SAWAD - ซื้อ

12 กันยายน 2561 | โดย บล.บัวหลวง
1,226

กลับมาโตแรงหลังผลประกอบการแย่ในครึ่งปีแรก

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรของ SAWAD ในครึ่งหลังของปี 2561 อย่างมาก เนื่องจากการปรับโครงสร้างธุรกิจใกล้แล้วเสร็จโดยกำไรครึ่งปีแรกที่ลดลง 22% ถือเป็นข่าวร้ายที่ผ่านมาแล้ว เราคาดกำไรจะฟื้นตัวตั้งแต่ครึ่งปีหลังนี้จนถึงปี 2562 เรายังให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2561 ที่ 45.5 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ”

ภาพกำไรครึ่งปีหลังโตแกร่ง และแนวโน้มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยขยายตัว

ผู้บริหารยืนยันเป้าหมายสินเชื่อเติบโตในกรอบ 20-30% สำหรับทั้งปี 2561 และ 2562 ปัจจุบันการปรับโครงสร้างของ SAWAD เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับของธปท. ใกล้แล้วเสร็จ ซึ่งชี้ว่าสินเชื่อจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2561 เป็นต้นไป ในประมาณการของเรา เราคาดสินเชื่อเติบโต (รวมสินเชื่อระหว่างธนาคาร) 20% ทั้งปี 2561 และ 2562 ทั้งนี้ สินเชื่อครึ่งแรกของปี 2561 ขยายตัวเพียง 13% YoY และ 8.5% นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน เราคาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะกว้างขึ้นตั้งแต่ครึ่งปีหลังนี้เป็นต้นไป หนุนโดยการปล่อยสินเชื่อกลุ่มที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูง (เช่น นาโนไฟแนนซ์ และสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์และรถกระบะ) แต่เรายังคงประมาณการส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ 16.7% และ 17.1% สาหรับปี 2561 และ 2562 ตามลำดับ

คาดการตั้งสำรองหนี้สูญฯ ลดลงในครึ่งหลังของปี 2561 และ 2562

SAWAD เชื่อว่าการตั้งสำรองหนี้สูญฯ ในระดับปัจจุบันมากเกินพอที่จะสอดคล้องกับมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS9 ที่จะใช้ในปี 2563 ดังนั้นการตั้งสำรองดังกล่าวมีแนวโน้มลดลงในครึ่งหลังของปี 2561 และปี 2562 อีกทั้งการตั้งสำรองหนี้สูญฯ ที่ 796 ล้านบาทของ BFIT สูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยมาก ทั้งนี้เรายังคงสมมติฐานการตั้งสำรองหนี้สูญฯ สุทธิที่ 420 ล้านบาทสำหรับปี 2561 และ 500 ล้านบาทสำหรับปี 2562 สูงขึ้นจาก 394 ล้านบาทในปี 2560 เรามองว่าอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของบริษัทที่ 62% ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2561 อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ เนื่องจากโดยปกติบริษัทอนุมัติสินเชื่อเท่ากับ 55% ของมูลค่าหลักประกันที่ตลาดประเมิน (LTV=55%) ดังนั้นเราเชื่อว่าบริษัทสามารถลดอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมลงเป็น 5% ของสินเชื่อรวมภายในสิ้นปี 2561 ผ่านการเร่งการ
ตาม/ปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงการเร่งยึดสินทรัพย์ที่เป็นหลักประกันเพือปิดขาดทุน

คาดมีกำไรธุรกิจบริหารสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลงในครึงปีหลัง

SAWAD มีแผนจะใช้เงินไม่เกิน 3 พันล้านบาทเพื่อซื้อทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPA) ในปีนี้ (โดยปกติแล้วบริษัทซื้อ NPA ในราคาต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว 40% และคาดการณ์ IRR สูงกว่า 25%) ในครึ่งแรกของปี2561 SAWAD มีพอร์ตบริหารสินทรัพย์ 2.3 พันล้านบาท ทั้งนี้เรายังไม่ได้นำกำไรที่จะได้จากการขายทรัพย์สินหาก SAWAD มีการขาย สินทรัพย์ดังกล่าวออกมาคิดในประมาณการของเรา เนื่องจากผลตอบแทนจากธุรกิจนี้ยากที่จะประเมิน แต่จากประสบการณ์ของเรา ทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มักจะให้ผลตอบแทนราว 25% ดังนั้น หากบริษัทสามารถชำระหนี้หรือจ่ายหนี้สาหรับทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่มีทั้งหมด (ซึ่งบริษัทลงทุนราว 2.3 พันล้านบาท) บริษัทจะมีกำไรประมาณ 700-800 ล้านบาท

SAWAD มีแผนจะชะลอการเปิดสาขาชั่วคราวในครึ่งหลังของปี 2561 เพื่อจะปรับปรุง/พัฒนา สาขาที่มี ณ ปัจจุบันรวม 2,606 แห่ง ให้เป็นผู้ให้บริการธุรกรรมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพเพื่อหนุนธุรกิจของ BFIT ซึ่งชี้ว่าค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 2561 และ 2562 จะลดลงอย่างมีนัยยะจากครึ่งปีแรกที่มีการเปิดสาขากว่า 116 แห่ง ทั้งนี้เรายังไม่ได้นำมาคิดในประมาณการของเรา

แชร์ข่าว :
เอกสารประกอบ:
Tags: