จบป.ตรี ตกงานเหตุเลือกงาน-อ่อนอังกฤษ

14 มิถุนายน 2561
5,972

เผยทักษะภาษาอังกฤษติดอันดับท็อป 3 ที่คนทำงานต้องมี ชี้เพิ่มโอกาสได้งาน เงินเดือนที่สูงกว่า 30% ชี้เด็กจบใหม่ว่างงาน เหตุเรียกเงินเดือนสูง เลือกงาน และขาดทัศนคติเชิงบวก

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.61 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับบริษัทจัดหางาน จ๊อบส์ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด แถลงข่าวโครงการปิดเทอมสร้างสรรค์ ตอน เตรียมตัวสู่โลกของงาน เรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างไรให้ใช้การได้” โดย น.ส.อันธิกา ลิมปิอนันต์ชัย ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทจัดหางาน จ๊อบส์ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุน เปิดสาขาในประเทศไทยจำนวนมาก แต่ละปีตลาดงานมีความต้องการคนมากขึ้นทุกปี แต่กลับพบว่าเด็กจบใหม่กว่า 3 แสนคน ยังมี 1.5 แสนคนประสบปัญหาว่างงาน สาเหตุที่พบคือ เรียกเงินเดือนสูง เลือกงาน/องค์กรจะต้องเป็นบริษัทใหญ่มีชื่อหรือถ้าองค์เล็ก เช่น กลุ่มสตาร์ทอัปก็ต้องเป็นรู้จัก และขาดทัศนคติเชิงบวก ที่รวมไปถึงเรื่องคุณสมบัติทักษะต่างๆ

โดยจากการสำรวจผู้ประกอบการ 400 กว่าบริษัททั้งไทยและต่างประเทศ พบว่า ทักษะที่นายจ้างต้องการจากนักศึกษาที่จบใหม่ คือ ทักษะด้านการสื่อสารฟังพูดอ่านเขียน 62% ทักษะภาษาอังกฤษ 62% และทักษะในการทำงานที่ตรงกับสาขาวิชาชีพ 54% นอกจากนั้น คุณลักษณะที่ผู้ประกอบการต้องการ ต้องเปิดรับความรู้ใหม่/พัฒนาตนเอง 50% ทำงานเป็นทีมได้ 50% และมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ 45% เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีทักษะภาษาอังกฤษเป็นที่ต้องการค่อนข้างสูงในตลาดแรงงาน และยังเป็นทักษะสำคัญอยู่ใน 3 อันดับต้น(Top 3) ที่ต้องมี

“เด็กจบใหม่ต้องสื่อสารได้ก่อนซึ่งหมายรวมถึงทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ยิ่งถ้ามีทักษะภาษาอังกฤษ ก็จะมีโอกาสได้งานที่ดีกว่าค่าตอบแทนสูง เงินเดือนสูงกว่า 30% เมื่อเทียบจากในตำแหน่งงานเดียวกัน การเติบโตในสายงานก็มากขึ้น เพราะถ้าเก่งและมีความสามารถแต่ไม่สามารถสื่อสารได้ก็จะเป็นปัญหากระทบต่องาน”น.ส.อันธิการ กล่าว

ทั้งนี้ สายงานที่ขาดแคลนผู้สมัครในปัจจุบัน ดังนี้ ไอที 43% วิศวกรรม 29% บัญชี 31% การตลาดดิจิทัล 44% อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตำแหน่งงานการตลาดดิจิทัลเป็นที่ต้องการมากกว่า 4,800 ตำแหน่ง แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลของผู้หางาน มีเพียง 700 ตำแหน่งที่สมัครงานในตำแหน่งดังกล่าว

ด้าน นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า ในช่วงปิดเทอมประมาณ 2 เดือนเป็นช่วงเวลาที่ดี เป็นโอกาสที่เด็กจะได้พัฒนาตนเองทำกิจกรรมสร้างสรรค์ มีข้อมูลว่ากิจกรรมที่เด็กเลือกทำส่วนใหญ่ช่วงปิดเทอม 71% คือการเล่นมือถือ อินเทอร์เน็ต ดังนั้น สสส. องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม ต้องการให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาในช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์ และดึงเด็กและเยาวชนออกจากหน้าจอได้ จึงได้จัดกิจกรรมโครงการปิดเทอมสร้างสรรค์ ตอน เตรียมตัวสู่โลกของงาน เรียนรู้ ภาษาอังกฤษอย่างไรให้ใช้การได้ ซึ่งจะพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชนระดับอุดมศึกษา เน้นการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เป็นเรื่องที่ส่วนใหญ่ให้ความสนใจ เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญในการก้าวไปสู่โลกของการทำงานในอนาคต

“ข้อมูลผลการทดสอบทักษะภาษาอังกฤษของสถาบันสอนภาษา Education First ได้รายงานดัชนีวัดระดับความรู้ทางภาษาอังกฤษประจำปี 2560 พบว่าประเทศไทยแม้จะอยู่ในอันดับที่ 53 ซึ่งดีขึ้นกว่าปี 2559 ที่อยู่ในอันดับที่ 56 แต่ก็เป็นลำดับเกือบรั้งท้ายหากเทียบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากกัมพูชาและลาว ซึ่งในโลกของการทำงานไร้พรมแดนทักษะทางภาษาอังกฤษมีความจำเป็นอย่างมากที่จะเชื่อมทุกคนทั้งโลกเข้าด้วยกัน”

ด้าน นายคริสโตเฟอร์ ไรท์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ กล่าวว่า การเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อให้ใช้งานได้จริงนั้นมีทฤษฎีง่ายๆ คือ 2M&M ได้แก่ Man และ Media โดยตัวแรกหมายถึง Man หรือ คน การที่เก่งภาษาอังกฤษจะถูกเลี้ยงดูหรือเจอครูหรือพบเจอสถานการณ์ที่ทำให้เข้ารู้สึกชอบและมีแรงบันดาลใจในการที่จะพูดภาษาอังกฤษ ตัวที่สอง คือ Media หรือสื่อต่างๆ ดูหนังฟังเพลงอ่านหนังสือที่ชอบ แต่ไม่ใช่ดูแบบผ่านๆ ต้องตั้งใจดูและอ่านเนื้อร้องไปด้วย และ Mouth และ Mind ต้องขยันฝึกการพูดและเปิดใจที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้เราใช้ภาษาอังกฤษเป็น 100 คำแต่ก็ยังกลัวที่จะใช้ จะพัฒนาภาษาอังกฤษ วิธีการง่ายๆ ทำได้เองก็คือ 4S คือ SEE หัดดู หัดอ่านภาษาอังกฤษให้มากผ่านสื่อต่างๆ SOUND หาอะไรที่เป็นภาษาอังกฤษมาฟังถ้าเป็นภาษาอังกฤษที่ฟังไปด้วยแล้วอ่านไปด้วยได้ก็ยิ่งดี SAY ต้องหมั่นฝึกพูด และSENSE สมองและจิตใต้สำนึกที่ต้องเตือนตนเองให้ทำสิ่งเหล่านี้บ่อยๆ ก็จะทำให้พูดภาษาอังกฤษได้เยอะขึ้น ดังนั้น ต้องเลิกเรียนเยอะๆและเลียนแบบให้มากให้ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องง่าย สนุก และใช้ได้จริง

ด.ช.ธนโชติ เปี่ยมลาภธนบูรณ์ หรือ “น้องแชมป์” นักเรียนชั้น ม.2 ร.ร.อัสสัมชัญธนบุรี ที่เรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตนเองจนผ่านการทดสอบวัดระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในระดับคะแนนสูงสุด กล่าวว่า เริ่มต้นเรียนรู้จากการดู YouTube ดูหนัง ซีรีย์ หรือสารคดีต่างๆ ที่สนใจเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ได้เรียนรู้คำศัพท์ ได้ฟังเสียงและสำเนียงไปพร้อมกัน และก็พยายามไปพูดคุยกับชาวต่างชาติซึ่งเป็นครูที่โรงเรียนให้มากๆเพื่อฝึกฝนการพูด ซึ่งก็ใช้เวลาอยู่ 2-3 ปีกว่า แม้จะมีคนทักว่าวิธีนี้ไม่น่าใช้ได้ แต่ก็ไม่กลัว ถ้ากลัวก็จะไม่กล้าแสดงออกหรือฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษได้ ส่วนการที่สอบเทียบคะแนนของเคมบริดจ์ได้ระดับสูงสุด เกิดจากการอ่านหนังสือนวนิยายหรือวรรณกรรมต่างๆ ซึ่งส่วนตัวมองว่าภาษาอังกฤษสำคัญไม่ใช่แค่อาชีพ แต่ทำให้เราสามารถไปเรียนรู้เรื่องราวต่างๆได้กว้างขึ้น

  • 1/4
  • 2/4
  • 3/4
  • 4/4
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง