จับหนุ่มรับจ้าง ปลอมแปลงเอกสารราชการนาน 10 ปี

10 สิงหาคม 2561
1,460

ยึดของกลางเพียบ! จับหนุ่มรับจ้างปลอมเล่มทะเบียน-บัตรปชช.-โฉนดที่ดิน สารภาพสั่งจีนผลิตแผ่นฟิล์มลายน้ำตราขนส่งม้วนละ 1.5 แสน ทำนาน 10 ปี

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ส.ค. 2561 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผบช.น. ฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผอ.ศปจร.น.) พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. ฐานะผู้ช่วย ผอ.ศปจร.น. พ.ต.อ.สุวัฒน์ เกิดแก้ว ผกก.สส.บก.น.6 พ.ต.ท.ภูริส จินตรานันท์ รอง ผกก.สส.สน.บางรัก พ.ต.ท.ณกฤช บุญยศักดิ์ รอง ผกก.สส.บก.น.6 พ.ต.ต.วัชรินทร์ อ่วมฟุ้ง สว.สส.บก.น.6 พ.ต.ต.นพรัตน์ บุญถนอม สว.กก.ดส.บช.น. เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 3 บก.สปพ. แถลงจับกุมนายอภิวัฒน์ กันทวงศ์ อายุ 32 ปี พร้อมด้วยของกลาง แผ่นฟิล์มลายน้ำตราสัญลักษณ์กรมการขนส่งทางบก ซึ่งจ้างผลิตจากประเทศจีน นำเข้าราคาม้วนละ 150,000 บาท บัตรประจำตัวประชาชนปลอม ใบขับขี่ปลอม โฉนดที่ดินปลอม และเครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดทำเอกสารราชการปลอม 1,000 ชิ้น

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณ ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ศปจร.น. ได้ร่วมกันทำการจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการปลอมแปลงเอกสารราชการประกอบตัวรถของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม รายใหญ่ได้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จากการสืบสวนขยายผลพบว่ากลุ่มของผู้ต้องหาดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับขบวนการปลอมแปลงเอกสารรายการพื้นที่ภาคเหนือ จ.ลำปาง ซึ่งใช้วิธีเปิดเพจเฟซบุ๊ก และแอพพลิเคชั่นไลน์ (LINE) ประกาศโฆษณารับทำเอกสารของทางราชการ อาทิเช่น บัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่รถ โฉนดที่ดิน เล่มทะเบียนรถทุกประเภท ป้ายภาษีรถทุกประเภท ลำเนาเล่มทะเบียนรถทุกประเภท และแผ่นป้ายทะเบียนรถทุกประเภท จนกระทั่งทราบว่า นายอภิวัฒน์ เป็นผู้ดำเนินการจัดการทำเอกสารปลอมต่างๆ จึงได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่าผู้ก่อเหตุกบดานอยู่ที่ จ.ลำปาง จึงได้ทำการติดตามจนกระทั่ง นายอภิวัฒน์ เดินทางไปที่ไปรษณีย์ อ.เมือง จ.ลำปาง จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมแล้วนำตัวไปค้นที่บ้านพักพบของกลางที่ใช้ก่อเหตุเป็นจำนวนมาก

ด้าน พ.ต.ต.วัชรินทร์ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า ได้ทำการก่อเหตุลักษณะดังกล่าวเป็นอาชีพกว่า 10 ปี โดยคิดราคาบัตรประจำตัวประชาชนปลอมในราคา 2,500 - 3,000 บาท ใบขับขี่รถทุกประเภท 3,500 - 4,000 บาท โฉนดที่ดิน 5,000 บาท เล่มทะเบียน 3,500 - 6,000 บาท ป้ายภาษีรถในราคา 1,500 บาท และสำเนาเล่มทะเบียนรถทุกประเภทในราคา 500 บาท มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 200,000 บาท เงินที่ได้จะใช้จ่ายและซื้อทรัพย์สิน แผ่นฟิล์มลายน้ำตราสัญลักษณ์ กรมการขนส่งทางบก ซึ่งจ้างผลิตจากประเทศจีนนำเข้าราคาม้วนละ 150,000 บาท ได้สั่งซื้อผ่านเว็บไซต์อาลีบาบา โดยได้สั่งตัวอย่างของจึงให้ดูเพื่อทำเลียนแบบ ส่วนการจัดส่งเอกสารปลอมให้กับลูกค้านั้นจะใช้บัตรประจำตัวประชาชนของคนที่ตกหายและขอซื้อจากบุคคลอื่นเก็บได้แล้วนำมาขายภายในผับเป็นส่วนใหญ่ โดยโอนผ่านบัญชีที่ไปจ้างบุคคลอื่นเปิดให้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาปลอมแปลงเอกสารราชการ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ก่อนตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.พระราชวัง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

จากนั้นชุดสืบสวนขยายผลจับกุม น.ส.อรอนงค์ บุญทวี อายุ 36 ปี ข้อหาปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม พร้อมของกลางรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ท สีเทา ทะเบียน 2 กน 5131 กรุงเทพมหานคร และเอกสารราชการปลอม ได้แก่ เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี ใบคู่มือจดทะเบียนรถ บัตรประชาชน ชื่อน.ส.ธันย์ชนก ยี่รอสา บัตรประชาชน ชื่อนายปิยะณัฐ เฮี้ยนแสง สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชนปลอม สืบเนื่องจากสืบสวนทราบว่ามีขบวนการสวมทะเบียนรถยนต์ ตระเวนหลอกขายรถตามเต็นท์รถยนต์มือสองและประชาชน สร้างความเดือดร้อนความเสียหายแก่ผู้ที่ซื้อรถ แก๊งสวมทะเบียนรถใช้วิธีการทำเอกสารประกอบตัวรถของกรมการขนส่งทางบกปลอม ได้แก่ เล่มทะเบียน และปลอมเอกสารเจ้าของรถ อาทิ บัตรประจำตัวประชาชนให้มีข้อมูลตรงกันกับรถยนต์และเจ้าของรถยนต์อีกคันที่เป็นรถถูกต้องตามกฎหมายมีการซื้อเอกสารราชการปลอมจากนายอภิวัฒน์

ต่อมาวันที่ 8 ส.ค. น.ส.อรอนงค์ หนึ่งในแก๊งสวมทะเบียนรถดังกล่าว ถูกจับกุมได้ขณะนำรถของกลางไปขายที่เต้นท์รถ เคอาร์ ออโต้ คาร์ เลขที่ 78/11 ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทราบว่า เปิดหาข้อมูลคนขายรถในอินเตอร์เน็ต จากนั้นก็นำรถไปสวมทะเบียนนำรถไปขายเต้นท์รถในราคาถูกกว่ารถที่มีผู้ประกาศขาย จึงกลายเป็นว่า รถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ท สีเทา ทะเบียน 2 กน 5131 กรุงเทพมหานคร มีจำนวน 2 คัน เหมือนเป็นรถคู่แฝด เจ้าของรถบางรายถูกออกใบสั่งแต่ไม่ได้ขับรถไปพื้นที่ สน.ที่ออกใบสั่งทำให้เจ้าของรถเดือดร้อน ผู้ต้องหาทำมาแล้ว 4-5 ปี ตรวจสอบข้อมูลพบว่าส่งรถเดือนละ 5-6 คัน ชุดสืบสวนตรวจสอบรถพบว่า ตอกแก้หมายเลขตัวถังอยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาของรถ และขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไป

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง