เข้าฤดูฝนเต็มตัว! เร่งพร่องน้ำเขื่อนใหญ่น้ำเกิน 80%

18 สิงหาคม 2561
5,474

"กฤษฏา" กำชับกรมชลประทานเร่งพร่องน้ำเขื่อนใหญ่น้ำเกิน 80% เข้าฤดูฝนเต็มตัว อธิบดีกรมชลฯ ยันเอาอยู่รับมือน้ำเขื่อนแก่งกระจาน เพิ่มอีกระลอก ระบุใช้วิธีดึงน้ำออกจากอ่างเหมือนรอบแรก

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.61 นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า จะมีฝนตกชุกหลายพื้นที่และบางแห่งจะมีฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุเบบินคาและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้นนั้น จึงได้กำชับกรมชลประทานพร่องน้ำออกจากเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีน้ำเกินเกณฑ์เก็บกักให้มากขึ้น รวมถึงเร่งผลักดันน้ำที่ระบายออกมาลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ให้พร่องเขื่อนขนาดกลางที่มีน้ำเกินร้อยละ 80 โดยให้ทุกพื้นที่ร่วมกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเฝ้าระวังพื้นที่อย่างใกล้ชิดช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร พื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนให้มีผลกระทบน้อยที่สุด เพราะอยู่ในช่วงฤดูฝนเต็มตัว

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ตามที่นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยในสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีกระลอก หลังจากเกิดฝนตกหนักในพื้นที่เหนือเขื่อน จนทำให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนมากขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรัดทำแนวป้องกันการกัดเซาะ ปลายท่อกาลักน้ำให้แล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มการทำงานของกาลักน้ำได้อีก 10 ชุด รวมของเดิมเป็น 22 ชุด จะช่วยเร่งการระบายน้ำได้มากขึ้น ซึ่งใช้แผนป้องกันอุทกภัยตัวเมือง ตามมาตรการเดิมเพราะปริมาณน้ำเข้าเขื่อนก็ไม่มากไปกว่ารอบแรก จึงรับมือได้

จากการติดตามระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนแก่งกระจาน พบว่าบริเวณสถานีวัดน้ำ B3A อ.แก่งกระจาน มีน้ำไหลผ่านประมาณ 185 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 0.73 เมตร แนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนระดับน้ำที่สถานี B15 ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 1.07 เมตร แนวโน้มทรงตัว

เมื่อน้ำไหลมาถึงเขื่อนเพชรจะผันน้ำบริเวณหน้าเขื่อนเพชรเข้าระบบคลองชลประทานทั้ง 4 สาย ในอัตรารวม 90 ลบ.ม./วินาที และควบคุมปริมาณน้ำให้ระบายลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ในอัตราไม่เกิน 125 ลบ.ม./วินาที ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรีบางแห่ง ทั้งนี้ ได้รายงานสถานการณ์น้ำให้ทางจังหวัดเพชรบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์อย่างต่อเนื่องแล้ว

กรมชลประทาน ได้วางมาตรการเสริม ในการเร่งระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน อาทิ การเสริมกระสอบทรายตามแนวคลองส่งน้ำในที่ลุ่มต่ำไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่นาข้าวและการเกษตร การเสริมกระสอบทรายจุดตลิ่งต่ำสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีที่ยังไม่มีพนังกั้นน้ำ การร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่นเสริมตลิ่งคลองระบาย D9 ให้สามารถระบายน้ำออกสู่ทะเลได้มากขึ้น การใช้พื้นที่นาข้าวแปลงใหญ่หนองเตียน ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง พื้นที่ประมาณ 2,700 ไร่ ที่อยู่ด้านท้ายเขื่อนแก่งกระจาน เป็นพื้นที่รับน้ำ

โดยให้เกษตรกรเลื่อนฤดูทำนาออกไปก่อน นอกจากนี้ ยังได้กำหนดพื้นที่ทางน้ำผ่านจากคลองส่งน้ำลงคลองระบายน้ำและทะเล ซึ่งได้ชี้แจงกับเกษตรกรในพื้นที่ให้ชะลอการทำนาปีออกไปก่อนเช่นกัน ทั้งนี้ ได้มีการใช้เครื่องจักร รถแบ็คโฮ เปิดทางน้ำผ่านจากคลองส่งน้ำลงคลองระบายน้ำและทะเล จำนวน 19 จุด ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ส่วนพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างก่อนออกสู่ทะเล กรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 38 เครื่อง ในจุดที่มีการระบายน้ำได้ช้า และติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 31 เครื่อง ในจุดเสี่ยงที่น้ำอาจเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน โดยได้รับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำจากกองทัพเรือ และหน่วยทหารพัฒนา จำนวน 20 ลำ และ 6 ลำ ตามลำดับ บริเวณสะพานวัดคุ้งตำหนัก เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ในพื้นที่ปลายน้ำในเขตต.บางครก อ.บ้านแหลม บางส่วนได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำและจากอิทธิพลน้ำทะเลหนุน ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังได้นั้น ทางจังหวัดเพชรบุรี ได้แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

แชร์ข่าว :
Tags: