'ผู้การกองปราบ' ขอโทษ! สั่งให้ออกราชการ มือปราบเรียกรับเงินแลกเร่งคดี

4 กันยายน 2561
4,882

"พล.ต.ต.ไมตรี" ผบก.ป. สั่งให้ออกจากราชการ "พงส." กองปราบฯ เรียกรับเงินผู้เสียหายคดีเมจิกสกิน พร้อมสั่งฟันวินัยและอาญาร้ายแรง เผยพยานหลักฐานชัดเจน คลิปเสียง-แชทไลน์ ขอโทษดูแลลูกน้องไม่ทั่วถึง

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 กันยายน พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. กล่าวถึงคดีมีผู้เสียหายคดีเมจิกสกิน กล่าวหาว่าพนักงานสอบสวนกองปราบนายหนึ่ง เรียกเงินจำนวน 15,000 บาท จากผู้เสียหาย โดยได้มีการโอนเงินให้ไปก่อนจำนวน 5,000 บาท ว่า หลังทราบเรื่องก็ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบกรณีดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าก่อนหน้านี้ได้มีผู้เสียหายคนหนึ่งได้ติดต่อมาที่พนักงานสอบสวนคนดังกล่าว ทางแอพพลิเคชั่นไลน์และทางโทรศัพท์โดยขอให้เร่งรัดดำเนินการสอบสวนคดีเมจิกสกิน จากนั้นพนักงานสอบสวนได้บอกว่า ถ้าอยากให้คดีเดินหน้ารวดเร็วก็ต้องมีค่าใช้จ่าย จากนั้นก็มีการโอนเงินให้กันตามที่มีหลักฐานปรากฏในแชทไลน์ อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้พยายามติดต่อผู้เสียหายแต่ติดต่อไม่ได้ จึงติดต่อไปที่เพื่อนของผู้เสียหายเพื่อสอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ได้รับข้อมูลว่าพนักงานสอบสวนคนนี้เรียกรับเงินตามที่ถูกกล่าวหาจริง

พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวต่อว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชา ขอยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องเด็ดขาด ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานของเราพยายามทำหน้าที่รับใช้ประชาชนอย่างเต็มความสามารถที่สุด แต่กลับมีคนในองค์กรประพฤติตนเสื่อมเสียเช่นนี้ ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง และถึงแม้พนักงานสอบสวนคนดังกล่าวจะรับเงินจำนวนไม่เยอะ แต่ก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยขณะนี้ได้ตั้งคณะสอบวินัย คือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการมาตรา 157 และผิดวินัยร้ายแรงมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน นอกจากนี้ยังได้มีการดำเนินคดีอาญาด้วย

อย่างไรก็ตามตอนนี้ทราบว่านายตำรวจคนดังกล่าวติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัด ยังไม่ได้พูดคุยกัน แต่จากพยานหลักฐานก็ชี้ชัดอยู่แล้ว ทั้งคลิปเสียงในโทรศัพท์รวมถึงแชทไลน์ แต่ก็จะต้องสอบสวนเพิ่มเติมหาข้อเท็จจริง ซึ่งก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบแชทไลน์ตามที่ผู้เสียหายเอามาแฉว่าเป็นของ พนักงานสอบสวนคนดังกล่าวหรือไม่

“ผมอยากจะขอโทษพี่น้องทุกคน การแถลงวันนี้ไม่ใช่ว่าผมจะดำเนินการกับลูกน้องเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด ผมในฐานะผู้บังคับบัญชาจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ จึงอยากขอโทษที่ไม่สามารถดูแลลูกน้องทั้ง 1,200 คนได้ไม่ทั่วถึง ขอโทษผู้เสียหายที่ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ยืนยันว่าจะมีการดำเนินการเอาผิดกับพนักงานสอบสวนที่ปรากฏอยู่ในข่าวและจะทำให้โปร่งใสที่สุด อย่างไรก็ตามอยากฝากเตือนทั้งผู้เสียหายและ ผู้ต้องหาว่าต่อไปหากมีพนักงานสอบสวนแอบอ้างว่าสามารถช่วยเร่งรัดคดีและเรียกรับเงิน ก็อย่าไปหลงเชื่อ เพราะในทางคดีมีคณะทำงานอยู่ บุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่สามารถช่วยเหลือทางได้” ผบก.ป.กล่าว

พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวอีกว่า สำหรับคดีเมจิกสกิน นั้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนขึ้นมา โดยมีกองปราบเป็นหน่วยงานหลักในการทำคดี ส่วนที่เป็นปัญหามีการร้องว่าพนักงานสอบสวนเรียกรับเงินนั้นคือผลิตภัณฑ์ชื่อว่า แอปเปิ้ลสลิม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน มีผู้ต้องหา 7 รายแบ่งเป็นตัวบุคคล 5 เป็นนิติบุคคล 2 ผู้เสียหาย 111 คน หลังจากได้รวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนจึงได้สั่งฟ้องในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ,ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และข้อหาผลิตอาหารปลอม โดยมีการส่งสำนวนให้พนักงานอัยการไปเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากนั้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม อัยการก็สั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติม หลายคนอาจตั้งคำถามว่าทำไมพนักงานสอบสวนถึงทำคดีล่าช้า ก็ขอชี้แจงว่าช่วงนี้ตำรวจกองปราบปรามมีงานล้นมือ แต่ก็พยายามทำอย่างดีที่สุดเพื่อช่วยเหลือทางคดีให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งไม่ใช่แค่เมจิกสกินแต่รวมถึง คดีอื่นๆ ด้วยที่เราพยายามทำทุกทางภายใต้ข้อจำกัดของจำนวนคน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง