นเวลา 3 วัน นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อประชาสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว ว่าไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมในการทำวีซ่าขาเข้า (Visa On Arrival หรือ VOA) โดยให้จ่ายตามใบเสร็จจำนวน 2,000 บาทเท่านั้น ซึ่ง สตม. และ ตำรวจท่องเที่ยวได้ทำงานร่วมกันตั้งแต่ระดับผู้กำกับการจนถึงสารวัตร ซึ่งก็ดูแลมาตลอดอยู่แล้ว

สำหรับกระแสที่มีการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเพิ่มหัวละ 300 บาทนั้น บก.ตม.2 ซึ่งรับผิดชอบดูแลสนามบินทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศมีนโยบายเดิมที่ไม่เรียกเก็บเงินอยู่แล้ว กรณีดังกล่าวเกิดจากการที่เอเยนต์ไปเรียกเก็บกับผู้โดยสารที่เดินทางมาในรูปแบบของทัวร์ หรือนักท่องเที่ยวที่มากันเอง ซึ่งต้องปรับความเข้าใจให้ไปในทางเดียวกัน โดยตนได้พูดคุยกับตัวแทนเอเยนต์ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในรูปแบบครอบครัวเรียบร้อยแล้ว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวทั่วประเทศเพียง 4,000 นาย ซึ่งไม่เพียงพอกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาสูงถึงปีละ 33 ถึง 34 ล้านคน คาดว่าในปีนี้อาจจะสูงถึง 35 ล้านคน อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วง สัปดาห์ทองท่องเที่ยว ที่ประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจำนวนมากอยู่ในอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น ทาง สตม. ก็ได้การบูรณาการกับ ท่าอากาศยานฯ และทหารอากาศ เพื่อจัดกำลังคนเข้ามาอำนวยความสะดวก ซึ่งตนได้มาตรวจสอบเรื่องการปรับร่นระยะเวลาการทำวีซ่าขาเข้าที่ต้องใช้เวลามาก โดยจะเน้นเรื่องความรวดเร็วภายใต้ความมั่นคงของประเทศ ซึ่งต้องทำไปควบคู่กัน

ขณะที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่าไม่รู้สึกหนักใจต่อกรณีที่นักท่องเที่ยวชาวจีน ชูป้ายเหลืองให้กับ ความปลอดภัยต่อการท่องเที่ยวในประเทศไทย จากอุบัติเหตุเรือล่มหรือเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นกระแส เพราะการแสดงออกเช่นนี้หมายความว่าเขาต้องการความเชื่อมั่นและปลอดภัยเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งนี้ ก็จะให้หน่วยงานต้นทาง ส่งข้อมูลของนักท่องเที่ยวรายนั้นเข้าไปยังด่าน ตม.ของจังหวัดนั้นๆ ที่เดินทางไป เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยว่า เรียบร้อยหรือไม่ หรืออยู่ในสถานที่นั้นจริงหรือไม่